
‘เฟิร์สช้อยส์’ชูผ่อนยาว
จ่อยืดแคมเปญ0%ออกไปช่วยน้ำท่วมให้นาน24เดือน
จ่อยืดแคมเปญ0%ออกไปช่วยน้ำท่วมให้นาน24เดือน
“เฟิร์สช้อยส์” จ่อยืดอายุแคมเปญผ่อน 0% และผ่อนนาน 24 เดือน สินค้าทุกรายการ และเพิ่มหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าช่วยลูกค้าน้ำท่วมให้เงินไม่ตึงมือ
น.ส.ณญาณี เผือกขำ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อผ่อนชำระ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส ผู้ให้บริการบัตรกรุงศรี เฟิร์สช้อยส์ กล่าวว่า บริษัทอาจมีการพิจารณาต่ออายุแคมเปญ “ฟ้าหลังฝน” จากเดิมที่จะหมดระยะเวลาสิ้นเดือน ม.ค. 2555 เพื่อช่วยเหลือลูกค้าหลังประสบเหตุการณ์น้ำท่วม
ทั้งนี้ ฟ้าหลังฝน เป็นแคมเปญให้ลูกค้าที่ถือบัตรเฟิร์สช้อยส์สามารถเลือกผ่อนชำระสินค้าทุกประเภทได้นานสุด 24 เดือน และในบางรายการสามารถผ่อนชำระในอัตรา 0% ได้ด้วย โดยบริษัทอยู่ระหว่างเพิ่มหมวดสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าผ่อน 0% เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ในช่วงนี้
อย่างไรก็ดี สำหรับลูกค้าที่ไม่ต้องการเสียดอกเบี้ย เลือกผ่อนชำระ 0% ก็อาจต้องมีสภาพคล่องเพียงพอมากกว่าผู้ที่เลือกผ่อนชำระยาว เพราะระยะเวลาในการผ่อน 0% จะสั้นกว่า เท่ากับว่าต้องผ่อนชำระมากกว่า แต่หากเลือกผ่อนชำระยาว 24 เดือน ในบางรายการสินค้าจะคิดดอกเบี้ยประมาณ 0.5% ต่อเดือน เฉลี่ยแล้วลูกค้าจะผ่อนชำระสินค้าเดือนละกว่า 1,000 บาท ทำให้ควบคุมการใช้จ่ายในช่วงนี้ได้ดีกว่า
“ตอนนี้เกือบทุกสินค้ามีโปรโมชันให้ลูกค้าผ่อนชำระน้อยลง ทำให้เงินไม่ตึงมือจนเกินไป ผู้ผลิตสินค้าก็หันมาอุดหนุนดอกเบี้ยแทนลูกค้า ทำให้บริษัทคิดดอกเบี้ยในอัตราพิเศษได้ น้ำท่วมหนักครั้งนี้ ทุกคนก็เจอภาวะที่ไม่เคยเกิดขึ้นเหมือนกัน” น.ส.ณญาณี กล่าว
น.ส.ณญาณี กล่าวว่า บริษัทได้สอบถามลูกค้าที่ถือบัตรเฟิร์สช้อยส์ที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากปัญหาน้ำท่วมพบว่า ลูกค้า 70-80% มองว่าจะเป็นเหตุการณ์ระยะสั้น โดยเชื่อว่า 12 เดือนจากนี้ จะได้กลับเข้าไปทำงานตามปกติและได้รับรายได้เหมือนเดิม ซึ่งก่อนหน้านี้บริษัทได้ออกมาตรการช่วยเหลือพักชำระหนี้เป็นเวลา 2 เดือน สามารถช่วยลูกค้าได้พอสมควร และน่าจะไม่กระทบต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 3%
สำหรับลูกค้าเฟิร์สช้อยส์มีทั้งสิ้น 2 ล้านบัญชี ในจำนวนนี้แบ่งเป็นบัตรสินเชื่อเงินผ่อน สินเชื่อเงินสด และบัตรเครดิต หรือ 3 ใน 1 จำนวน 2 แสนบัตร บัตรสินเชื่อเงินสดและสินเชื่อเงินผ่อน หรือ 2 ใน 1 จำนวน 1.8 ล้านบัตร คิดเป็นสินเชื่อคงค้างทั้งสิ้น 2.6 หมื่นล้านบาท







