posttoday
เทรนด์ค้าปลีกโลก'เมกาบางนา'เจาะชานเมือง

เทรนด์ค้าปลีกโลก'เมกาบางนา'เจาะชานเมือง

08 ธันวาคม 2554

จากการเข้ามาของโครงการ “เมกาบางนา” ของบริษัท เอสเอฟ ดีเวลลอปเมนท์

จากการเข้ามาของโครงการ “เมกาบางนา” ของบริษัท เอสเอฟ ดีเวลลอปเมนท์

กิจการร่วมค้าระหว่างบริษัท สยามฟิวเจอร์ ดีเวลลอปเมนท์ สัดส่วน 49% บริษัท อิคาโน่ สัดส่วน 49% และบริษัท เอส.พี.เอส. โกลเบิ้ลเทรด 2% ที่วางตำแหน่งเป็นศูนย์การค้าแบบเปิด หรือ “ช็อปปิ้ง มอลล์” ระดับภูมิภาคอาเซียน ความสูง 2 ชั้น พื้นที่กว่า 254 ไร่ พร้อมพื้นที่ให้เช่า 1.85 แสน ตร.ม. รับร้านค้าร่วม 800 ร้านค้า

“เมกาบางนา” เตรียมเปิดวันที่ 3 พ.ค. 2555 จัดฉลองวันที่ 5 เดือน 5 ปี 55 ด้วยหวังใช้เป็นลูกเล่นทางการตลาด หรือ “กิมมิก” ในชุดตัวเลข “5.5.55” ด้วยงบลงทุนทั้งโครงการกว่า 1 หมื่นล้านบาท

คริสเตียน โอลอฟเซน ประธานกรรมการฝ่ายจัดการศูนย์การค้า บริษัท เอสเอฟ ดีเวลลอปเมนท์ ผู้บริหารโครงการเมกาบางนา กล่าวว่า ขณะนี้พื้นที่ค้าปลีกของเมกาบางนามียอดเช่าพื้นที่กว่า 92% แล้ว พร้อมมั่นใจแนวโน้มธุรกิจค้าปลีกไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากศักยภาพของประเทศไทยที่มีความยืดหยุ่นสูง เห็นได้จากความสามารถในการฟื้นตัวทั้งด้านสังคมและเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว จากความท้าทายต่างๆ ที่หนักหน่วงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รวมถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติจากน้ำท่วมใหญ่ในช่วงที่ผ่านมา

เทรนด์ค้าปลีกโลก'เมกาบางนา'เจาะชานเมือง

พร้อมคาดสถานการณ์ต่างๆ และกำลังซื้อในภาพรวมจะเริ่มคลี่คลาย และกลับมาฟื้นคืนเป็นปกติได้ในกลางปีหน้าอย่างแน่นอน ขณะที่โครงการดังกล่าวจะถึงจุดคุ้มทุนใน 10 ปี

สอดคล้องกับแผนธุรกิจของบริษัทที่จะเปิดตัวโครงการช็อปปิ้ง มอลล์ ขนาดใหญ่ ในลักษณะเดียวกับ “เมกาบางนา” ที่มีแผนเปิดตัวให้ครบ 3 แห่ง ภายใน 10 ปีนี้ โดยเริ่มจากปี 2555-2565 ซึ่งเลื่อนให้เร็วขึ้นจากแผนลงทุนเดิมในไทยที่วางไว้ภายในระยะเวลา 15 ปี

“โครงการช็อปปิ้ง มอลล์แห่งใหญ่ในลักษณะนี้ เป็นเทรนด์เดียวกับที่เกิดขึ้นในยุโรปและสหรัฐอเมริกา ที่พบว่ากำลังซื้อระดับสูงที่เป็นคนรุ่นใหม่ เริ่มขยายออกไปชานเมืองมากขึ้น เช่นเดียวกับการขยายร้านไอเกียขนาดใหญ่ในรัสเซีย และในจีนที่กำลังเปิดตัวใหญ่สุดในเอเชีย ส่วนในไทยถือว่าใหญ่สุดในอาเซียน” นายโอลอฟเซน กล่าว

แคโรไลน์ เมอร์ฟีย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสเอฟ ดีเวลลอปเมนท์ กล่าวว่า จุดเด่นของโครงการดังกล่าวคือ การรวม “บิ๊ก ไฟว์ แองเคอร์” เข้าไว้ด้วยกัน ประกอบด้วย1.ศูนย์จำหน่ายของตกแต่งบ้านขนาดใหญ่สุดในประเทศไทย “อิเกีย” (IKEA) 2.ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน 3.ซูเปอร์เซ็นเตอร์บิ๊กซี 4.ศูนย์ความบันเทิงขนาดใหญ่ เมเจอร์ซีเนเพล็กซ์ และสุดท้าย 5.ศูนย์จำหน่ายอุปกรณ์เกี่ยวกับบ้าน โฮมโปร ขณะเดียวกันโครงการยังแบ่งพื้นที่ร้านค้าออกเป็น 8 โซน คือ ร้านค้าแฟชันแบรนด์นชั้นนำระดับโลกทั้งที่ทำตลาดในไทยปัจจุบัน และแบรนด์เนมแฟชันระดับโลกที่เตรียมเข้ามาทำตลาดในอนาคต คิดเป็นสัดส่วน 34%, โซนร้านอาหารขนาดใหญ่ สัดส่วน 24% และที่เหลือเป็น โซนเด็ก, ไลฟ์สไตล์, ธนาคาร, เพื่อสุขภาพและความงาม, เทคโนโลยี และกลุ่มของใช้ในบ้าน รวมสัดส่วนพื้นที่42%

ฐิติรัตน์ เจริญยิ่งวัฒนา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ด้านการตลาด บริษัท เอสเอฟ ดีเวลอปเมนท์ กล่าวว่า บริษัทเตรียมงบไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท สำหรับจัดกิจกรรมการตลาดในช่วงก่อนเปิดให้บริการและเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 พ.ค.ปีหน้า ซึ่งแนวทางการทำตลาดจะสอดคล้องไปกับการสร้างแบรนด์เมกาบางนาที่ยึด“ดีเอ็นเอ” ความเป็นศูนย์การค้าสำหรับทุกคน จับกลุ่มเป้าหมายหลักกลุ่มครอบครัวราว 90-95% ภายในรัศมี 30 กม. โดยรอบของโครงการที่มีประชากรโดยรอบกว่า 3 ล้านคน ซึ่งมีรายได้ต่อครัวเรือนเฉลี่ย 5 หมื่นบาทขึ้นไป ตามแนวโน้มการขยายของหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่ที่ระดับราคากว่า 5-10ล้านบาทขึ้นไป

คงต้องจับตาว่า สูตรสำเร็จของแนวโน้มค้าปลีกระดับโลกจะสามารถฝ่าการแข่งขันของค้าปลีกย่านบางนา ซึ่งจะเป็นสมรภูมิที่ค้าปลีกแข่งกันหนักสุดในปี 2555 ได้มากน้อยแค่ไหน งานนี้ห้ามกะพริบตา

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร