
ทุนสำรองจีนลดต่ำสุดรอบ2ปี
เงินหดกว่า2หมื่นล้านคาดปีนี้อัดสภาพคล่องเข้าตลาดเต็มสูบ
เงินหดกว่า2หมื่นล้านคาดปีนี้อัดสภาพคล่องเข้าตลาดเต็มสูบ
ทุนสำรองระหว่างประเทศของจีนลดลง ผลส่งออกหดกระแสทุนไหลออก คาดรัฐบาลเตรียมเดินหน้าผ่อนปรนการเงิน พร้อมอัดสภาพคล่องเข้าตลาด
ธนาคารกลางจีนเปิดเผยข้อมูลทุนสำรองระหว่างประเทศล่าสุดเมื่อวันที่ 13 ม.ค. ว่า ปริมาณทุนสำรองระหว่างประเทศของจีนในไตรมาสสุดท้ายของปี 2554 ได้ลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี นับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2009 โดยลดลงไปอยู่ที่ 3.18 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งนับเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่ารูปแบบเศรษฐกิจจีนอาจไม่สามารถพึ่งพาการส่งออกได้เหมือนเดิมอีกต่อไป และจีนอาจต้องดำเนินนโยบายทางการเงินใหม่เพื่อรับมือกับกระแสทุนไหลออก
รอยเตอร์สรายงานว่า ทุนสำรองจีนไตรมาสก่อนลดลงไป 2.06 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 0.6% ของทุนสำรองทั้งหมด ทว่าก็ยังคงเป็นปริมาณทุนสำรองระหว่างประเทศที่สูงที่สุดในโลก การลดลงครั้งนี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนถึงผลกระทบของปริมาณการค้าที่เกินดุลลดลงในยามที่คู่ค้ารายใหญ่ฝั่งตะวันตกเกิดปัญหาเศรษฐกิจ และยังเป็นผลจากภาวะทุนไหลออกจากการเก็งกำไรของบรรดากองทุนต่างๆ ด้วย
ด้านบรรดานักวิเคราะห์มองว่า มีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลจีนจะเดินหน้าผ่อนคลายมาตรการทางการเงินต่อเนื่อง ด้วยการลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ในประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าตลาดมีสภาพคล่องเพียงพอ
“ปริมาณทุนสำรองระหว่างประเทศที่ลดลงในไตรมาส 4 เป็นผลสืบเนื่องมาจากความผกผันอย่างรุนแรงของกระแสทุนที่ไหลออกจากกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ในภาพรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคนี้” แอนดี หยี นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารคอมมอนเวลธ์ แบงก์ ออฟ ออสเตรเลีย กล่าว
หยี กล่าวด้วยว่า ผลพวงจากภาวะดังกล่าวอาจส่งผลให้ธนาคารกลางจีนตัดสินใจลดสัดส่วนการกันสำรองของภาคธนาคารพาณิชย์และหันมาเดินหน้าอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ตลาด หากแนวโน้มในอนาคตย่ำแย่ลง
ทั้งนี้ ธนาคารกลางจีนได้ประกาศลดสัดส่วนการกันสำรองของแบงก์พาณิชย์ลง 0.5% จากระดับสูงสุด 21.5% เมื่อเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว ซึ่งนับเป็นการผ่อนคลายครั้งแรกในรอบ 3 ปี เพื่อรับมือกับภาวะเศรษฐกิจในปีนี้ ที่การส่งออกไปยุโรปอาจลดลงเนื่องจากปัญหาหนี้ยุโรปที่ยังคงยืดเยื้อ เช่นเดียวกับอุปสงค์จากฝั่งสหรัฐที่ยังคงซบเซา
ขณะที่ตัวเลขการส่งออกของจีนในเดือน ธ.ค. ก็ขยายตัวได้ต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี ส่งผลให้จีนมีตัวเลขการค้าเกินดุล ลดลงต่ำสุดในรอบ 3 ปี อยู่ที่ 1.55 แสนล้านเหรียญสหรัฐ







