
อิสลามแบงก์ให้กู้หลักหมื่นยันล้าน
ปิดประตูให้กู้ลูกค้ารายใหญ่ เน้นสินเชื่อฮาลาล-ตลาดสด
ปิดประตูให้กู้ลูกค้ารายใหญ่ เน้นสินเชื่อฮาลาลตลาดสด
ไอแบงก์ สลัดทิ้งขาใหญ่ไล่กวาดลูกค้ารายย่อยเต็มที่ ปล่อยกู้ 2 หมื่นล้านบาท
นายธีรศักดิ์ สุวรรณยศ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) เปิดเผยว่า ในปี 2555 ปรับแผนกลยุทธ์รุกให้สินเชื่อลูกค้ารายย่อยโดยตั้งเป้าหมายปล่อยสินเชื่อใหม่ 2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 17% และไม่มีนโยบายปล่อยสินเชื่อแก่ลูกค้ารายใหญ่
ทั้งนี้ สินเชื่อใหม่จำนวน 2 หมื่นล้านบาท จะแบ่งเป็นการให้สินเชื่อเอสเอ็มอีประมาณ 1 หมื่นล้านบาท และสินเชื่อลูกค้ารายย่อย 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งนโยบายนี้จะทำให้พอร์ตสินเชื่อสินเชื่อกลุ่มเอสเอ็มอีเพิ่มขึ้นจาก 14% เป็น 19% และสินเชื่อรายย่อย เพิ่มขึ้นจาก 20% เป็น 23% ทำให้สัดส่วนการปล่อยสินเชื่อรายใหญ่จะลดลงจาก 66% เหลือ 58%
นายธีรศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับสินเชื่อที่เน้นจะเป็นสินเชื่อพิเศษ ได้แก่ สินเชื่อธุรกิจอาหารฮาลาล สินเชื่อที่อยู่อาศัยประเภทคอนโด มิเนียม สินเชื่อสวัสดิการภาครัฐ สินเชื่อเอ็มเอสเอ็มอี หรือรายจิ๋ววงเงินกู้ตั้งแต่ 1 หมื่น-1 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือพ่อค้าแม่ค้าที่มีแผงขายของในตลาด และเพื่อช่วยเหลือลดการกู้เงินนอกระบบ
นอกจากนี้ จะมีสินเชื่อสำหรับผู้ที่ต้องการประกอบอาชีพเสริมเช่น พนักงานประจำ แต่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองเล็กๆ เช่น การเปิดร้านกาแฟ ร้านหนังสือ และสินเชื่อรีไฟแนนซ์หนี้ทั้งบ้านและบัตรเครดิต
ขณะเดียวกันใน 1-2 เดือนนี้ จะเปิดตัวบัตรเครดิตคุณธรรม ซึ่งตั้งเป้าหมายพอร์ตสินเชื่อ 4,000 ล้านบาท หรือมีฐานลูกค้าประมาณ 1-2 แสนราย รวมทั้งยังสานต่อนโยบายสินเชื่อสำหรับ 5 จังหวัดภาคใต้ รวม 12 โครงการ วงเงินประมาณ 2,100 ล้านบาท พร้อมที่มีแผนขยายสาขาให้ครบ 100 สาขาในปีนี้
นายธีรศักดิ์ กล่าวว่า ธนาคารได้จัดทำกลยุทธ์การตลาดแบบใหม่สร้างเครือข่ายสมาชิกเพื่อทำหน้าที่ช่วยบอกต่อ หรือแนะนำผลิตภัณฑ์ของธนาคารให้ลูกค้ามาใช้บริการ ซึ่งสมาชิกจะได้ส่วนแบ่งกำไร โดยวิธีนี้จะเป็นช่องทางการเข้าถึงลูกค้ารายย่อยให้ได้มากที่สุดและมีต้นทุนต่ำ
“การขยายสินเชื่อรายย่อยมากขึ้น จะทำให้เป็นการกระจายความเสี่ยง และทำให้พอร์ตสินเชื่อของธนาคารมีสุขภาพดีขึ้น รวมทั้งสอดคล้องกับนโยบายหลักของธนาคารที่จะเน้นช่วยผู้ประกอบการรายย่อย อีกทั้งรายย่อยมีอัตรากำไรที่สูงกว่ากลุ่มลูกค้ารายใหญ่” นายธีรศักดิ์ กล่าว
นายธีรศักดิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันธนาคารมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ประมาณ 6% โดยเป็นหนี้เสียจากน้ำท่วมประมาณ 2% หรือมูลค่าประมาณ 700-800 ล้านบาท ซึ่งได้มีการตั้งสำรองหนี้ตามเกณฑ์เรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการปรับปรุงแก้ไข โดยปีที่ผ่านมามีกำไรหลักจากการตั้งสำรองแล้ว 1,000 ล้านบาท







