
กทม.โต้เพื่อไทย ยันไม่ได้ล็อกสเปคคอมพ์
กทม.โต้เพื่อไทย ทำหนังสือแจง ป.ป.ช. ปปท. สตง. ปัดล็อกสเปคคอมพ์ฉาว 900 ล้าน ยันเดินหน้าโครงการต่อ
กทม.โต้เพื่อไทย ทำหนังสือแจง ป.ป.ช. ปปท. สตง. ปัดล็อกสเปคคอมพ์ฉาว 900 ล้าน ยันเดินหน้าโครงการต่อ
นายชัยยงค์ พรมวงศ์ ประธานฝ่ายเทคโนโลยี วิทยาลัยการศึกษาทางไกลอินเทอร์เน็ต มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดร่างขอบเขตของงาน (ทีโออาร์) โครงการเช่าระบบและพัฒนาห้องคอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนรู้ของโรงเรียนสังกัด กทม. 435 แห่ง มูลค่า 939.8 ล้านบาท เปิดเผยว่า คณะกรรมการทีโออาร์ได้ดำเนินโครงการอย่างโปร่งใส และยืนยันว่า ไม่มีการล็อกสเปกหรือฮั้วประมูลเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอกชนบางราย อีกทั้งไม่เคยมี สส.หรือนักการเมืองคนใดมาติดต่อขอให้แก้ไขสเปกแต่อย่างใด
“ผมขอเอาประวัติการทำงานที่ผ่านมา ซึ่งไม่เคยเสื่อมเสียหรือมีปัญหาการทุจริตแม้แต่น้อยเป็นประกัน” นายชัยยงค์ กล่าว
ด้านนายธนิต กิตติพัธโนทัย นักวิชาการ กองเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักการศึกษา กทม. กล่าวว่า เมื่อวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา สำนักการศึกษาได้ทำเรื่องชี้แจงข้อร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่ตรวจสอบ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบสภาผู้แทนราษฎร ประธานสภา กทม. เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) โดยไม่ต้องรอให้มีผู้ยื่นเรื่องก่อน และเตรียมทำหนังสือชี้แจงไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ด้วย เพื่อแสดงความโปร่งใสทุกประการ
ขณะที่นายวสันต์ มีวงษ์ รองโฆษก กทม. กล่าวว่า โครงการเช่าระบบคอมพิวเตอร์ของ กทม. ดำเนินการมาแล้ว 2 ปี ขณะนี้อยู่ในระยะที่ 3 โดยจะเช่าคอมพิวเตอร์จำนวน 2.5 หมื่นเครื่อง ซึ่งมีการประกาศทางเว็บไซต์ของ กทม.และของกรมบัญชีกลางถึง 6 ครั้ง เนื่องจากมีการปรับขอบเขตงานหลังจากที่มีการร้องเรียน และที่ผ่านมาเป็นการกล่าวหาโดยไม่มีข้อมูลยืนยัน ทำให้สังคมสับสน จึงขอเรียกร้องอย่านำไปเชื่อมโยงกับประเด็นทางการเมือง
ทั้งนี้ กทม.ได้แถลงชี้แจงเรื่องดังกล่าวหลังจาก น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ และนายการุณ โหสกุล สส.พรรคเพื่อไทย เตรียมยื่นข้อมูลโครงการเช่าระบบคอมพิวเตอร์ต่อ ป.ป.ช. และดีเอสไอ เนื่องจากสงสัยว่าอาจเข้าข่ายล็อกสเปก







