
สะกิดอย่าตกใจทิ้งหุ้นดี
ตลท.ติงรายย่อยดูผลบจ.จมน้ำแฉต่างชาติฉวยโอกาสเก็บของ
ตลท.ติงรายย่อยดูผลบจ.จมน้ำแฉต่างชาติฉวยโอกาสเก็บของ
ตลท.เตือนรายย่อยอย่าขายหุ้นเพราะตื่นข่าวน้ำท่วม แฉใน 1 เดือนต่างชาติกลับมาซื้อ 2.8 หมื่นล้านในกลุ่มหุ้นที่รายย่อยทิ้ง
นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ รองผู้จัดการ สายงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 27 ก.ย.-27 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศไทยเริ่มได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมที่ขยายวงมากขึ้น นักลงทุนต่างชาติกลับมียอดซื้อสุทธิทั้งหมด 2.8 หมื่นล้านบาท เทียบกับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-26 ก.ย. ต่างชาติขายสุทธิไปถึง 7 หมื่นล้านบาท ซึ่งส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยปรับลงถึง 19.57%
ทั้งนี้ หมวดธุรกิจที่ต่างชาติซื้อสูงสุด 5 อันดับแรก คือ ธนาคาร พลังงานสาธารณูปโภค ปิโตรเคมีเคมีภัณฑ์ เทคโนโลยีสารสนเทศการสื่อสาร และอาหารเครื่องดื่ม กลับเป็นหุ้นส่วนใหญ่ที่รายย่อยได้เทขายออกมาหลังน้ำท่วมเริ่มกระจายเข้าสู่หลายพื้นที่มากขึ้นโดยเฉพาะใกล้พื้นที่กรุงเทพฯ
นอกจากนั้น สิ่งที่น่าสังเกตครั้งนี้คือ กองทุนรวมได้กลับมาซื้อสุทธิด้วยเช่นกัน เพียงแต่มีรายละเอียดการเข้าซื้อนอกจากจะมีกลุ่มพลังงานและอาหารแล้ว ยังมีการเลือกหุ้นกลุ่มมากขึ้น ตั้งแต่กลุ่มการแพทย์และกลุ่มวัสดุก่อสร้าง
นายชนิตร กล่าวต่อว่า สาเหตุที่ต่างชาติกลับมาซื้อหุ้นไทยครั้งนี้ เหตุผลหลักคือ ปัญหาหนี้กลุ่มประเทศยุโรปเริ่มมีทิศทางดีขึ้น และราคาหุ้นขนาดใหญ่ได้ปรับตัวลงมากเกินกว่าปัจจัยพื้นฐานที่ควรจะเป็น ขณะที่เหตุการณ์น้ำท่วมไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการโดยรวมมากนัก เพราะบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่ไม่ใช่เป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีสัดส่วนรายได้และกำไรในระดับสูง
“ไม่อยากให้นักลงทุนรายย่อยมองภาพการลงทุนไทยตอนนี้เลวร้ายขนาดนั้น เพราะต่างชาติยังกลับมาซื้อ บจ.ขนาดใหญ่ที่มีพื้นฐานดีอยู่มาก แต่รายย่อยกลับขายออกไป และผลประกอบการไตรมาส 3 ของ บจ.ส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้เลย ฉะนั้นอยากให้รายย่อยรอ บจ.ทยอยประกาศผลประกอบการออกมาก่อนดีกว่า เพราะถึงตอนนั้นจะทำให้นักลงทุนเห็นงบการเงินชัดเจนและแยกได้ว่า บจ.ไหนที่ได้รับหรือไม่ได้รับผลกระทบจริงๆ” นายชนิตร กล่าว
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส ออกบทวิเคราะห์ว่า เม็ดเงินต่างชาติจะเข้าซื้อหุ้นไทยถึงปลายสัปดาห์นี้เท่านั้น และน่าจะเริ่มขายทำกำไรรอบสั้นก่อนเริ่มการประชุม รมว.คลังกลุ่มประเทศยุโรปในวันที่ 8 พ.ย.นี้ ดังนั้น กลยุทธ์แนะให้นักลงทุนทยอยลดพอร์ตลงเพื่อหาจังหวะซื้อเมื่ออ่อนตัวลง







