
2มอเตอร์โชว์ ไทย-ญี่ปุ่น จุดฟื้นฟูอุตสาหกรรมรถยนต์
งานโตเกียว มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 3-11 ธ.ค.นี้
งานโตเกียว มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 3-11 ธ.ค.นี้
กับงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 28 ซึ่งจัดขึ้นที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 1-11 ธ.ค.นี้ ถือว่าเป็นการจัดงานในช่วงเวลาเดียวกันโดยที่ไม่ได้นัดหมาย โดยงานโตเกียว มอเตอร์โชว์ นั้นถูกเลื่อนจากเดือน ต.ค. มาเป็นเวลาดังกล่าว เพราะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สึนามิเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา
ขณะที่งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 28 นั้น กัดฟันจัดงานในวัน-เวลา-สถานที่เดิม ท่ามกลางเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่สุดครั้งหนึ่งของประเทศไทย
ผู้จัดงานมอเตอร์โชว์ทั้งสองงานยืนยันว่า การจัดงานครั้งนี้ แม้ว่าจะไม่ได้รับการตอบรับอย่างดีเหมือนกับครั้งก่อนหน้านี้ แต่ก็เชื่อว่าการจัดงานดังกล่าว จะมีผลทางจิตวิทยาอย่างมากสำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์และภาพลักษณ์ของประเทศ
อย่างงานโตเกียว มอเตอร์โชว์ ที่ประเทศญี่ปุ่นนั้น เห็นได้ชัดเจนว่าความยิ่งใหญ่อลังการของงานนั้นลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นทั้ง 14 ราย ต่างกัดฟันเปิดตัวรถยนต์ต้นแบบและรถยนต์นั่งรุ่นใหม่จำนวนมาก ออกมาให้ตลาดโลกได้เห็นความเคลื่อนไหว และความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมรถยนต์ของประเทศญี่ปุ่นให้โลกได้รับรู้และเชื่อมั่นว่า ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นยังไม่ยอมแพ้และยังเดินหน้าต่อไปในตลาดโลก
การจัดงานโตเกียว มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 นั้น จะสร้างให้ลูกค้ารถยนต์ทั่วโลกเกิดความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์รถยนต์จากประเทศญี่ปุ่น ว่ามีความแข็งแรงเพียงพอที่จะต่อกรกับคู่แข่งระดับโลกจากทวีปอื่นได้อย่างสมศักดิ์ศรี
ส่วนงานมหกรรมยานยนต์ของไทยนั้น ทางประธานจัดงานอย่าง ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ยืนยันว่า การดื้อแพ่งจัดงานในวันเวลาเดิมนั้น เพราะเห็นถึงความพร้อมในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมของค่ายรถยนต์ผู้ผลิต กำลังซื้อของลูกค้า รวมถึงบรรดาออร์แกไนซ์ที่มาสร้างบูธ แต่ก็ปรับลดตัวเลขยอดการจำหน่ายเหลือเพียง 2 หมื่นคัน และผู้เข้าชมงานเหลือเพียง 1.2 แสนคนเท่านั้น
การตั้งเป้าดังกล่าว อยู่บนพื้นฐานที่ว่าคนไทยยังไม่มีอารมณ์ในการช็อปปิ้งรถใหม่มากนัก จะมีก็แต่ประชาชนที่ต้องเปลี่ยนรถใหม่ เพราะรถเก่าได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม รวมถึงบรรดาเศรษฐีเงินถุงเงินถังที่ไม่จำเป็นต้องออมเงินไว้ซ่อมบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
รวมถึงยังไม่ได้นับรวมกับเหตุการณ์กะทันหันที่ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่อย่างโตโยต้า ออกมาประกาศในวันสุดท้ายก่อนงานเปิดว่าจะยุติกิจกรรมการตลาดและการขายทั้งหมด และขอใช้เวทีนี้เป็นเวทีให้ความรู้กับลูกค้าเกี่ยวกับการซ่อมบำรุงรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วม หรือต้องลุยน้ำท่วมเป็นเวลานาน
ทำเอา ขวัญชัย หนวดกระดิกไม่น้อย เพราะแน่นอนว่าการที่โตโยต้าไม่เปิดรับจองรถยนต์ย่อมทำให้เป้าขายรถยนต์ในงานนั้นต้องต่ำกว่าที่คาดไว้แน่นอน เนื่องจากเป็นที่รู้กันดีว่า โตโยต้าครองยอดจองในงานกว่า 30% ของยอดจองทั้งหมดอยู่แล้ว
แต่ใช่ว่าในเรื่องร้ายจะไม่มีเรื่องดี เพราะขวัญชัย มองว่าการที่โตโยต้าไม่เปิดรับจองรถยนต์ในงานนั้น เป็นการปิดโอกาสขายของโตโยต้า แต่กลับเปิดโอกาสให้กับค่ายรถยนต์อื่นๆ ที่มีความพร้อมในการส่งมอบรถ และที่สำคัญขวัญชัย มองว่า ค่ายรถยนต์ที่เปิดรับจองในงานจะได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้าเป็นอย่างดี แม้ว่าจะต้องรอรับรถเป็นเวลานานหลายเดือนก็ตาม
และความเชื่อนี้ก็เริ่มเป็นจริง เมื่อยอดขายรถยนต์ในงานมหกรรมยานยนต์ ระหว่างวันที่ 1-5 ธ.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามียอดขายไปแล้วทั้งสิ้น 9,357 คัน น้อยกว่ายอดขายในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาแค่พันกว่าคันเท่านั้น นี่เป็นตัวเลขที่ยังไม่รวมตัวเลขยอดจองของฮอนด้า ที่ไม่ได้รายงานให้กับทางผู้จัดงานได้รับทราบว่ามียอดจองเท่าใด แต่เชื่อว่ามีจำนวนไม่น้อยเหมือนกัน
นั่นหมายความว่า สิ่งที่ขวัญชัย กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับทั้งผู้ผลิต ผู้ขาย และผู้ซื้อได้เป็นอย่างดี สะท้อนจากยอดขายกว่า 9,000 คัน ในเวลาเพียงแค่ 5 วันเท่านั้น แสดงให้เห็นว่าประชาชนยังมีความมั่นใจในการซื้อรถยนต์อยู่อย่างต่อเนื่อง อาจจะมีการชะลอตัวบ้างแต่ไม่มากอย่างที่หวั่นเกรง ส่วนสัดส่วนยอดขายว่าจะเป็นรถกระบะ หรือรถยนต์นั่งมากกว่ากันนั้นไม่ใช่ปัญหา
ทั้งนี้เพราะกำลังซื้อดังกล่าว ย่อมทำให้ค่ายรถยนต์และผู้ที่อยู่ในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์เมืองไทยทั้งหมดรู้สึกได้ถึงความมั่นใจในอุตสาหกรรมนี้ ว่ายังสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง
สุดท้ายแล้ว จะเห็นได้ว่าการจัดงานมอเตอร์โชว์ทั้งในไทยและญี่ปุ่นนั้น จากเดิมที่จะใช้เป็นเวทีแสดงเทคโนโลยีด้านยานยนต์ให้เป็นที่ประจักษ์ แต่ในวันนี้กลับกลายเป็นเวทีสร้างความเชื่อมั่นให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ได้เป็นอย่างดี







