posttoday
ตลาดรถยนต์-2ล้อ กอดคอจมน้ำ

ตลาดรถยนต์-2ล้อ กอดคอจมน้ำ

23 ธันวาคม 2554

เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ผ่านมาส่งผลกระทบต่อทุกอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมยานยนต์

เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ผ่านมาส่งผลกระทบต่อทุกอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมยานยนต์

ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เนื่องจากโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ถูกน้ำท่วมเป็นจำนวนมาก รวมถึงโรงงานผลิตรถยนต์ฮอนด้าที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ถูกน้ำท่วมเสียหายทั้งหมด ส่งผลถึงความสามารถในการผลิตที่ไม่มีค่ายรถยนต์และค่ายรถจักรยานยนต์ค่ายใด ที่สามารถผลิตรถได้ตามกำลังการผลิตที่มีอยู่

ประกอบกับกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะงักทันที เมื่อเหตุการณ์น้ำท่วมขยายวงกว้างเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ทำให้กำลังซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ตั้งแต่ภาคกลางตอนล่าง และ กทม.หยุดลง

ล่าสุด บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า รายงานยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์เดือน พ.ย. 2555 ว่ามียอดจดทะเบียนรวมทุกยี่ห้อเพียง 128,324 คัน ลดลง 11% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยเจ้าตลาด

ตลาดรถยนต์-2ล้อ กอดคอจมน้ำ

อย่างฮอนด้ามียอดจำหน่ายลดลงมากที่สุด เนื่องจากต้องหยุดทำการผลิตไปตั้งแต่วันที่ 11 ต.ค. เนื่องจากขาดแคลนชิ้นส่วนในการผลิต และต้องเตรียมการรับมือกับภาวะน้ำท่วม ก่อนจะกลับมาเริ่มเปิดไลน์การผลิตอีกครั้งเมื่อวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยมียอดจำหน่าย 79,991 คัน ลดลงถึง 19% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

อย่างไรก็ตาม ฮอนด้าได้คาดการณ์ยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ในปีนี้ว่าน่าจะปิดตลาดปี 2555 ด้วยยอดจดทะเบียนรวมทุกยี่ห้อที่ 1.99 ล้านคัน หรือเติบโตขึ้น 8% ขณะที่ยอดจำหน่าย 11 เดือนแรกอยู่ที่ 1,884,703 คัน ส่วนยอดจดทะเบียนของฮอนด้าสิ้นปีนี้น่าจะอยู่ที่ 1.38 ล้านคัน หรือโต 10%

ฮอนด้า ระบุว่า ในเดือน ธ.ค.ฮอนด้าจะสามารถผลิตและจัดส่งรถไปยังร้านผู้จำหน่ายได้ประมาณ 1 แสนคัน และจะสามารถเดินไลน์ผลิตได้แบบเต็มกำลังภายในปลายเดือน ธ.ค. เพื่อเตรียมรองรับความต้องการของผู้ใช้ที่จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในไตรมาสแรกของปีหน้า

ขณะที่ยอดจำหน่ายรถยนต์ในเดือน พ.ย. ก็จุกหนักเช่นกัน โดย วุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ได้รายงานสถิติการขายรถยนต์เดือน พ.ย. 2554 มียอดจำหน่ายเพียง 25,664 คัน ลดลงถึง 67.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยตลาดรถยนต์นั่งมียอดขาย 12,746 คัน ลดลง 62.1% รถยนต์เพื่อการพาณิชย์มียอดขาย 12,918 คัน ลดลง 71.5% แม้ว่าโรงงานผลิตรถยนต์หลายแห่งจะสามารถกลับมาผลิตได้อีกครั้ง แต่ยังไม่กลับสู่ระดับการผลิตปกติ ซึ่งเป็นผลจากการขาดแคลนชิ้นส่วน

อย่างไรก็ตาม ตลาดรถยนต์เมืองไทยในช่วงที่ผ่านมายังถือว่าทำบุญมาดี เพราะแม้ว่ายอดจำหน่ายรถยนต์ในเดือน พ.ย.จะวูบลงไปอย่างมาก แต่เมื่อมาพิจารณาตลาดรถยนต์สะสม 11 เดือนแรก มีปริมาณการขาย 739,506 คัน เพิ่มขึ้น 4.6%

ทั้งนี้ อัตราการเติบโตสะสม 11 เดือนยังคงเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลจากช่วง 9 เดือนแรกของปี ที่กำลังซื้อของผู้บริโภคอยู่ในเกณฑ์ดี มีการเติบโตทั้งภาคการลงทุนและบริโภค และความนิยมอย่างต่อเนื่องของรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ก่อนที่ผู้ผลิตรถยนต์จะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม จนทำให้ต้องหยุดการผลิตอยู่ช่วงหนึ่ง

ขณะที่การคาดการณ์ตลาดรถยนต์ในเดือน ธ.ค.นั้น โตโยต้ามองว่าน่าจะยังคงลดลงจากผลกระทบต่อเนื่องจากปัญหาอุทกภัย แต่จากการที่โรงงานผลิตรถยนต์เกือบทุกแห่งและหลายนิคมอุตสาหกรรมสามารถกลับมาผลิตได้อีกครั้ง แม้ระดับการผลิตจะยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติ ก็นับเป็นสัญญาณที่ดีต่อภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

สำหรับตัวเลขปริมาณการจำหน่ายรถยนต์เดือน พ.ย.นั้น โตโยต้า ยังครองความเป็นเบอร์ 1 ด้วยยอดจำหน่ายทั้งสิ้น 4,047 คัน ลดลง 88% มีส่วนแบ่งตลาด 15.8% อันดับ 2 มิตซูบิชิ 3,557 คัน ลดลง 12.7% ส่วนแบ่งตลาด 13.9% อันดับที่ 3 นิสสัน 3,294 คัน ลดลง 36.9% ส่วนแบ่งตลาด 12.8%

ยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และรถยนต์ในเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา นั้น น่าจะเป็นช่วงที่ต่ำที่สุดของอุตสาหกรรมยานยนต์ และเชื่อว่าหลังจากนี้ทุกอย่างน่าจะเริ่มดีขึ้นตามลำดับ

 

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร