
เฮโลไล่ซื้อหุ้นจมบาดาล
นักลงทุนไล่ซื้อหุ้นได้รับผลกระทบนิคมฯ น้ำท่วม หลังราคาดิ่งแรง พื้นฐานเปลี่ยนระยะสั้น
นักลงทุนไล่ซื้อหุ้นได้รับผลกระทบนิคมฯ น้ำท่วม หลังราคาดิ่งแรง พื้นฐานเปลี่ยนระยะสั้น
เจ้าหน้าที่การตลาด กล่าวว่า นักลงทุนสลับการเล่นหุ้นตัวใหญ่พื้นฐานดีมาไล่ซื้อหุ้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมรุนแรง ในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็ก ทรอนิกส์และยานยนต์ เพราะมองว่าน้ำท่วมในเขตอุตสาห กรรมต่างจังหวัดเริ่มทรงตัวและลดลงตามลำดับ ขณะที่ราคาหุ้นกลุ่มดังกล่าวปรับตัวลดลงแรง เมื่อเทียบกับพื้นฐานที่ถูกกระทบระยะสั้น
สำหรับหุ้นที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่น ประกอบด้วย บริษัท สวนอุตสาห กรรมโรจนะ (ROJNA) ราคาปิดที่ 6.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.60 บาท หรือ 10.17% บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น (TICON) ปิดที่ 10.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.55 บาท หรือ 5.53% บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ (KCE) ปิดที่ 4.30 บาท เพิ่มขึ้น 0.72 บาท หรือ 20.11% บริษัท เอสวีไอ (SVI) ปิดที่ 3.16 บาท เพิ่มขึ้น 0.26 บาท หรือ 8.97% บริษัท อาปิโก ไฮเทค (AH) ปิดที่ 8.65 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 2.98% เป็นต้น
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไอร่า แนะทยอยสะสมหุ้นที่ถูกน้ำท่วม เพราะระดับน้ำท่วมในต่างจังหวัดทยอยลดลงต่อเนื่อง โดยคาดว่าหุ้นนิคมฯ จะฟื้นตัวก่อนเพื่อเตรียมไฟฟ้าและน้ำประปาให้โรงงานต่างๆ หุ้นที่น่าสนใจ คือ ROJNA บริษัท นวนคร (NNCL)
สำหรับชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์จะกลับมาผลิตอีกครั้ง หุ้นน่าสนใจ คือ บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส (HANA) KCE บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี (SAT) AH และหุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่ซ่อมแซมบ้านเสร็จและกลับมาขาย หุ้นน่าสนใจ คือ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท (PS) บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH)
บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุว่า หุ้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหลายตัวเริ่มมีราคาที่จูงใจ เช่น กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ มีหุ้นเด่น คือ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (DELTA) HANA SVI กลุ่มยานยนต์ คือ SAT AH และบริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า (STANLY) กลุ่มที่พักอาศัย คือ บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (AP),บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) LH QH และบริษัท ศุภาลัย (SPALI) และกลุ่มค้าปลีก บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ (BIGC) และบริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL )







