posttoday
รถยนต์หรูเลี่ยงภาษีโตขึ้น 400%

รถยนต์หรูเลี่ยงภาษีโตขึ้น 400%

18 มกราคม 2555

ส.อ.ท.เผยผลสำรวจมีการนำเข้ารถยนต์หรูเลี่ยงภาษีโตขึ้น 400% ส่วนใหญ่ใช้วิธีนำเข้าชิ้นส่วนมาประกอบแบบไม่ได้มาตรฐาน แทนการนำเข้ารถสำเร็จรูป รวมความเสียหายกว่า 1 หมื่นล้านบาท

ส.อ.ท.เผยผลสำรวจมีการนำเข้ารถยนต์หรูเลี่ยงภาษีโตขึ้น 400% ส่วนใหญ่ใช้วิธีนำเข้าชิ้นส่วนมาประกอบแบบไม่ได้มาตรฐาน แทนการนำเข้ารถสำเร็จรูป รวมความเสียหายกว่า 1 หมื่นล้านบาท

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ได้ร่วมกับนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์สำรวจความเสียหายของอุตสาหกรรมรถยนต์ ผู้บริโภค และประเทศไทย ที่เกิดจากตลาดรถเลี่ยงภาษี โดยพบว่าตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปี 2554 มีปริมาณรถเลี่ยงภาษีเติบโตขึ้น 300-400% ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มรถหรู ทำให้รัฐบาลสูญเสียภาษีหากนำเข้ามาในรูปรถยนต์สำเร็จรูปมากกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี และเมื่อรวมมูลค่าความเสียหายที่เกิดกับบริษัทรถยนต์ทั้งญี่ปุ่น และยุโรป ตลอดจนผู้บริโภคตลอด 4 ปีที่ผ่านมาจะมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท

สำหรับวิธีเลี่ยงภาษีของผู้นำเข้ารถมี 3 รูปแบบหลัก คือ วิธีจดประกอบประมาณ 80% โดยนำชิ้นส่วนรถยนต์มาจากต่างประเทศและอาศัยช่องโหว่ของอัตราภาษีศุลกากรที่เก็บภาษีนำเข้าชิ้นส่วนเพียง 0-30% เพื่อมาประกอบในไทย เช่น รถยนต์มินิ ราคาจริง 2-3 ล้านบาท แต่เมื่อเลี่ยงภาษีจะเหลือไม่ถึง 1 ล้านบาท ขณะที่การนำเข้ามาทั้งคันจะเสียภาษีนำเข้า 60-80% ส่วนวิธีอื่น คือ สำแดงราคารถยนต์ต่ำกว่าราคาประเทศต้นกำเนิด หรือปลอมว่าเป็นรถยนมือสองมีชาวต่างชาติเป็นเจ้าของ

“ต้องการให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะเรื่องความเข้มงวดของเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร โดยภายในเดือนนี้จะเสนอผลวิจัยดังกล่าวต่อรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาและจะเสนอให้โครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ที่รัฐบาลกำลังดำเนินการบรรจุเรื่องนี้ไปด้วย เพราะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และผู้บริโภคมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย หรืออาจถูกยึดรถ และปรับหากถูกจับ” นายสุรพงษ์ กล่าว

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า สำหรับยอดการผลิตรถยนต์ในเดือนธันวาคม 2554 มีจำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้รวม 9.94 หมื่นคัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 27.64% แต่เพิ่มขึ้นจากเดือนพ.ย.2554 319.61% รวมยอดผลิตรถยนต์ทั้งปีตั้งแต่ม.ค.-ธ.ค.2554 1.45 ล้านคัน ลดลงจากปีก่อน 11.4%

ทั้งนี้ แบ่งเป็นการผลิตเพื่ส่งออกในเดือนธ.ค.จำนวน 4.44 หมื่นคัน ลดลงจากปีก่อน 34.8% รวมทั้งปีผลิตรถเพื่อส่งออกได้ 7.33 แสนคัน คิดเป็น 50.35% ของยอดการผลิตทั้งหมด และลดลงจากปีก่อน 17.9% ส่วนการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศเดือนธ.ค.ผลิตได้ 5.4 หมื่นคัน ลดลง 20.5%  รวมทั้งปีผลิตรถเพื่อขายในประเทศได้ 7.23 แสนคัน คิดเป็น 49.6% ของการผลิตทั้งหมด ลดลงจากปีก่อน 3.57%

ขณะที่ยอดขายในประเทศเดือนธ.ค.มีจำนวน 5.45 หมื่นคัน ลดลงจากปีก่อน 41.40% แต่เพิ่มขึ้นจากเดือนพ.ย. 109.3% เนื่องจากหลายโรงงานกลับสู่การผลิตได้แล้ว รวมทั้งปีมียอดขายรถรวม 7.94 แสนคัน ลดลงจากปีก่อน 0.80% ส่วนการส่งออกในเดือนธ.ค.ส่งออกได้ 3.5 หมื่นคัน ลดลง 50.6% จากปีก่อน แต่มากกว่าเดือนพ.ย. 460% มูลค่าการส่งออก 1.7 หมื่นล้านบาท รวมการส่งออกทั้งปี 7.35 แสนคัน ลดลง 17.8% จากปีก่อน มีมูลค่า 3.43 แสนล้านบาท 

 

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่