posttoday
ประเมิณสินค้าเกษตรหลังน้ำลดใครรอด..ใครเจ๊ง

ประเมิณสินค้าเกษตรหลังน้ำลดใครรอด..ใครเจ๊ง

12 ธันวาคม 2554

สถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายลงแล้ว นอกจากโรงงานอุตสาหกรรมจะเร่งฟื้นฟูสภาพหลังน้ำลดลง

สถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายลงแล้ว นอกจากโรงงานอุตสาหกรรมจะเร่งฟื้นฟูสภาพหลังน้ำลดลง

เพื่อให้กำลังการผลิตสินค้าเดินเครื่องได้เหมือนเดิม สินค้าเกษตรเป็นอีกกลุ่มที่ต้องเร่งสำรวจความเสียหายและประเมินผลกระทบหลังน้ำลดลง ว่าจะมีผลต่อภาวะการค้าในประเทศและแนวโน้มตลาดส่งออกในอนาคตอย่างไรบ้าง

เสรี เด่นวรลักษณ์ นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย กล่าวว่า ความเสียหายของอุตสาหกรรมมันสำปะหลังที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม คาดว่าผลผลิตจะเสียหายไม่เกิน 10% ของผลผลิตหัวมันสดในฤดูกาลนี้ ที่ประเมินว่าจะมีผลผลิตทั้งหมด 2425 ล้านตัน เนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลังอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งถือว่าต่ำกว่าประมาณการเดิมที่คาดว่ามันสำปะหลังจะเป็นอีกกลุ่มที่เสียหายหนัก

ประเมิณสินค้าเกษตรหลังน้ำลดใครรอด..ใครเจ๊ง

 

ความเสียหายที่เกิดขึ้นเล็กน้อยนี้ยังเป็นผลดีให้กับอุตสาหกรรมมันสำปะหลัง เพราะเกษตรกรขุดหัวมันช้าลง ซึ่งจะช่วยให้หัวมันสดได้เชื้อแป้งในเปอร์เซ็นต์ที่ดีขึ้น ส่งผลทำให้ราคาหัวมันสดปัจจุบันปรับขึ้นมาอยู่ที่ กก.ละ 33.10 บาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดือนก่อนที่หัวมันสดราคาลดลงไปที่ กก.ละ 22.50 บาท และยังเป็นราคาที่สูงกว่าราคารับจำนำที่รัฐบาลกำหนดจำนำหัวมันสดขั้นต่ำไม่เกิน กก.ละ 2.60 บาท

นอกจากปัจจัยน้ำท่วมแล้ว ในแง่ของความต้องการหัวมันสดที่มีมากขึ้น ผลักดันให้ราคาหัวมันสดปรับเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน โดยความต้องการหัวมันสดปัจจุบันอยู่ที่วันละ 78 หมื่นตัน แต่ผลผลิตต่อวันต่ำกว่าอยู่ที่ 5 หมื่นตัน เป็นอีกปัจจัยทำให้ราคาหัวมันสดปรับตัวดีขึ้น ซึ่งปัจจัยเสี่ยงของอุตสาหกรรมมันสำปะหลังขณะนี้มีอยู่อย่างเดียวคือการระบาดของเพลี้ยแป้ง หลังจากที่สถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายแล้ว ทางสมาคมและกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังจะมีการเตรียมความพร้อมของการแพร่ระบาดของเพลี้ยแป้ง ซึ่งปัจจุบันมีแนวทางป้องกันไว้แล้ว คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมมันสำปะหลังเหมือนกับปีที่ผ่านมา

ในแง่ของการส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ถือว่ามีแนวโน้มที่ดีเช่นกัน คาดว่าปีนี้จะสามารถส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังได้กว่า 7 ล้านตัน แบ่งเป็นมันเส้นและมันอัดเม็ด 3.6-3.8 ล้านตัน และแป้งมัน 2.6-2.7 ล้านตัน โดยระดับราคาถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ซึ่งราคาส่งออกมันเส้นอยู่ที่ 265 เหรียญสหรัฐต่อตัน และแป้งมันอยู่ที่ 450 เหรียญสหรัฐต่อตัน เมื่อทอนกลับมาเป็นหัวมันสดจะอยู่ที่ กก.ละ 3 บาท เป็นราคาที่ทั้งเกษตรกรและผู้ส่งออกอยู่ได้ ถือว่าแนวโน้มอุตสาหกรรมมันสำปะหลังมีทิศทางสดใส และคาดว่าปีหน้าการส่งออกและราคาจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกว่าปีนี้

วีระพงษ์ ปัญจวัฒนกุล นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่เนื้อแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในกลุ่มอุตสาหกรรมไก่เนื้อถือว่าไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมมากนัก การเลี้ยงไก่เนื้อเสียหายจากเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ถึง 1% หรือเสียหาย 12 ล้านตัว เทียบจากปริมาณผลผลิตของไก่เนื้อต่อสัปดาห์อยู่ที่ 2324 ล้านตัว เนื่องจากอุตสาหกรรมไก่เนื้อสามารถเคลื่อนย้ายหรือฟื้นตัวได้ง่ายกว่าการเลี้ยงไก่ประเภทอื่น เพราะหากพื้นที่ไหนที่ประสบปัญหาน้ำท่วมก็จะย้ายเล้าไก่มาเลี้ยงในพื้นที่ปลอดภัย

ในส่วนที่เสียหายก็สามารถกลับมาเพิ่มกำลังการผลิตได้เหมือนเดิม ส่งผลให้ราคาเนื้อไก่ในประเทศทรงตัว ไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นเหมือนกับสินค้าเกษตรชนิดอื่น โดยราคาไก่เป็นอยู่ที่ กก.ละ 39 บาท ถือว่าเป็นแหล่งโปรตีนราคาถูกที่ทดแทนสินค้าชนิดอื่นในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมได้เป็นอย่างดี และมีแนวโน้มว่าราคาจะทรงตัวอยู่ในระดับนี้

ขณะที่การส่งออกนั้นคาดว่าปีนี้ไทยจะสามารถส่งออกสินค้าไก่ได้ประมาณ 4.5 แสนตัน หรือเพิ่มขึ้น 10% จากการส่งออกปีที่ผ่านมา ส่วนปีหน้าคาดว่าการส่งออกจะใกล้เคียงกับปีนี้ ซึ่งอัตราขยายตัวคงไม่เพิ่มขึ้นมากนัก เนื่องจากมีภาวะเศรษฐกิจโลกในปีหน้าเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่เชื่อว่าทิศทางกลุ่มอาหารยังมีแนวโน้มที่ดีอยู่

มงคล พิพัฒสัตยานุวงศ์ นายกสมาคมผู้ผลิต ผู้ค้า และส่งออกไข่ไก่ กล่าวว่า ไข่ไก่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์น้ำท่วมประมาณ 5% หรือเสียหายไปประมาณ 12 ล้านฟองเท่านั้น แต่ปัจจุบันสถานการณ์ไข่ไก่ได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว โดยมีผลผลิตไข่ไก่ออกมาต่อวัน 28-29 ล้านฟอง เนื่องจากพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไก่ที่นำเข้าเสรีจากรัฐบาลที่แล้วเริ่มออกผลผลิต

ดังนั้น จึงยืนยันว่าปริมาณไข่ไก่ในประเทศมีเพียงพอแน่นอน และราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มก็อยู่ที่ 33.10 บาท/ฟอง ดังนั้นราคาขายปลีกไข่ไก่น่าจะทยอยปรับลดลงมา ส่วนต้นทุนไข่ไก่อยู่ที่ฟองละ 2.80 บาท ขณะที่การส่งออกไข่ไก่นั้น ได้ชะลอการส่งออกไประยะหนึ่งเพื่อป้อนปริมาณไข่ไก่ในประเทศให้มีเพียงพอในช่วงน้ำท่วม คาดว่าเดือน ธ.ค. จะสามารถกลับมาส่งออกไข่ไก่ได้ โดยปีนี้จะมีการส่งออกไข่ไก่อยู่ที่ 100 ล้านฟอง

กอบสุข เอี่ยมสุรีย์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ปริมาณผลผลิตข้าวที่เสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ ไม่น่าจะเกิน 7 ล้านไร่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาข้าวในประเทศปรับตัวสูงขึ้นในระยะสั้น แต่สาเหตุที่ราคาข้าวเปลือกปรับเพิ่มขึ้นมาจากปัจจัยราคารับจำนำข้าวเปลือกนาปี ฤดูกาล 2554/2555 ที่รัฐบาลกำหนดเป็นหลัก ซึ่งในส่วนของภาคการส่งออกได้รับผลกระทบอย่างมาก เพราะผู้ซื้อหันไปซื้อข้าวจากอินเดียแทน โดยการส่งออกเดือน พ.ย.ธ.ค. คาดว่าจะส่งออกลดลงเหลือ 5 แสนตันเท่านั้น และปีหน้าคาดว่าปริมาณการส่งออกไทยจะลดลงอย่างต่ำ 20% จากปีนี้ที่คาดว่ายังสามารถส่งออกได้ปริมาณ 10 ล้านตันอยู่ เพราะช่วงต้นปีไทยสามารถส่งออกได้มาก

แนวโน้มทิศทางราคาข้าวหลังจากน้ำท่วมลดลง คงต้องดูจากนโยบายรัฐบาลเป็นหลัก เพราะเอกชนคงไม่สามารถทำอะไรแล้ว เนื่องจากรัฐบาลเป็นผู้กำหนดทิศทางและราคาข้าวทุกอย่าง แต่เหตุที่ราคาข้าวไทยในตลาดโลกยังไม่สามารถส่งออกได้เท่ากับต้นทุนรับจำนำ เนื่องจากผู้ซื้อยังไม่ตอบรับราคา เพราะหากซื้อข้าวจากประเทศอื่นได้ราคาถูกกว่า คงต้องติดตามการขายข้าวผ่านรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ว่าจะสามารถขายได้ราคาต้นทุนของรับจำนำหรือไม่ เอกชนจะประเมินสถานการณ์อีกครั้ง เนื่องจากไม่สามารถปรับตัวไปได้มากกว่านี้แล้ว

 

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่