
คาดยอดใช้ก๊าซพุ่ง
รับอานิสงส์นโยบายกระตุ้นศก. ขนส่ง-อุตฯ-ปิโตร-ไฟฟ้าแห่ใช้
รับอานิสงส์นโยบายกระตุ้นศก. ขนส่ง-อุตฯ-ปิโตร-ไฟฟ้าแห่ใช้
สนพ. คาดความต้องการใช้พลังงานปี 2555 ขยายตัว 4.8% ผลจากรัฐอัดงบฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังน้ำท่วม
นายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่าสนพ.คาดการณ์ความต้องการใช้พลังงานเชิงพาณิชย์ขั้นต้นในปี 2555 อยู่ที่ 1.94 ล้านบาร์เรล เทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน หรือเพิ่มขึ้นจากปี 2554 ประมาณ 4.8% ขยายตัวตามอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการเร่งรัดการลงทุนเพื่อปรับปรุงฟื้นฟูกิจการต่างๆ ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม
ขณะที่การใช้ก๊าซธรรมชาติเพิ่ม 7.4% พลังงานเชื้อเพลิงใช้มากที่สุด เมื่อเทียบกับพลังงานประเภทอื่น เนื่องจากมีการใช้ก๊าซเอ็นจีวีภาคขนส่ง โรงงานอุตสาหกรรม ปิโตรเคมี และผลิตไฟฟ้าพลังงาน
เชื้อเพลิงที่มีความต้องการใช้รองลงมา คือ น้ำมัน คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3.3% หรือคิดเป็นปริมาณ 6.94 แสนบาร์เรล ลิกไนต์และถ่านหินมีความต้องการใช้เพิ่มขึ้น 2.8% น้ำมันสำเร็จรูปจะเพิ่มขึ้น 3.3% เพื่อใช้ขนก๊าซแอลพีจีมากที่สุดถึง 11.2% รองลงมาเป็นการใช้เพิ่มในน้ำมันเครื่องบิน เนื่องจากการท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัวจากภาวะอุทกภัย ส่วนดีเซลจะเพิ่มขึ้น 2.9% และเบนซินเพิ่ม 0.9%
“การใช้ก๊าซปีนี้จะโตมากในภาคขนส่ง เพราะผู้ใช้รถยนต์บางส่วนเปลี่ยนจากน้ำมันมาใช้เอ็นจีวี ส่งผลให้ก๊าซที่มีอยู่ไม่พอ ต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) เพิ่ม” นายสุเทพ กล่าว
ด้านสถานการณ์ไฟฟ้าในปี 2554 มีกำลังการผลิตติดตั้งไฟฟ้าอยู่ที่ 31,447 เมกะวัตต์ โดยความต้องการไฟฟ้าสูงสุดอยู่ที่ 24,518 เมกะวัตต์ ต่ำกว่าระดับพีกของปี 2553 ประมาณ 0.5% โดยปริมาณการใช้ไฟฟ้าในปีที่แล้วอยู่ที่ 147,836 กิกะวัตต์ชั่วโมง ลดลงจากปี 2553 ประมาณ 0.6% เนื่องจากช่วงต้นปีที่แล้วไทยมีอากาศหนาวนานและมีฝนตกมากกว่าปกติ
รวมถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิในญี่ปุ่นส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจของไทย และปลายปียังเกิดภัยพิบัติกระทบต่อนิคมอุตสาหกรรม 7 แห่ง จึงทำให้การใช้ไฟฟ้าลดลง โดยการใช้ไฟฟ้าในภาคอุตสาหกรรมซึ่งมีสัดส่วนมากที่สุดถึง 45% ใช้ไฟลดลง 0.04% ธุรกิจ 0.3% ครัวเรือน 1.8% และเกษตรกรรม 12.7%







