
น้ำไปไอเดียทำเงินเกิด ไม่รอช้า...เจ้าหนี้จ๋าขอก๔หน่อย
ใครว่าน้ำท่วมคราวนี้ทิ้งไว้แต่คราบน้ำตา เพราะหลังจากน้ำเริ่มลด หลายคนก็เริ่มปิ๊ง “ไอเดียทำเงิน”
โดย...สวลี ตันกุลรัตน์
ใครว่าน้ำท่วมคราวนี้ทิ้งไว้แต่คราบน้ำตา เพราะหลังจากน้ำเริ่มลด หลายคนก็เริ่มปิ๊ง “ไอเดียทำเงิน” ถึงขนาดวาดฝันใหญ่โตว่าไอเดียเจ๋งๆ ที่มากับน้ำท่วมนี่ล่ะจะทำให้ยกฐานะจาก “มนุษย์เงินเดือน” มาเป็น “เจ้าของธุรกิจ” กับเขาเสียที
อ้างอิงจากข้อมูลของธนาคารกสิกรไทย จะพบว่าแนวทางในการเริ่มต้นธุรกิจมีอยู่ 3 แบบขึ้นอยู่กับว่าเรา “มีของดี” อะไรอยู่กับตัว
ถ้า “มีไอเดียดีๆ” ก็สามารถก่อร่างสร้างธุรกิจขึ้นเองได้ แต่ถ้า “มีเงินมากพอ” ก็อาศัยทางด่วนทางธุรกิจ โดยการซื้อแฟรนไชส์เริ่มธุรกิจง่ายๆ ได้สบายๆ แต่ถ้า “มีความรู้ติดตัว” คิดจะทำธุรกิจที่ต้องใช้ความรู้เฉพาะด้านก็ไม่เกินความสามารถ
แต่ไม่ว่าจะ “มีดี” อะไร คิดจะเริ่มธุรกิจแบบไหน ธนาคารกสิกรไทยแนะนำให้ถามตัวเองก่อนว่า...
1.แน่ใจนะว่า สินค้าหรือบริการของเราสามารถ “ตอบโจทย์” คนซื้อได้
2.แน่ใจนะว่า รู้เรื่องการทำตลาดที่ดีพอ
3.แน่ใจนะว่า รู้ว่าลูกค้าของเราคือใคร
4.แน่ใจนะว่า รู้ช่องทางที่จะเข้าถึงลูกค้า
5.แน่ใจนะว่า ลูกค้าจะยอมจ่ายเงินเพื่อสินค้าของเรา
6.แน่ใจนะว่า สามารถบริหารต้นทุนให้เหมาะสมได้
7.แน่ใจนะว่า มีทรัพยากรที่จะทำให้กิจการนี้เกิดขึ้นได้
8.แน่ใจนะว่า สินค้ามีจุดเด่นที่จะดึงดูดให้ลูกค้าซื้อ
9.แน่ใจนะว่า จะสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำในธุรกิจนี้ได้
10.แน่ใจนะว่า รู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหนดี
เมื่อตอบคำถามจนแน่ใจแล้วว่าธุรกิจของเราจะไปรอดก็อย่ารอช้า เริ่มเดินหน้าเต็มที่ แต่ถ้าคิดจะเดินหน้าแล้ว แต่ยังรู้สึกว่าติดๆ ขัดๆ อยู่ที่ “เงินทุน” ที่ไม่ค่อยจะเป็นใจสักเท่าไร อาจจะต้องรีบมองหาความช่วยเหลือจาก “เจ้าหนี้” สักหน่อย
ธนาคารกสิกรไทย (อีกแล้ว) ให้เคล็ดลับสำหรับการขอสินเชื่อในการทำธุรกิจเอาไว้ในหนังสือ “คู่มือธุรกิจ SMEs ตอน ก่อร่างสร้างธุรกิจ” ว่า หากวางแผนจะขอสินเชื่อจากธนาคารควรจะต้อง
1.เดินบัญชี ไม่ว่าจะเป็นรายรับหรือรายจ่ายผ่านบัญชีธนาคาร เพื่อให้นำ “กระแสเงินสด” หรือเงินที่เข้าๆ ออกๆ บัญชีทุกเดือนมาประเมินรายได้ และถือเป็นการสร้างประวัติธุรกิจ ทำให้ธนาคารรู้จักธุรกิจของเรามากขึ้น
2.รักษาประวัติเครดิตในการใช้สินเชื่อส่วนบุคคล เพราะประวัติการชำระสินเชื่อเหล่านี้จะถูกนำมาใช้อ้างอิงในการขอสินเชื่อทางธุรกิจ เพราะฉะนั้นพยายามอย่าให้มีประวัติด่างพร้อย แม้ว่ามันจะเป็นแค่ยอดเงินเล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม
3.อย่าปล่อยให้เกิดกรณี “เช็คคืน” เพราะนั่นแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการจัดการการเงิน หรือแสดงให้เห็นว่าธุรกิจอาจจะมีสภาพคล่องไม่เพียงพอ
4.เก็บเอกสารทางการค้าเอาไว้ให้ครบถ้วน เพราะเอกสารพวกนี้จะแสดงให้เห็นว่า “ผลการดำเนินงาน” ของเรายอดเยี่ยมขนาดไหน และธนาคารอาจจะใช้เอกสารเหล่านี้มาประกอบในการขอสินเชื่อก็ได้
5.หลักประกัน เพื่อสร้างความสบายใจให้เจ้าหนี้ ซึ่งธนาคารกสิกรไทย บอกว่า หลักประกันที่ดีที่สุดสำหรับการขอสินเชื่อ คือ สถานประกอบกิจการ รองลงมาเป็นสินทรัพย์อื่นๆ เช่น ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง และเครื่องจักร ซึ่งโดยทั่วไปธนาคารจะให้วงเงินสินเชื่อประมาณ 80-95% ของมูลค่าหลักประกัน
อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่มีหลักประกันก็ไม่ใช่ว่าจะอับจนหนทางธนาคารไม่ให้กู้เสมอไป เพราะสินเชื่อหลายประเภทที่ไม่ต้องใช้หลักประกัน เพียงแต่ว่าอัตราดอกเบี้ยก็จะสูงกว่าสินเชื่อที่มีหลักประกัน
นอกจากนี้ แม้ว่าเราจะมีหลักประกันที่มีมูลค่าสูง แต่ธนาคารอาจจะให้วงเงินกู้ต่ำกว่าที่เราขอกู้ก็เป็นได้ เพราะธนาคารจะพิจารณา “ความสามารถในการผ่อนชำระ” ประกอบกันไปด้วย
แต่ที่สำคัญที่สุด คือ “การเตรียมตัวที่ดี” โดยเฉพาะการเตรียม “แผนธุรกิจ” และ “แผนการเงิน” ซึ่งจะทำให้เห็นว่ารายได้ในแต่ละปีเป็นเท่าไร ต้องใช้เงินเท่าไร มีหลักประกันอะไรอยู่บ้าง และมีความสามารถในการชำระเงินกู้คืนหรือไม่
“แนวทางในการพิจารณาสินเชื่อสำหรับธุรกิจที่เริ่มต้นใหม่ก็เหมือนกับการขอสินเชื่อโดยทั่วไป คือ ดูจากประสบการณ์ในการทำธุรกิจ ดูจากความเป็นไปได้ทางธุรกิจ และความรู้ความสามารถของผู้ประกอบการ” โมกุล โปษยะพิสิษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายบริหารธุรกิจลูกค้าผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดย่อม ธนาคารกสิกรไทย กล่าว
โมกุล ยังแนะนำสำหรับไอเดียธุรกิจที่มากับน้ำท่วมว่า “การพิจารณาสินเชื่อของธนาคารจะพิจารณาในระยะยาว แต่ไอเดียทางธุรกิจบางอย่างอาจจะเป็นไปได้แค่ชั่วคราว เป็นธุรกิจที่มาเร็วไปเร็ว เพราะฉะนั้นถ้าเป็นธุรกิจในช่วงสั้น อยากให้ใช้เงินทุนส่วนตัวก่อน อย่าลงทุนโดยการกู้หนี้ยืมสิน เพราะถ้าธุรกิจดีแค่ช่วงสั้นแล้วมากู้ธนาคารก็จะไม่คุ้มที่ต้องเป็นหนี้”
เพราะฉะนั้น เมื่อน้ำไป ไอเดียทำเงินเกิดขึ้นแล้ว อย่าเพิ่งคิดใหญ่เกินตัวจนต้องไปกู้หนี้ยืมสินให้เป็นภาระ แต่ให้ใช้เงินทุนตัวเองไปก่อน จนกระทั่งวันหนึ่งแน่ใจแล้วว่าไอเดียที่บรรเจิดจากวิกฤตน้ำท่วมสามารถทำเงินได้ แม้น้ำจะไม่ท่วมแล้วจึงค่อยขยับขยายก็ยังไม่สายเกินไป







