
หาช่องส่งไก่ต้ม ขยายตลาดตปท.
กระทรวงเกษตรฯ เล็งปรับกลยุทธ์ เลิกเจรจาส่งออกไก่สด หันส่งออกไก่ต้มสุกแทน สร้างมูลค่าเพิ่ม ลดเสี่ยงไข้หวัดนก
กระทรวงเกษตรฯ เล็งปรับกลยุทธ์ เลิกเจรจาส่งออกไก่สด หันส่งออกไก่ต้มสุกแทน สร้างมูลค่าเพิ่ม ลดเสี่ยงไข้หวัดนก
นายนิวัติ สุธีมีชัยกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในปี 2555 ถือเป็นปีทองของตลาดไก่เนื้อและผลิตภัณฑ์ คาดว่าจะมีผลผลิตประมาณ 1.8 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2554 ที่ผลิตไก่เนื้อได้ 1.4 ล้านตัน
โอกาสการขยายตัวของผลิตดังกล่าว เป็นผลจากการแข็งค่าของค่าเงินหยวน และจากค่าจ้างของจีนที่สูงขึ้น จึงมีกำลังซื้อมากขึ้น ทำให้ไทยมีโอกาสส่งออกมากขึ้นตามไปด้วย
อย่างไรก็ดี ประเทศไทยยังคงต้องเฝ้าระวังและป้องกันการระบาดของไข้หวัดนกอย่างเข้มงวด เพื่อให้ผลผลิตเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ เพราะหากเกิดการระบาดขึ้นอีก จะทำให้ประเทศผู้นำเข้าตื่นตัว และหยุดการนำเข้าทุกผลิตภัณฑ์
“ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลการผลิตไก่เนื้อทั้งระบบ อยากให้ผู้เกี่ยวข้องกับการส่งออกหันมาเจรจาเปลี่ยนโควตาจากไก่แช่แข็งเป็นผลิตภัณฑ์ไก่ที่เป็นไก่ต้มสุกมากกว่า เนื่องจากสามารถทำรายได้เข้าประเทศไทยมาก และลดความเสี่ยงต่อการเกิดไข้หวัดนก แม้ว่า 80% ของการเลี้ยงไก่เนื้อของไทยจะเป็นระบบปิดที่มีการป้องกันสูงมาก แต่อีก 20% อาจเกิดโอกาสที่จะทำให้มีปัญหาอื่นๆ ตามมาได้ตลอดเวลา” นายนิวัติ กล่าว
ปัจจุบันคู่แข่งในด้านการส่งออกไก่เนื้อและผลิตภัณฑ์ที่สำคัญของไทย คือ สหรัฐอเมริกา โดยมีปริมาณผลผลิต 17 ล้านตันต่อปี รองลงมาเป็นจีน โดยสหรัฐได้เปรียบทั้งในเรื่องของเทคโนโลยีพืชอาหารเลี้ยงสัตว์ เทคโนโลยีการเลี้ยงไก่ และต้นทุนอาหารสัตว์ที่ถูกกว่าไทยค่อนข้างมาก
ที่ผ่านมาไทยมีโควตาส่งออกไก่สดแช่แข็งจากสหภาพยุโรป (อียู) จำนวน 9 หมื่นตันต่อปี แต่ขณะนี้ไทยยังไม่สามารถใช้ประโยชน์จากโควตาดังกล่าวได้ เนื่องจากปัญหาไข้หวัดนก แม้ที่ผ่านมาไทยปลอดโรคมานานแล้ว แต่ยังไม่สามารถส่งได้ ในขณะที่ระหว่างนั้นเอกชนหันมาใช้วิกฤตเป็นโอกาสส่งออกสินค้าที่แปรรูปจากไก่สุกจนทำรายได้เข้าประเทศได้มาก







