posttoday
มีแต่เรื่องเครียด

มีแต่เรื่องเครียด

17 พฤศจิกายน 2554

ช่วงนี้เชื่อว่าท่านผู้อ่านหลายคนกำลังตกอยู่ในภาวะตึงเครียด

ช่วงนี้เชื่อว่าท่านผู้อ่านหลายคนกำลังตกอยู่ในภาวะตึงเครียด

โดย..ปริยนุช คล่องคำนวณการ

เพราะมีเรื่องให้กลุ้มใจหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเครียดจากน้ำท่วม คนที่บ้านท่วมแล้วก็เครียด ไม่รู้ว่าหลังน้ำลดทรัพย์สินของตนจะเสียหายมากน้อยแค่ไหน ส่วนคนที่ยังไม่ท่วมก็เครียด ลุ้นว่าจะท่วมหรือไม่ท่วม

สำหรับคนที่มีเงินลงทุน หากมีสินทรัพย์ประเภทเสี่ยงสูงอยู่มาก (เช่น การลงทุนหุ้น) ก็เหนื่อยหน่อย เพราะนอกจากจะเครียดเรื่องน้ำ อาจต้องมาเครียดเพิ่มเรื่องลงทุนด้วย เนื่องจากช่วง 23 เดือนที่ผ่านมา ไม่ว่าจะลงทุนอะไรก็ดูจะมีความเสี่ยงจากมูลค่าการลงทุนที่ถืออยู่ผันผวนมาก

ดูได้จากดัชนีตลาดหลักทรัพย์บ้านเราเป็นตัวอย่าง บทจะดีใจกับข่าวดี ไม่ว่าจะข่าวในประเทศหรือต่างประเทศ ดัชนีก็ปรับตัวขึ้นทีเป็นสิบจุด แต่หากมีข่าวร้ายเข้ามากระทบดัชนีก็จะร่วงลงมา ข่าวที่เกิดขึ้นในแต่ละวันก็มีมาก ล้วนแต่เป็นข่าวที่ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงิน เรียกได้ว่าตั้งแต่เช้าจนดึกมีข่าวต้องติดตามมากมายทั้งในและต่างประเทศ และก็คาดเดาล่วงหน้าถึงพฤติกรรมของตลาดไม่ค่อยจะถูกกันเลยทีเดียวว่าจะให้น้ำหนักกับข่าวใดมากกว่ากัน หรือทิศทางการตอบสนองต่อข่าวจะเป็นไปในทางใด เพราะบางครั้งข่าวหนึ่งตลาดเคยให้น้ำหนักเป็นอย่างมาก

แต่ข่าวเรื่องเดียวกันนี้เองในวันต่อมาอาจถูกลดลำดับความสำคัญลงไป หรือส่งผลต่อตลาดไปในทิศทางตรงกันข้ามกับที่เคยเป็นมาในอดีตก็เป็นได้

ตัวอย่างที่เห็นก็คือ เศรษฐกิจของสหรัฐที่มีอัตราการเจริญเติบโตที่ตกต่ำ ภาระการคลังที่มีหนี้สินจำนวนมาก รวมถึงปัญหาการว่างงานที่สูง ประกอบเข้ากับปัญหาเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศยูโรโซนเองก็ยังหาทางออกไม่ได้ ทำให้นักลงทุนเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่เชื่อว่ามีความมั่นคงสูง และมีฐานะเป็น Safeheaven (เมื่ออิงตามตำราที่เล่าเรียนมาก็มีอยู่ 2 อย่าง คือ เงินดอลลาร์สหรัฐและทองคำ) ทำให้ทั่วโลกเกิดอาการตื่นทอง ราคาทองขึ้นพรวดๆ เคลื่อนไหวปรู๊ดปร๊าดระหว่างวันอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน คนไทยรอเข้าแถวซื้อทองตามร้านกันเป็นทิวแถว

ส่วนเงินดอลลาร์สหรัฐเองก็ถูกขายทิ้ง ทำให้อ่อนค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินสกุลอื่น แต่แล้วจู่ๆ ตลาดก็เกิดกลับลำ ทั้งที่หากพิจารณาจากข้อมูลพื้นฐานแล้ว ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ปัญหาที่เคยกังวลก่อนหน้าไม่ว่าจะเป็นปัญหาของสหรัฐหรือยุโรปเองยังคงไม่ได้รับการแก้ไข แต่ตลาดกลับเปลี่ยนใจ โดยเมื่อเทียบระหว่างสินทรัพย์ที่เป็น Safeheaven อย่าง ทองคำ กับ เงินดอลลาร์สหรัฐ จากที่เคยมีต้องการลงทุนในทองคำ ก็เปลี่ยนเป็นต้องการถือเงินสกุลดอลลาร์แทน ทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับแทบทุกสกุลเงิน ส่วนราคาทองคำก็ปรับตัวลดต่ำลง

หรืออีกตัวอย่างหนึ่งก็เรื่องน้ำท่วม ตอนที่น้ำท่วมเริ่มขยายวงมาถึงพระนครศรีอยุธยาและปทุมธานี หลายคนพากันวิตกว่าปัญหาน้ำท่วมจะส่งผลต่อเศรษฐกิจ ทำให้อัตราการเจริญเติบโตต่ำกว่าที่คาดไว้เดิม ข่าวนี้ทำให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงอยู่ระยะหนึ่ง

จากนั้นไม่นาน ก็ข่าวเรื่องน้ำท่วมอันเดิมนี่แหละที่เป็นแรงผลักดันทำให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น ทั้งที่วิกฤตน้ำท่วมมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น และดูเหมือนจะสร้างความเสียหายในวงกว้างมากกว่าที่ประเมินกันเอาไว้ในตอนแรก เพราะตลาดกลับไปมองว่าหลังน้ำลดแล้วความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภค วัสดุก่อสร้าง รวมถึงพลังงานจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากต้องถูกทำไปใช้เพื่อซ่อมแซมอาคารบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในทางอ้อม

ในช่วงที่ตลาดขาดความเชื่อมั่น ไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต อย่างเช่นภาวะในปัจจุบัน ข่าวเรื่องเดียวกัน บางครั้งถูกตีความให้เป็นปัจจัยบวก บางทีก็ถูกตีความเป็นปัจจัยลบ สภาพเช่นนี้ตลาดจะผันผวนสูงมาก

สำหรับท่านที่ประเมินแล้วรู้ตัวว่าตนไม่สามารถทนต่อความผันผวนของตลาด รู้สึกไม่สบายใจทุกครั้งที่เห็นตลาดขึ้นลงเมื่อมีข่าวเข้ามากระทบแบบสามวันดีสี่วันร้ายได้ ท่านอาจต้องพิจารณาปรับสัดส่วนการลงทุนของท่านให้มีสินทรัพย์ประเภทความเสี่ยงต่ำเพิ่มมากขึ้น (ตัวอย่างเช่น เงินฝาก กองทุนตลาดเงิน กองทุนตราสารหนี้ เป็นต้น) แต่หากท่านสามารถทนต่อแรงผันผวนของตลาดได้ เชื่อว่าแม้ข่าวในแต่ละวันที่ต้องนำมาประกอบการตัดสินใจลงทุนมีมาก แต่ก็มีประเด็นสำคัญเพียงไม่กี่เรื่องที่เป็นโจทย์ใหญ่

ท่านอาจใช้ช่วงเวลานี้เป็นโอกาสในการลงทุนระยะสั้นก็ย่อมได้ แต่สิ่งที่สำคัญคือท่านต้องแน่ใจเสียก่อนว่าการลงทุนของท่านจะไม่สร้างความเครียดเพิ่มให้กับตัวท่านเอง

เพราะเพียงลำพังเรื่องน้ำท่วมตอนนี้ก็น่าจะทำให้หลายๆ ท่านนอนไม่หลับกันอยู่แล้ว...เฮ้อ เครียด

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร