
จัดเอสโคปี2อัดงบ500ล.ลดพลังงาน
ส.อ.ท. จับมือ พพ. เดินหน้าโครงการเอสโค ฟันด์ ระยะที่ 2 จัดงบ 500 ล้านบาท ตั้งเป้าร่วมลงทุนเอกชนด้านอนุรักษ์พลังงานปีละ 5,000 ล้านบาท
ส.อ.ท. จับมือ พพ. เดินหน้าโครงการเอสโค ฟันด์ ระยะที่ 2 จัดงบ 500 ล้านบาท ตั้งเป้าร่วมลงทุนเอกชนด้านอนุรักษ์พลังงานปีละ 5,000 ล้านบาท
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงาน “ฝ่าวิกฤตพลังงานด้วยบริการ Esco” ว่า ส.อ.ท. ร่วมกับ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เดินหน้าโครงการส่งเสริมการลงทุนด้านอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน (เอสโค ฟันด์) ระยะที่ 2 เริ่มปี 2555 โดยจัดงบประมาณสนับสนุน 500 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 2 ปี เพื่อชักชวนภาคเอกชนให้เกิดการลงทุนในโครงการที่เกี่ยวข้องกับอนุรักษ์พลังงาน ปีละ 5,000 ล้านบาท
โครงการเอสโค ฟันด์ ระยะที่ 1 เริ่มมาตั้งแต่ปี 2553 ใช้งบประมาณ 500 ล้านบาทเช่นกัน โดยได้เข้าไปร่วมทุนกับบริษัทจัดการด้านพลังงาน รวมถึงการเช่าซื้ออุปกรณ์ประหยัดพลังงานหรือพลังงานทดแทน ที่ผ่านมามีผู้มาติดต่อขอรับเงินสนับสนุนกว่า 170 ราย และมีการลงทุนด้านอนุรักษ์พลังงานแล้วจำนวน 33 โครงการ รวม 3,310 ล้านบาท โดยประมาณการมูลค่าผลประหยัดพลังงาน คิดเป็นเงิน 545 ล้านบาทต่อปี
กระทรวงพลังงานต้องการสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นให้เกิดการดำเนินธุรกิจและการลงทุนด้านอนุรักษ์พลังงาน ส่งเสริมให้สถานประกอบการ สามารถเลือกลงทุนเพื่อการอนุรักษ์พลังงานได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะใช้บริการจากบริษัทจัดการด้านพลังงาน (เอสโค่) รวมทั้งกระตุ้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทและส่วนร่วมในการลงทุน ให้มีประสิทธิภาพในการใช้พลังงานของภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจบริการอย่างเป็นธรรม
นายประมวล จันทร์พงษ์ รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กล่าวว่า แต่ละปีไทยมีแนวโน้มการใช้พลังงานสูงขึ้น โดยในปี 2554 มูลค่าการใช้พลังงานโดยรวมพบว่า อยู่ที่ 1.79 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 18% ของอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ(จีดีพี) แม้จะมีปริมาณนำเข้าน้ำมันดิบ 8.02 แสนบาร์เรล/วัน หรือลดลง 0.1% แต่มูลค่าการนำเข้าน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 17.6% หรือคิดเป็น 7.33 แสนล้านบาท ดังนั้นหากสามารถช่วยกันลดใช้พลังงานของประเทศได้ ก็จะลดภาระการนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศได้เช่นกัน เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย







