
บ้านท่วม หนี้ไม่ท่วม ประกันคุ้มครองให้
ครั้งก่อนเขียนเรื่องการเคลมประกันรถยนต์ มาดูโทรทัศน์ข่าวออกมารถที่เสียหายน่าจะน้อยกว่าบ้านที่เสียหายเยอะ
ครั้งก่อนเขียนเรื่องการเคลมประกันรถยนต์ มาดูโทรทัศน์ข่าวออกมารถที่เสียหายน่าจะน้อยกว่าบ้านที่เสียหายเยอะ
(ก็เรายังเอารถไปจอดที่สูงได้ แต่บ้านยกไปไว้ที่สูงไม่ได้) ก็เลยคิดว่าหลายคนน่าจะอยากรู้มากกว่าว่าบ้านเราที่จมน้ำตอนนี้ ตอนน้ำลดใครจะช่วยเราจ่ายบ้าง ได้ข่าวมาว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้อนุมัติหลักการในการดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยครัวเรือนละ 5,000 บาท ในเขตพื้นที่ กทม. รวม 30 เขต โดยประกอบด้วย 2 กรณีที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย ได้แก่
1.กรณีน้ำท่วมถึงบ้านพักอาศัยโดยฉับพลันและทรัพย์สินได้รับความเสียหาย หรือ
2.กรณีบ้านพักอาศัยถูกน้ำท่วมขังติดต่อกันไม่น้อยกว่า 7 วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย
ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถแจ้งคำร้องได้ที่สำนักงานเขตพื้นที่ประสบภัย โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบข้อมูลรับรองความถูกต้องเพื่อป้องกันการซ้ำซ้อน สำหรับเงื่อนไขในการขอรับเงินช่วยเหลือทั้งสองกรณีต้องเป็นบ้านเรือนที่อยู่ในเขต กทม. และอยู่ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติเท่านั้น โดยมีหนังสือรับรองผู้ประสบภัยจากสำนักงานเขตออกให้ ส่วนกรณีที่ผู้ประสบภัยซ้ำซ้อนทั้งสองกรณี จะได้รับการช่วยเหลือเพียงกรณีเดียว
ถือเป็นข่าวดีครับ แม้ 5,000 บาท ไม่เพียงพอกับการซ่อมแซม แต่ก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย งั้นค่าเสียหายส่วนที่เหลือใครจะช่วยแบ่งเบาภาระเราบ้าง หลายคนตอนนี้คงนึกถึงประกันบ้านที่เราซื้อกันอยู่ ดังนั้นในวันนี้เราก็จะมาพูดกันถึงเรื่องนี้ โดยขอนำคำแนะนำจากสมาคมประกันวินาศภัยมาเสนอในวันนี้ครับ
1.ก่อนอื่นต้องดูว่าประกันคุ้มครองหรือไม่ เราต้องตรวจสอบกรมธรรม์ประกันภัยทุกชนิดที่มีอยู่ เช่น กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ กรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย และเก็บไว้ในที่ปลอดภัย สำหรับที่อยู่อาศัย กรณีที่ทำประกันอัคคีภัยและมีเอกสารแนบท้ายคุ้มครองภัยน้ำท่วม แสดงว่ามีความคุ้มครองความเสียหายของตัวบ้านที่ทำประกันภัยไว้ ซึ่งต้องดูว่าเงื่อนไขรายการทรัพย์สินที่เอาประกันภัยระบุครอบคลุมถึงอะไรบ้าง อาทิ สิ่งปลูกสร้างตัวอาคาร รวมเฟอร์นิเจอร์หรือไม่ (แต่ไม่คุ้มครองทรัพย์สินมีค่าหรือพวกเงินทอง ฯลฯ) โดยเงื่อนไขความคุ้มครองอาจจะแยกมูลค่าทุนประกันภัยของสิ่งปลูกสร้างตัวอาคารกับเฟอร์นิเจอร์ออกจากกัน
2.หากกรมธรรม์นั้นหายไปหรือหาไม่พบ และไม่ทราบว่าประกันภัยไว้กับบริษัทประกันภัยใด ก็สามารถติดต่อที่สมาคมประกันวินาศภัยที่ 0225660328 ได้ โดยสมาคมประกันวินาศภัยจะทำการประสานหาข้อมูลบริษัทประกันภัยให้
การเรียกร้องให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีประกันบ้าน
1.ต้องแจ้งให้บริษัททราบโดยไม่ชักช้า และต้องส่งมอบหลักฐานและเอกสารตามที่ระบุไว้ข้างล่างนี้ให้บริษัทภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันเกิดความเสียหาย หากไม่สามารถแจ้งบริษัทประกันภัยได้ทันทีที่เกิดเหตุ ให้ถ่ายรูปความเสียหายไว้โดยกล้องถ่ายรูปหรือโทรศัพท์มือถือเก็บไว้เป็นหลักฐาน และแจ้งการเกิดเหตุไปยังบริษัทประกันภัยภายหลังโดยเร็วที่สุดเท่าที่สามารถจะทำได้
2.ส่งหนังสือเรียกร้องความเสียหายเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งต้องแจ้งรายละเอียดทรัพย์สินที่เสียหาย และมูลค่าความเสียหายของทรัพย์สินนั้นๆ ในเวลาที่เกิดความเสียหายโดยละเอียดเท่าที่จะทำได้
3.ต้องแสดง หรือจัดหา หรือแจ้ง หรือมอบพยานหลักฐานและรายการเพิ่มเติม เช่น แผนผัง เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ โฉนดที่ดิน ต้นฉบับ คู่ฉบับ หรือสำเนาแห่งเอกสารนั้นๆ และข้อความเกี่ยวกับการเรียกร้อง หรือสาเหตุที่ทำให้เกิดความเสียหาย และพฤติการณ์ที่ทำให้เกิดความเสียหายตามที่บริษัทต้องการตามสมควรแก่กรณี
เอกสารประกอบในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนกรณีประกันบ้าน
1.กรณีที่ผู้เอาประกันภัยเป็นบุคคลธรรมดา
1) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
2) สำเนาทะเบียนบ้าน
3) กรมธรรม์ประกันภัย
4) เอกสารทางบัญชีหรือบัญชีแสดงทรัพย์สิน หรือแสดงว่าทรัพย์สินหรือสินค้าดังกล่าวมีอยู่จริง ณ วันที่เกิดเหตุ
5) หนังสือสัญญาเช่าอาคาร/โกดัง หรือสัญญาเช่าที่ดิน
2.กรณีที่ผู้เอาประกันภัยเป็นนิติบุคคล
1) เอกสารตามข้อ 1
2) สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลของกระทรวงพาณิชย์
3) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจกระทำแทนนิติบุคคล
4) หนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินการแทนนิติบุคคล (ให้นำบัตรประจำตัวประชาชนพร้อมสำเนาของผู้รับมอบอำนาจมาด้วย)
หมายเหตุ :
ลงชื่อรับรองสำเนาเอกสารทุกฉบับ สำหรับนิติบุคคลให้ประทับตราด้วย
ให้ยื่นพร้อมกับหนังสือเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนทั่วไป
ส่วนการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยภายหลังเหตุการณ์น้ำท่วม เมื่อได้สำรวจรายการทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายเรียบร้อยแล้ว เจ้าของบ้านสามารถหาบริษัทผู้รับเหมาเพื่อทำการประเมินราคาค่าซ่อมแซมและนำเสนอบริษัทประกันภัยให้พิจารณาเห็นชอบต่อไป ซึ่งผู้เอาประกันและบริษัทประกันภัยอาจมีการเจรจากันอีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะมีการตกลงค่าสินไหมทดแทนที่เป็นจริง
ก็หวังอีกเช่นเดิมครับว่าข้อมูลที่ได้คงทำให้ท่านเจ้าของบ้านสบายใจได้ระดับหนึ่ง สู้ๆ นะครับ เพราะเราไม่ได้เคราะห์ร้ายคนเดียว (บ้านผมเองก็ท่วมเหมือนกัน)
ขอให้ทุกท่านโชคดี และขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยครับ...เราจะก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน &<2288;







