
คปภ.เปิดแผนแม่บทประกัน
เน้นเพิ่มความแกร่งเงินกองทุน
ฟังเสียงผู้บริโภคตั้งรับเปิดเสรี โพสต์ทูเดย์
— คปภ.เปิดกรอบพัฒนาการประกันภัย 5 ปี เน้นสร้างความแข็งแกร่งฐานะการเงิน คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคนายสรศักดิ์ ทันตสุวรรณ รองเลขาธิการ สายส่งเสริมและบริหาร คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า คปภ.อยู่ระหว่างการจัดทำกรอบมาตรการแผนพัฒนาการประกันภัยฉบับที่ 2 พ.ศ. 25532557 ซึ่งเป็นแผนแรกที่อยู่ภายใต้องค์กรอิสระ โดยทำขึ้นร่วมกันระหว่างนักวิชาการ ตัวแทนภาคประชาชน ผู้ประกอบการ และเป็นครั้งแรกที่ได้กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรถึงการให้ความสำคัญกับความต้องการของประชาชนถึง 2 มาตรการ จากทั้งหมด 4 มาตรการ
สำหรับ 4 มาตรการ ประกอบด้วย มาตรการที่ 1 การเสริมสร้างเสถียรภาพของระบบประกันภัย เน้นการเสริมสร้างความเข้มแข็งต่อระบบประกันภัย อาทิ การตรวจสอบและกำกับบริษัทประกันภัยตามระดับความเสี่ยง (RBS) การกำกับเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยง (RBC) ซึ่งจะบังคับใช้อย่างค่อยเป็นค่อยไปในปี 2554 การลดต้นทุนทางการประกันภัย การเพิ่มมาตรการป้องกันความเสียหายอย่างทันท่วงที การลงทุน การเตรียมความพร้อมให้ดำเนินการแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด การจัดทำมาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และการอุดหนุนเงินแก่ผู้ก่อการร้าย (AML/CFT) การสร้างมาตรการจูงใจเพื่อการควบรวมกิจการ การกำหนดแนวนโยบายในการเปิดเสรีธุรกิจประกันภัยในภูมิภาคอาเซียน ปี 2563
มาตรการที่ 2 ว่าด้วยเรื่องการเสริมสร้างความเชื่อมั่นและการเข้าถึงระบบประกันภัยของประชาชน ทั้งการส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยให้สอดคล้องกับความเสี่ยงของประชาชนที่เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจ สังคม กฎหมายและเทคโนโลยีสารสนเทศ การพัฒนาช่องทางการจำหน่ายและการให้บริการแบบครบวงจร การเสริมสร้างความรู้ด้านประกันภัยให้กับประชาชน การเสริมสร้างให้ระบบประกันภัยมีบทบาทต่อสังคมไทย
มาตรการที่ 3 การยกระดับการให้บริการและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนด้านการประกันภัย ประกอบด้วย การพัฒนาคุณภาพการให้บริการและการส่งเสริมจิตสาธารณะในระบบประกันภัย การพัฒนาคุณภาพการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนด้านการประกันภัย การเพิ่มบทบาทภาครัฐในการคุ้มครองประชาชนด้านประกันภัย
มาตรการที่ 4 การส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานด้านการประกันภัย อาทิ การปรับปรุงระบบภาษีเพื่อการพัฒนา ระบบประกันภัยการจัดตั้งสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง
นายสรศักดิ์ กล่าวว่า 4 มาตรการข้างต้น เป็นเพียงกรอบกว้างๆ เท่านั้นจะมีการร่วมกันกำหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนกับองค์กรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป







