posttoday
เอไอเอเทหมื่นล้านลุยอสังหาฯ

เอไอเอเทหมื่นล้านลุยอสังหาฯ

23 พฤศจิกายน 2554

ไม่สนน้ำท่วมเน้นสร้างตึกให้เช่าขยายการลงทุนหารายได้เพิ่ม

ไม่สนน้ำท่วมเน้นสร้างตึกให้เช่าขยายการลงทุนหารายได้เพิ่ม

เอไอเอ เดินหน้าลงทุนกว่าหมื่นล้าน ปลุกอสังหาฯ กลางเมือง หาผลตอบแทนเพิ่ม

นายมาร์ค ทัคเกอร์ กรรมการอำนวยการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท เอไอเอ เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริหารได้จัดประชุมประจำปีที่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก เพื่อยืนยันถึงความมั่นใจในเศรษฐกิจไทยหลังน้ำท่วมใหญ่ พร้อมกับเปิดตัว 2 โครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ใจกลาง กทม. มูลค่ารวม 1.05 หมื่นล้านบาท

สำหรับการลงทุนแยกเป็นอาคารเอไอเอ แคปปิตอล เซ็นเตอร์ ตั้งอยู่ข้างที่ทำการแห่งใหม่ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถนนรัชดา สูง 35 ชั้น มูลค่าลงทุน 6,000 ล้านบาท แล้วเสร็จปี 2557 และอาคารเอไอเอ สาทร ทาวเวอร์ บนถนนสาทร สูง 28 ชั้น มูลค่าลงทุน 4,500 ล้านบาท แล้วเสร็จในปี 2558 โดยทั้ง 2 อาคารเป็นอาคารสำนักงานเชิงพาณิชย์เพื่อให้เช่า

“หลังจากเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ในไทย ไม่ทำให้เราเปลี่ยนกลยุทธ์การลงทุนในไทย ซึ่งการลงทุนครั้งใหญ่ของเราครั้งนี้เป็นการแสดงให้เห็นว่า เอไอเอยังคงมีความเชื่อมั่นต่อการเจริญเติบโตของประเทศไทยในระยะยาว หลังจากที่เราได้เข้ามาทำธุรกิจในไทยมาแล้ว 73 ปี” นายทัคเกอร์ กล่าว

นายรอน แวน โอเยน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ สาขาประเทศไทย กล่าวว่า แนวโน้มผลตอบแทนจากการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยเป็นที่น่าสนใจ เป็นโอกาสที่จะทำให้บริษัทมีรายได้เพิ่ม นอกเหนือจากการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

“การลงทุนในทุกประเทศ การลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลทำไม่ได้ทั้งหมด 100% เราจึงต้องมองหาช่องทางการลงทุนอื่นๆ ซึ่งอสังหาริมทรัพย์เป็นช่องทางหนึ่งที่ให้ผลตอบแทนดี” นายโอเยน กล่าว

ทั้งนี้ เอไอเอในไทยมีเงินลงทุนในช่วงเดือน ม.ค.-ส.ค. 2554 จำนวน 5.21 แสนล้านบาท และมีกำไรสุทธิจากการลงทุน 9,984 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล 68% ลงทุนในหุ้น 15% ขณะที่การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 0.61% ส่วนที่เหลือเป็นการลงทุนประเภทอื่นสำหรับ รายละเอียดการลงทุน ประกอบด้วย ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล 3.55 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 68.12% ของเงินลงทุนทั้งหมด ลงทุนในหุ้นทุน 7.68 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 14.73% ลงทุนในหุ้นกู้ หุ้นกู้แปลสภาพ 3.55 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 6.82% ลงทุนในตั๋วสัญญาใช้เงิน และ ตั๋วแลกเงิน 2.30 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 4.42% ลงทุนในเงินให้กู้ยืมโดยมีกรมธรรม์เป็นประกัน 1.68 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 3.22% ลงทุนในตราสารอนุพันธ์ 6,498.76 ล้านบาท คิดเป็น 1.25% ขณะที่การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 3,165 ล้านบาท คิดเป็น 0.61% ของมูลค่าเงินลงทุนทั้งหมดส่วนที่เหลือที่เป็นการลงทุนประเภทอื่น


 

 

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร