
ลุ้นราคาอ้อยปีเพิ่ม200บาทต่อตัน
กบ.โยนกอน.เคาะกู้เงินเพิ่มค่าอ้อย 200 บาทต่อตันให้ชาวไร่ คาดใช้แนวทางเดียวกับปีก่อนอ้างอิง
กบ.โยนกอน.เคาะกู้เงินเพิ่มค่าอ้อย 200 บาทต่อตันให้ชาวไร่ คาดใช้แนวทางเดียวกับปีก่อนอ้างอิง
นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหาร (กบ.) ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาราคาอ้อยขั้นต้นฤดูกาลผลิตปี 2554/2555 ที่ชาวไร่อ้อยต้องการให้มีการเพิ่มราคาอ้อยอีก 200 บาทต่อตัน จากเดิมที่พิจารณาราคาอ้อยจะอยู่ที่ระดับ 1,000 บาทต่อตัน โดยต้นทุนที่ชาวไร่อ้อยขอ 200 บาทนั้น เป็นต้นทุนเฉลี่ยที่แท้จริง 1,078 บาทต่อตัน ดังนั้นราคาอ้อยที่กำหนดไว้ที่ 1,000 บาทต่อตัน จึงเป็นราคาที่ไม่คุ้มทุน ซึ่งกบ.จะนำเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ที่มีนายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นผู้พิจารณาในวันที่ 13 ธ.ค. 2554 ว่าจะให้เพิ่มค่าอ้อยเต็มจำนวน 200 บาทต่อตัน หรือไม่ และหากจะกู้เต็มจำนวน 200 บาท จะต้องกู้ในวงเงินประมาณ 1.98 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ การพิจารณาอาจจะใช้เกณฑ์จากฤดูกาลผลิตปี 2553/2554 มาเป็นแนวทางการพิจารณา โดยในฤดูกาล 2553/2554 ต้นทุนเฉลี่ยที่แท้จริงอยู่ที่ 978 บาทต่อตัน ราคาอ้อยขั้นต้นพิจารณาที่ 945 บาทต่อตัน เพิ่มค่าอ้อยให้ชาวไร่โดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กู้เงิน 105 บาทต่อตัน ส่งผลให้ราคาอ้อยอยู่ที่ 1,050 บาทต่อตัน โดยคิดเป็นเงินเพิ่มจากต้นทุนที่แท้จริง 72 บาทต่อตัน
“ชาวไร่ต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือ เพื่อให้ชาวไร่ประกอบอาชีพต่อไปได้ ซึ่งกอน.อาจจะพิจารณาให้เต็มจำนวน 200 บาทหรือไม่ก็ได้ และจะต้องนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป โดยหนี้ก้อนเดิมที่กู้มาเพิ่มค่าอ้อย 105 บาทต่อตันคาดว่าจะชำระหมดภายในเดือนก.พ.2555” นายณัฐพล กล่าว
นายณัฐพล กล่าวว่า การประชุมกอน.ในครั้งที่ผ่านมาได้มีการพิจารณาบัญชีจัดสรรน้ำตาลทรายฤดูกาลผลิตปี 2554/2555 โดยพิจารณาจากปริมาณอ้อย 99.5 ล้านตันอ้อย ปริมาณน้ำตาลที่คาดว่าจะผลิตได้ 102.8 ล้านกระสอบ จัดสรรโควตา ก. (น้ำตาลเพื่อการบริโภคในประเทศ) ไว้ที่ 24 ล้านกระสอบ โควตา ข. (น้ำตาลเพื่อการส่งออกโดยบริษัทอ้อยและน้ำตาลไทย หรืออนท.) 8 ล้านกระสอบ ที่เหลือเป็นน้ำตาลทรายโควตา ค. (น้ำตาลเพื่อการส่งออก)
คำนวณค่าความหวานเฉลี่ย 11.87 ซี.ซี.เอส. ราคาส่งออก 24.7 เซนต์ต่อปอนด์ และอัตราแลกเปลี่ยน 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยเหตุผลที่กำหนดน้ำตาลโควตา ก. ไว้ที่ 24 ล้านกระสอบต่ำกว่าปีก่อนที่กำหนดไว้ที่ 25 ล้านกระสอบ เนื่องจากยังมีปริมาณน้ำตาลค้างกระดานอยู่เป็นจำนวนมาก และน้ำตาล 24 ล้านกระสอบจะเพียงพอต่อความต้องการบริโภคในประ เทศอย่างแน่นอน
สำหรับปริมาณการจำหน่ายน้ำตาลและน้ำตาลคงเหลือ ณ วันที่ 6 ธ.ค. 2554 น้ำตาลทรายโควตา ก. ที่ 25 ล้านกระสอบ ขึ้นงวดรอการจำหน่ายแล้ว 24.9 ล้านกระสอบ จำหน่ายแล้ว 22.1 ล้านกระสอบ มียอดน้ำตาลค้างกระดาน 2.8 ล้านกระสอบ







