
โออิชิลั่นรบตลาดชาเขียวพร้อมดื่มตลอดปี
โออิชิ ทุ่มตลาดกว่า 600 ล้านบาท รุกหนักชาเขียวพร้อมดื่มแข่งดุ มั่นใจปีนี้ตลาดรวมพุ่งทะลุหมื่นล้านบาท
โออิชิ ทุ่มตลาดกว่า 600 ล้านบาท รุกหนักชาเขียวพร้อมดื่มแข่งดุ มั่นใจปีนี้ตลาดรวมพุ่งทะลุหมื่นล้านบาท
นายอนิรุทธิ์ มหธร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัท โออิชิ กรุ๊ป เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทเตรียมงบกว่า 600 ล้านบาท เพื่อจัดกิจกรรมการตลาดชาเขียวพร้อมดื่มโออิชิอย่างต่อเนื่องตลอดปี จากเดิมที่ผู้ประกอบการเครื่องดื่มส่วนใหญ่จะมุ่งทำตลาดในช่วงหน้าขายฤดูร้อน ซึ่งสร้างยอดขายสูงสุด หรือคิดเป็นสัดส่วนกว่า 30% ของทั้งปี
แนวทางดังกล่าว เพื่อให้บริษัทมีรายได้จากกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มอย่างต่อเนื่อง และป้องกันความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ หากเกิดปัจจัยลบนอกเหนือการควบคุม เช่น ภัยธรรมชาติจากปัญหาน้ำท่วมใหญ่ที่เกิดขึ้นในช่วงปลายปีที่ผ่านมา และปัญหาเศรษฐกิจ เป็นต้น และคาดว่าจะเป็นแนวทางเดียวกับผู้ประกอบการเครื่องดื่มรายอื่นๆ ที่จะหันมาจัดกิจกรรมการตลาดเชิงรุกมากขึ้นในปีนี้
ล่าสุด บริษัทใช้งบการตลาดกว่า 80 ล้านบาท เปิดตัวผลิตภัณฑ์ชาเขียวพร้อมดื่มใหม่ 3 รสชาติ คือ รสน้ำผึ้งผสมมะนาว รสชาข้าวญี่ปุ่น รสต้นตำรับ และรสชาติใหม่ โออิชิ คิคุชะ ชาเขียวญี่ปุ่นผสมเก๊กฮวยธรรมชาติในรูปแบบกระป๋อง เพื่อขยายฐานกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ วัยรุ่น หลังแบรนด์โออิชิอยู่ในตลาดมานานร่วม 8 ปี โดยว่าจ้างให้บริษัทในเครือไทยเบฟเวอเรจเป็นผู้ผลิตสินค้าใหม่ดังกล่าว
ขณะเดียวกัน ยังเป็นการเพิ่มโอกาสทางการขายให้กับบริษัท นอกเหนือจากการใช้กลยุทธ์ระดับราคาที่เข้าถึงสินค้าได้ง่าย โดยปัจจุบันบริษัทมีสินค้าชาเขียวพร้อมดื่มวางจำหน่ายในราคาตั้งแต่ 10 15 และ 20 บาท พร้อมวางช่องทางจัดจำหน่ายสินค้าครอบคลุมทั่วประเทศ คือ บริษัท เสริมสุข เป็นผู้กระจายสินค้าไปยังร้านค้าชุมชนต่างๆ ผ่านหน่วยรถ 1,500 คัน และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ เป็นผู้ กระจายสินค้าผ่านตัวแทoจำหน่าย (เอเยนต์) ไปยังร้านค้าปลีก เป็นต้น
“การบล็อคร้านค้าเพื่อสกัดคู่แข่ง เราไม่สามารถทำได้อยู่แล้วเพราะช่องทางร้านค้าปลีกขึ้นอยู่กับเจ้าของร้านเองว่าจะขายอะไรก็ได้ ยกเว้นการขายแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ซึ่งตกลงว่าขายอะไรก็ต้องขายสินค้านั้น” นายอนิรุทธ์ กล่าว
สำหรับการผลิตสินค้าในโรงงานนวนคร คาดว่าในเดือน เม.ย.นี้ จะกลับมาผลิตได้ตามปกติ 40% และเต็มกำลังการผลิต 100% ในเดือน ส.ค.ปีนี้ โดยมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 75 ล้านหน่อยต่อเดือน รวมถึงจากการขยายการผลิตในรูปแบบกระป๋องอีก 30 ล้านหน่อยต่อเดือน โดยคาดว่าสิ้นปีนี้จะมีรายได้เติบโตตามเป้าหมาย 25% จากปีก่อนที่วางเป้าหมายรายได้ 6,300 ล้านบาท
แต่จากผลกระทบน้ำท่วมใหญ่ ทำให้รายได้เครื่องดื่มปี54 ที่ผ่านมาอาจต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้
ขณะที่ภาพรวมของตลาดชาเขียวในปีนี้จะมีมูลค่าเกิน 1 หมื่นล้านบาท เติบโตจากปีก่อนไม่ต่ำกว่า 20% หรือจากมูลค่า 9,500 ล้านบาท







