posttoday
น้ำไปไอเดียทำเงินเกิด ไม่รอช้า...เจ้าหนี้จ๋าขอก๔หน่อย

น้ำไปไอเดียทำเงินเกิด ไม่รอช้า...เจ้าหนี้จ๋าขอก๔หน่อย

03 ธันวาคม 2554

ใครว่าน้ำท่วมคราวนี้ทิ้งไว้แต่คราบน้ำตา เพราะหลังจากน้ำเริ่มลด หลายคนก็เริ่มปิ๊ง “ไอเดียทำเงิน”

โดย...สวลี ตันกุลรัตน์

ใครว่าน้ำท่วมคราวนี้ทิ้งไว้แต่คราบน้ำตา เพราะหลังจากน้ำเริ่มลด หลายคนก็เริ่มปิ๊ง “ไอเดียทำเงิน” ถึงขนาดวาดฝันใหญ่โตว่าไอเดียเจ๋งๆ ที่มากับน้ำท่วมนี่ล่ะจะทำให้ยกฐานะจาก “มนุษย์เงินเดือน” มาเป็น “เจ้าของธุรกิจ” กับเขาเสียที

อ้างอิงจากข้อมูลของธนาคารกสิกรไทย จะพบว่าแนวทางในการเริ่มต้นธุรกิจมีอยู่ 3 แบบขึ้นอยู่กับว่าเรา “มีของดี” อะไรอยู่กับตัว

ถ้า “มีไอเดียดีๆ” ก็สามารถก่อร่างสร้างธุรกิจขึ้นเองได้ แต่ถ้า “มีเงินมากพอ” ก็อาศัยทางด่วนทางธุรกิจ โดยการซื้อแฟรนไชส์เริ่มธุรกิจง่ายๆ ได้สบายๆ แต่ถ้า “มีความรู้ติดตัว” คิดจะทำธุรกิจที่ต้องใช้ความรู้เฉพาะด้านก็ไม่เกินความสามารถ

น้ำไปไอเดียทำเงินเกิด ไม่รอช้า...เจ้าหนี้จ๋าขอก๔หน่อย

แต่ไม่ว่าจะ “มีดี” อะไร คิดจะเริ่มธุรกิจแบบไหน ธนาคารกสิกรไทยแนะนำให้ถามตัวเองก่อนว่า...

1.แน่ใจนะว่า สินค้าหรือบริการของเราสามารถ “ตอบโจทย์” คนซื้อได้

2.แน่ใจนะว่า รู้เรื่องการทำตลาดที่ดีพอ

3.แน่ใจนะว่า รู้ว่าลูกค้าของเราคือใคร

4.แน่ใจนะว่า รู้ช่องทางที่จะเข้าถึงลูกค้า

5.แน่ใจนะว่า ลูกค้าจะยอมจ่ายเงินเพื่อสินค้าของเรา

6.แน่ใจนะว่า สามารถบริหารต้นทุนให้เหมาะสมได้

7.แน่ใจนะว่า มีทรัพยากรที่จะทำให้กิจการนี้เกิดขึ้นได้

8.แน่ใจนะว่า สินค้ามีจุดเด่นที่จะดึงดูดให้ลูกค้าซื้อ

9.แน่ใจนะว่า จะสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำในธุรกิจนี้ได้

10.แน่ใจนะว่า รู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหนดี

เมื่อตอบคำถามจนแน่ใจแล้วว่าธุรกิจของเราจะไปรอดก็อย่ารอช้า เริ่มเดินหน้าเต็มที่ แต่ถ้าคิดจะเดินหน้าแล้ว แต่ยังรู้สึกว่าติดๆ ขัดๆ อยู่ที่ “เงินทุน” ที่ไม่ค่อยจะเป็นใจสักเท่าไร อาจจะต้องรีบมองหาความช่วยเหลือจาก “เจ้าหนี้” สักหน่อย

ธนาคารกสิกรไทย (อีกแล้ว) ให้เคล็ดลับสำหรับการขอสินเชื่อในการทำธุรกิจเอาไว้ในหนังสือ “คู่มือธุรกิจ SMEs ตอน ก่อร่างสร้างธุรกิจ” ว่า หากวางแผนจะขอสินเชื่อจากธนาคารควรจะต้อง

1.เดินบัญชี ไม่ว่าจะเป็นรายรับหรือรายจ่ายผ่านบัญชีธนาคาร เพื่อให้นำ “กระแสเงินสด” หรือเงินที่เข้าๆ ออกๆ บัญชีทุกเดือนมาประเมินรายได้ และถือเป็นการสร้างประวัติธุรกิจ ทำให้ธนาคารรู้จักธุรกิจของเรามากขึ้น

2.รักษาประวัติเครดิตในการใช้สินเชื่อส่วนบุคคล เพราะประวัติการชำระสินเชื่อเหล่านี้จะถูกนำมาใช้อ้างอิงในการขอสินเชื่อทางธุรกิจ เพราะฉะนั้นพยายามอย่าให้มีประวัติด่างพร้อย แม้ว่ามันจะเป็นแค่ยอดเงินเล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม

3.อย่าปล่อยให้เกิดกรณี “เช็คคืน” เพราะนั่นแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการจัดการการเงิน หรือแสดงให้เห็นว่าธุรกิจอาจจะมีสภาพคล่องไม่เพียงพอ

4.เก็บเอกสารทางการค้าเอาไว้ให้ครบถ้วน เพราะเอกสารพวกนี้จะแสดงให้เห็นว่า “ผลการดำเนินงาน” ของเรายอดเยี่ยมขนาดไหน และธนาคารอาจจะใช้เอกสารเหล่านี้มาประกอบในการขอสินเชื่อก็ได้

5.หลักประกัน เพื่อสร้างความสบายใจให้เจ้าหนี้ ซึ่งธนาคารกสิกรไทย บอกว่า หลักประกันที่ดีที่สุดสำหรับการขอสินเชื่อ คือ สถานประกอบกิจการ รองลงมาเป็นสินทรัพย์อื่นๆ เช่น ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง และเครื่องจักร ซึ่งโดยทั่วไปธนาคารจะให้วงเงินสินเชื่อประมาณ 80-95% ของมูลค่าหลักประกัน

อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่มีหลักประกันก็ไม่ใช่ว่าจะอับจนหนทางธนาคารไม่ให้กู้เสมอไป เพราะสินเชื่อหลายประเภทที่ไม่ต้องใช้หลักประกัน เพียงแต่ว่าอัตราดอกเบี้ยก็จะสูงกว่าสินเชื่อที่มีหลักประกัน

นอกจากนี้ แม้ว่าเราจะมีหลักประกันที่มีมูลค่าสูง แต่ธนาคารอาจจะให้วงเงินกู้ต่ำกว่าที่เราขอกู้ก็เป็นได้ เพราะธนาคารจะพิจารณา “ความสามารถในการผ่อนชำระ” ประกอบกันไปด้วย

แต่ที่สำคัญที่สุด คือ “การเตรียมตัวที่ดี” โดยเฉพาะการเตรียม “แผนธุรกิจ” และ “แผนการเงิน” ซึ่งจะทำให้เห็นว่ารายได้ในแต่ละปีเป็นเท่าไร ต้องใช้เงินเท่าไร มีหลักประกันอะไรอยู่บ้าง และมีความสามารถในการชำระเงินกู้คืนหรือไม่

“แนวทางในการพิจารณาสินเชื่อสำหรับธุรกิจที่เริ่มต้นใหม่ก็เหมือนกับการขอสินเชื่อโดยทั่วไป คือ ดูจากประสบการณ์ในการทำธุรกิจ ดูจากความเป็นไปได้ทางธุรกิจ และความรู้ความสามารถของผู้ประกอบการ” โมกุล โปษยะพิสิษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายบริหารธุรกิจลูกค้าผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดย่อม ธนาคารกสิกรไทย กล่าว

โมกุล ยังแนะนำสำหรับไอเดียธุรกิจที่มากับน้ำท่วมว่า “การพิจารณาสินเชื่อของธนาคารจะพิจารณาในระยะยาว แต่ไอเดียทางธุรกิจบางอย่างอาจจะเป็นไปได้แค่ชั่วคราว เป็นธุรกิจที่มาเร็วไปเร็ว เพราะฉะนั้นถ้าเป็นธุรกิจในช่วงสั้น อยากให้ใช้เงินทุนส่วนตัวก่อน อย่าลงทุนโดยการกู้หนี้ยืมสิน เพราะถ้าธุรกิจดีแค่ช่วงสั้นแล้วมากู้ธนาคารก็จะไม่คุ้มที่ต้องเป็นหนี้”

เพราะฉะนั้น เมื่อน้ำไป ไอเดียทำเงินเกิดขึ้นแล้ว อย่าเพิ่งคิดใหญ่เกินตัวจนต้องไปกู้หนี้ยืมสินให้เป็นภาระ แต่ให้ใช้เงินทุนตัวเองไปก่อน จนกระทั่งวันหนึ่งแน่ใจแล้วว่าไอเดียที่บรรเจิดจากวิกฤตน้ำท่วมสามารถทำเงินได้ แม้น้ำจะไม่ท่วมแล้วจึงค่อยขยับขยายก็ยังไม่สายเกินไป

 

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่