posttoday
แคปติวา ดีเซลนี่แหละ เอสยูวี ตัวจริง

แคปติวา ดีเซลนี่แหละ เอสยูวี ตัวจริง

11 มกราคม 2555

สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านทุกท่าน หน้ารถยนต์โพสต์ทูเดย์ กลับมาประจำการรายงานผลการทดลองขับรถยนต์รุ่นใหม่ๆ

สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านทุกท่าน หน้ารถยนต์โพสต์ทูเดย์ กลับมาประจำการรายงานผลการทดลองขับรถยนต์รุ่นใหม่ๆ

โดย..นิธิ ท้วมประถม

สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านทุกท่าน หน้ารถยนต์โพสต์ทูเดย์ กลับมาประจำการรายงานผลการทดลองขับรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบกันเหมือนเดิม หลังจากต้องสละพื้นที่ให้กับรายงานสุดยอดรถแห่งปี 2554 และรถยนต์ใหม่ของปี 2555 ไปเสีย 2 อาทิตย์

แคปติวา ดีเซลนี่แหละ เอสยูวี ตัวจริง

 

แต่ในสัปดาห์นี้ คอลัมน์ลองขับก็กลับมาประจำการเหมือนเดิมอีกครั้งครับ ซึ่งในสัปดาห์นี้จะเป็นการรายงานผลการทดลองขับรถ SUV หรือรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ อย่าง เชฟโรเลต แคปติวา ดีเซล ให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบ

เชฟโรเลต แคปติวา ดีเซล เป็นหนึ่งในรถยนต์ที่ได้ทางทีมมอเตอริง โพสต์ทูเดย์ คัดเลือกให้เป็นสุดยอดรถเอสยูวีของปี 2554 ซึ่งก็ต้องบอกไว้ก่อนครับว่าผมได้ลองขับเจ้า เชฟโรเลต แคปติวา ดีเซล นี้ตั้งแต่ก่อนช่วงปีใหม่ หลังจากที่ทางเชฟโรเลต ประเทศไทย เปิดตัวเจ้า แคปติวา ดีเซล ในงานมหกรรมยานยนต์เมื่อช่วงเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมานี้แบบสดๆ ร้อนๆ ทำให้เจ้าแคปติวา ดีเซลนั้นขึ้นทำเนียบสุดยอดรถเอสยูวีแห่งปี 2554 ไปได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

ทำไม เชฟโรเลต แคปติวา ดีเซล ถึงถูกขึ้นทำเนียบเป็นสุดยอดรถเอสยูวีแห่งปี 2554 ในสายตาของมอเตอริง โพสต์ทูเดย์ ตามอ่านได้เลยครับ

จะว่าไปแล้ว เชฟโรเลตเพิ่งเปิดตัวแคปติวาใหม่ เครื่องยนต์เบนซิน ที่สามารถใช้น้ำมัน อี85 ไปเมื่อช่วงกลางปีที่แล้วนี่เอง และก็สามารถทำยอดขายได้ดีไม่น้อย จากรูปร่างหน้าตา และสมรรถนะของแคปติวาใหม่ ที่เมื่อเทียบกันแบบตัวต่อตัวกับคู่แข่งอย่าง ฮอนด้า ซีอาร์วี แล้วก็ต้องบอกว่า เชฟโรเลต แคปติวานั้นหน้าตาดูแมนกว่ามั่กๆ

ใครที่ชอบรถหน้าตาดุๆ เท่ๆ ไม่ผิดหวังแน่กับเชฟโรเลต แคปติวาใหม่ ทั้งเครื่องเบนซิน หรือดีเซล ก็หน้าตาเดียวกันครับ จะต่างกันก็ตรงที่ตัวอักษรด้านบั้นท้ายรถ ที่หากเป็นเครื่องเบนซินขนาด 2.4 ลิตรนั้นจะมีตัวอักษรสีเขียวบอกว่า FLEX FUEL แสดงให้รู้ว่าใช้น้ำมัน อี85 ได้

ส่วนรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลนั้นก็จะมีตัวอักษร VCDi ติดไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้รู้ว่าเป็นรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลเช่นกัน

ภายนอกของแคปติวา ดีเซลนั้น บอกได้เลยว่า “แมน” มากครับ โดยเฉพาะกระจังหน้า 2 ชั้น ไฟหน้าโปรเจกเตอร์ ไฟตัดหมอกหน้า ที่มองยังไงก็ลงตัวสวยไม่น้อยทีเดียว ยิ่งด้านบั้นท้ายที่ใส่ท่อไอเสียคู่ ดูสปอร์ตขึ้นเป็นกอง เอาเป็นว่าส่วนตัวแล้วผมชอบเจ้าแคปติวาใหม่นี้เสียแล้วสิ

แคปติวา ดีเซลนี่แหละ เอสยูวี ตัวจริง

 

ส่วนภายในห้องโดยสาร กว้างขวางครับ ทั้งที่นั่งตอนหน้า ตอนหลัง และที่นั่งแถวที่ 3 ที่สามารถนั่งโดยสารได้แบบสบายใจ ไม่ต้องนั่งหน้างอ คอหัก ให้รู้สึกว่าเป็นส่วนเกินของการเดินทางแต่อย่างใด นั่งหน้าเชิด อกเชิดได้เลยครับ แถมมีช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอน 3 อีกด้วย เห็นมั้ยครับว่าเต็มใจให้มาจริงๆ ไม่ใช่มาแบบหลบซ่อนๆ อย่างนี้เรียกว่ารถยนต์ 7 ที่นั่งได้แบบเต็มปากเต็มคำ

ก้าวเข้าประจำที่นั่งหลังพวงมาลัย ก็ต้องละลานตากับแผงมาตรวัด และหน้าปัดต่างๆ ที่คอนโซลด้านหน้า ซึ่งทำให้แคปติวา ดีเซลนี้ดูทันสมัย ไม่น้อยทีเดียว

ที่ผมชอบคือ จอทัชสกรีน ขนาดใหญ่ที่อยู่บนคอนโซลหน้า ที่ทำให้รถคันนี้ดูไฮโซไม่น้อย เพราะเจ้าจอขนาด 7 นิ้วที่ว่านี้ ทำหน้าที่หลากหลายเหลือเกิน ทั้งดูหนัง ฟังเพลงจากแผ่น SD การ์ด ก็ได้ แถมยังมีระบบ Driving Mode แสดงข้อมูลการขับขี่แบบดิจิตอล ทั้งอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน ความเร็วเฉลี่ย ระบบเวลาการขับรถ ระยะทางที่วิ่งได้จากน้ำมันที่เหลือ อุณหภูมิภายนอกตัวรถ รวมถึงระบบเนวิเกเตอร์ หรือระบบนำทางด้วย เรียกว่าไม่ต้องไปเสียเงินไปเติมอุปกรณ์เสริมอะไรอีกแล้วครับ

ใครที่รักเสียงเพลงไม่ต้องห่วงเพราะมีช่องต่อ USB กับ AUX มาให้พรั่งพร้อมแล้ว

พวงมาลัย มัลติฟังก์ชัน อยากปรับเครื่องเสียง ทั้งความเบา ความดัง เปลี่ยนช่องวิทยุ เปลี่ยนเพลงจากซีดี เพิ่มความแรงของพัดลมแอร์ ตั้งระบบควบคุมความเร็ว ทำได้บนพวงมาลัยนี่แหละ

แค่นั่งหลังพวงมาลัย ก็มองแผงหน้าปัดเพลินตาแล้วครับ แต่ต้องลองก่อนครับว่าจะสะแด่วแค่ไหน

ปิดกุญแจสตาร์ตกันเลยดีกว่า เสียงเครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว DOHC พร้อมเทอร์โบแปรผัน ก็กระหึ่มขึ้นมาทันที ลองนั่งฟังเสียงเครื่องยนต์ดู ก็พบว่าเสียงเครื่องยนต์ไม่ได้ดังอะไรมากมายนัก แถมไม่สั่นเสียด้วย

แคปติวา ดีเซลนี่แหละ เอสยูวี ตัวจริง

 

เปลี่ยนเกียร์มาเป็นเกียร์ D เจ้าแคปติวา ดีเซล ก็เคลื่อนตัวออกไปอย่างนุ่มนวล ลองเหยียบคันเร่งหนักหน่อย อยากรู้นักว่าเจ้าเครื่องดีเซล ที่ผ่านมาตรฐานไอเสีย ยูโร 4 รุ่นแรกของประเทศไทยนั้นจะแจ่มแค่ไหน

ทันทีที่เพิ่มน้ำหนักเท่าบนคันเร่ง แคปติวา ดีเซล ก็พุ่งพรวดออกไปทันทีแบบไม่ต้องรอรอบอะไรมากมายเลยครับ ม้า 163 ตัว พร้อมใจกันควบทันทีที่รอบเครื่องยนต์ 3,800 รอบต่อนาที และแรงบิดท่า 360 นิวตันเมตร ที่รอบเครื่องยนต์แค่ 1,7502,750 นิวตันเมตรเท่านั้น เรียกว่าเพียงแค่แตะๆ คันเร่ง ก็พุ่งแล้วครับ

และที่น่าปรบมือให้กับเครื่องยนต์ตัวนี้ นอกจากอัตราเร่งแล้วก็คือความนุ่มนวลของเครื่องยนต์ที่ดูดีมากครับ ไม่มีอาการสะท้านเท้าเลยเวลาเหยียบคันเร่งหนัก เพื่อเร่งแซง รอบเครื่องจะขึ้นแบบนุ่มนวล แต่รวดเร็ว โดยไม่ต้องกังวลว่าจะแซงไม่พ้นครับ

เครื่องยนต์ทำงานได้สอดคล้องกับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ เป็นอย่างดี ไม่มีปรากฏอาการกระตุกเวลาเปลี่ยนเกียร์

ความเร็วปกติที่ผมใช้นั้นอยู่ในระดับประมาณ 140 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งสบายมากครับทั้งในเรื่องของความนุ่มนวลของช่วงล่าง ที่นุ่มนวลไม่ต่างกับรถยนต์นั่งครับ ไม่มีปัญหาหากต้องเดินทางไกล สบายทั้งคนขับ และคนนั่ง ส่วนเรื่องการทรงตัว ก็ไม่ต้องกังวลมาก เพราะระบบขับเคลื่อนของแคปติวา เป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ฟูลไทม์ หรือขับเคลื่อน 4 ล้อ ตลอดเวลา ทำให้หมดห่วงเรื่องการทรงตัว แม้จะใช้ความเร็วสูง เข้าโค้งแบบเต็มๆ ได้เลย หนึบๆ ครับ

แต่ถ้าใครไม่ต้องการรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ จะเลือกรุ่น LSX ซึ่งเป็นรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า ก็ไม่ผิดกติกา แต่ก็ต้องแลกกับออฟชันที่หายไปบ้างอย่างหน้าจอทัชสกรีน 7 นิ้วหายไป แต่มีเครื่องเล่นซีดี 1 แผ่น ใส่มาแทน เบาะนั่งคนขับไม่ได้ปรับด้วยไฟฟ้า ล้อขนาดเหลือแค่ 17 นิ้ว แต่รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ จะใหญ่ขึ้นอีก 1 นิ้ว คือ 18 นิ้ว ไม่มีระบบปรับความแรงพัดลมที่พวงมาลัย ก็เท่านั้น

ความเร็วที่ทำได้ในช่วงที่ลองขับนั้นไหลไปได้ถึง 180 กิโลเมตร/ชั่วโมง แบบสบายๆ ไม่มีปัญหา ที่บอกไว้นี่ไม่ได้หมายถึงให้ขับเร็วขนาดนี้นะครับ แต่บอกเพื่อให้รู้ว่าเครื่อง 2.0 ลิตร ดีเซล นี้ทำได้ครับ

แคปติวา ดีเซลนี่แหละ เอสยูวี ตัวจริง

 

ผมติดใจกับอัตราเร่งและความนุ่มนวลของเครื่องยนต์แคปติวา ดีเซล คันนี้จริงๆ ครับ ทำได้ถูกใจผมจริงๆ

จุดเด่นอีกอย่างที่ไม่บอกไม่ได้คือ ระบบปรับพับเบาะในห้องโดยสารที่สามารถปรับพับราบเป็นระดับเดียวกับพื้นห้องโดยสารทั้งเบาะแถวที่ 2 และแถวที่ 3 ทำให้หมดปัญหาเรื่องพื้นที่เก็บสัมภาระครับ ไปต่างจังหวัดขนกระเป๋า ขนของฝากกันได้แบบสะใจกันไปเลย และระบบการปรับพับเบาะแบบแบนราบนี้ ผมยังไม่เห็นในรถ SUV รุ่นอื่น หรือยี่ห้ออื่นนะครับ

หลังจากขับไปหลายร้อยกิโลเมตร ก็ต้องหยุดพักรถเสียหน่อย เปลี่ยนเกียร์เข้าไปตำแหน่ง P ตามปกติ แต่ตาเหลือบไปเห็นปุ่ม P ที่อยู่ตรงคอนโซลกลาง ด้านข้างคนขับ เลยรู้ว่าเจ้าแคปติวา ดีเซล นี้ติดตั้งเบรกมือไฟฟ้าด้วย และผมก็ไม่เคยเห็นว่ารถในระดับนี้ยี่ห้อไหนติดตั้งระบบนี้มาด้วย ข้อดีของเบรกมือไฟฟ้าก็คือใช้งานง่ายครับ เพราะเพียงแค่ใช้นิ้วดึงแป้นเบรกมือเล็กๆ รถก็เข้าเบรกมือแล้ว ไม่ต้องออกแรงดึงก้านเบรกมือเหมือนรถทั่วไป แถมยังทำให้มีพื้นที่เก็บสัมภาระบริเวณคอนโซลกลางเพิ่มขึ้นอีกด้วย

สำหรับราคาจำหน่ายของเชฟโรเลต แคปติวา ดีเซลใหม่ เริ่มต้นสำหรับรุ่น LSX (ขับเคลื่อน 2 ล้อ) ราคาอยู่ที่ 1,395,000 บาท รุ่น LT ราคา 1,620,000 บาท และรุ่นสูงสุด LTZ มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 1,699,000 บาท

เอ้า...ใครอยากได้ SUV ดีๆ สักคัน ควักกระเป๋าได้ ไม่ผิดหวังแน่นอน...
 

 

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร