
ฟิทช์คงอันดับเครดิต DTAC ที่ ‘BBB+’
ฟิทช์ เรทติ้งส์ สะท้อนสถานะการตลาดที่แข็งแกร่ง คงอันดับเครดิต DTAC ที่ ‘BBB+’ ด้วยแนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ
ฟิทช์ เรทติ้งส์ สะท้อนสถานะการตลาดที่แข็งแกร่ง คงอันดับเครดิต DTAC ที่ ‘BBB+’ ด้วยแนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ
ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศคงอันดับเครดิตสากลระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศ (Long-term Foreign Currency Issuer Default Rating) ของบริษัท โทเทิ่ล แอ็คแซสคอมมูนิเคชั่น หรือ DTAC ที่ ‘BBB’ และอันดับเครดิตสากลระยะยาวสกุลเงินในประเทศ (Long-term Local Currency Issuer Default Rating) ที่ ‘BBB’ แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ รายละเอียดอันดับเครดิตทั้งหมดแสดงอยู่ด้านล่างอันดับเครดิตของ DTAC สะท้อนถึงสถานะทางการตลาดของบริษัทที่แข็งแกร่ง โดยบริษัทเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่อันดับสองของประเทศ ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาด 30% ณ สิ้นไตรมาส 3 ของปี 2554 ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา DTAC ได้ลงทุนขยายโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศมากขึ้น และสามารถรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด ถึงแม้จะมีการแข่งขันที่รุนแรง
อันดับเครดิตยังสะท้อนถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่งของ DTAC โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2554 รายได้ และกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อม ค่าตัดจำหน่ายและค่าเช่า (EBITDAR) เติบโต 10.8% และ 13.2% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เนื่องมาจากการเติบโตของรายได้จากบริการที่ไม่ใช่เสียง (non-voice service revenue) ที่สูง ซึ่งได้ช่วยลดผลกระทบจากการเติบโตที่ลดลงของรายได้จากบริการแบบเสียง กระแสเงินสดจากการดำเนินงานของ DTAC ที่แข็งแกร่งทำให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิที่ปรับปรุงแล้วต่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงทรัพย์สินและหนี้สินดำเนินงาน (FFO-adjusted net leverage) ของบริษัทปรับตัวดีขึ้น โดยบริษัทมีเงินสดมากกว่าหนี้สินที่ปรับปรุงแล้ว ณ สิ้นไตรมาส 3 ของปี 2554 จากอัตราส่วนดังกล่าวที่ 0.3 เท่า ณ สิ้นปี 2553 ฟิทช์คาดว่าอัตราส่วนหนี้สินสุทธิดังกล่าวจะอยู่ที่ 0.3 เท่า ณ สิ้นปี 2554 หลังจากบริษัทได้จ่ายส่วนแบ่งรายได้ ในไตรมาส 4 ของปี 2554
ถึงแม้ว่า DTAC จะมีการลงทุนที่สูงขึ้นในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า บริษัทน่าจะยังคงมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง และรักษาอัตราส่วนหนี้สินให้อยู่ในระดับต่ำ โดยการลงทุนในระบบ 3G ที่สูงอาจทำให้อัตราส่วนหนี้สินของ DTAC เพิ่มขึ้นในช่วงเริ่มก่อสร้างโครงข่าย แต่ฟิทช์คาดว่าอัตราส่วนหนี้สินของบริษัทซึ่งอยู่ในระดับที่ต่ำ ณ ปัจจุบันน่าจะทำให้บริษัทมีความคล่องตัวทางการเงินเพียงพอที่จะรองรับการลงทุนที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวได้
ตามหลักเกณฑ์การจัดอันดับเครดิตของฟิทช์ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทแม่กับบริษัทลูก (Parent and Subsidiary Rating Linkage Methodology) ฟิทช์จัดอันดับเครดิตของ DTAC โดยเริ่มจากการพิจารณาเครดิตของ DTAC โดยลำพัง (Standalone Rating) แล้วจึงพิจารณาถึงปัจจัยเสริมจากความสัมพันธ์ดังกล่าว (Bottom-up Approach) โดยฟิทช์ได้ให้อันดับเครดิตเพิ่มขึ้นหนึ่งอันดับจากอันดับเครดิต Standalone ของ DTAC เพื่อสะท้อนถึงความเกี่ยวเนื่องทางด้านการดำเนินงานและด้านกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจระหว่าง DTAC กับบริษัทแม่ Telenor ซึ่งถือหุ้นใน DTAC ทั้งทางตรงและทางอ้อมที่ 65.5% และมีอำนาจควบคุมคณะกรรมการและผู้บริหารของ DTAC
อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตของ DTAC ได้พิจารณารวมถึงความไม่แน่นอนทางด้าน นโยบาย กฎหมาย และกฎระเบียบของกิจการโทรคมนาคม ซึ่งรวมถึงการสอบสวนการแก้ไขสัญญาสัมปทานโทรศัพท์เคลื่อนที่ และการปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการจำกัดการถือหุ้นของชาวต่างชาติให้เข้มงวดขึ้น นอกจากนี้การแข่งขันด้านค่าบริการที่เพิ่มขึ้นในตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่อาจส่งผลกระทบต่ออัตราส่วนกำไรของบริษัทได้
การที่ประเด็นด้านกฎหมายและกฎระเบียบมีผลสรุปและมีแนวทางแก้ไขโดยไม่ส่งผลกระทบในแง่ลบต่อบริษัท การปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของสัดส่วนรายได้จากการให้บริการที่ไม่ใช่เสียง (Non-voice Revenue) จนมีสัดส่วนมากกว่า 25% ของรายได้จากการให้บริการทั้งหมดของบริษัท จาก 16.4% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2553 และ/หรือ การขยายตัวของขนาดธุรกิจจนทำให้ส่วนแบ่งทางการตลาดทางด้านรายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้นจนใกล้เคียงกับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS (‘BBB+’/Stable) ซึ่งเป็นผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยบริษัทยังคงรักษา FFO adjusted net leverage ให้ต่ำกว่า 1.0 เท่า ถึงแม้ว่าจะมีการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในระบบ 3G น่าจะเป็นปัจจัยบวกต่ออันดับเครดิตของบริษัท ในขณะที่การเปลี่ยนแปลงทางด้านกฎระเบียบของกิจการโทรคมนาคมที่ส่งผลในแง่ลบต่อบริษัท ความสัมพันธ์ทางด้านการดำเนินงานและด้านกลยุทธ์ในการดำเนินงานกับบริษัทแม่ที่ลดลง และการลงทุน และ/หรือ การจ่ายเงินปันผลที่เพิ่มขึ้นสูงกว่าที่คาดไว้ซึ่งส่งผลให้ FFO adjusted net leverage สูงกว่า 1.5 เท่า อย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบในแง่ลบต่ออันดับเครดิตของบริษัทได้
รายละเอียดอันดับเครดิตของ DTAC
ท คงอันดับเครดิตสากลระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศ ที่ ‘BBB’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ
ท คงอันดับเครดิตสากลระยะยาวสกุลเงินในประเทศ ที่ ‘BBB’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ
ท คงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว (National Long-term Rating) ที่ ‘AA-(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ
ท คงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้น (National Short-term Rating) ที่ ‘F1+(tha)’
ท คงอันดับเครดิตภายในประเทศของหุ้นกู้ไม่มีหลักประกัน ที่ ‘AA-(tha)’







