posttoday
เอไอเอลิงค์ ปะทะ เมืองไทยยูนิตลิงค์1

เอไอเอลิงค์ ปะทะ เมืองไทยยูนิตลิงค์1

20 กุมภาพันธ์ 2553

เห็นชื่อเรื่องตอนนี้แล้วอย่าคิดว่าตั้งใจจะยุแยงให้เกิดความร้าวฉาน (เพราะตอนนี้บ้านเมืองเรามีคนทะเลาะกันมากพอแล้ว) แต่เป็นเพราะในเวลานี้มีบริษัทประกันชีวิตเพียง 2 แห่งเท่านั้นที่มียูนิตลิงค์ หรือกรมธรรม์ประกันชีวิตควบหน่วยลงทุน (Unitlinked Life Insurance Policy : ULIP)

บริษัทแรกที่นำนวัตกรรมทางการเงินเข้ามาขาย คือ บริษัท อเมริกันอินเตอร์แนชชั่นแนลแอสชัวรันส์ (เอไอเอ) ที่ใช้ชื่อว่า “เอไอเอลิงค์” และอีกบริษัทหนึ่งที่เพิ่งจะเปิดขายเมื่อไม่นานมานี้ คือ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต โดยใช้ชื่อว่า “เมืองไทยยูนิตลิงค์1” (และคาดว่าจะมีเมืองไทยยูนิตลิงค์ 2, 3, 4 ออกมาในไม่ช้า)

เป็นธรรมดาที่ของแบบเดียวกัน แต่มีขายมากกว่า 1 บริษัท ย่อมจะถูกนำมาเปรียบเทียบดูความเหมือน ความแตกต่างและข้อดีข้อด้อย ซึ่งยูนิตลิงค์ ก็เช่นเดียวกัน

ถ้ามองไปที่ตาราง (ที่มีอยู่หลายตาราง) จะเห็นความแตกต่างของเอไอเอลิงค์ และเมืองไทยยูนิตลิงค์1 ในหลายๆ ประเด็น ทั้งตัวกรมธรรม์หลัก ค่าใช้จ่าย เงื่อนไขการลงทุนในกองทุนรวม และกองทุนรวมที่มีไว้ให้เลือกการลงทุน

สำหรับลักษณะของแบบประกัน ค่อนข้างจะสูงสีกันเหมือนจะผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ แต่ต้องยอมยกให้เมืองไทยยูนิตลิงค์ชนะคะแนนไปเล็กน้อย อาจจะเป็นเพราะออกมาทีหลังทำให้เห็นจุดอ่อนของคู่ต่อสู้และนำมาปรับให้เป็นจุดแข็งของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอายุกรมธรรม์ที่มีให้เลือกมากกว่า อายุที่รับประกันมากกว่า และเบี้ยประกันขั้นต่ำต่ำกว่า

นอกจากนี้ ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต หากจะนับเอาจากเงื่อนไขข้อข้อที่จ่ายอ้างอิงกับ “หน่วยลงทุนทุน” จะเห็นว่า เมืองไทยยูนิตลิงค์1 บวกให้ 25% แต่ เอไอเอ บวกให้เพียง 10%

แต่ถ้าเป็นคนที่ชอบรูปแบบการออมอย่างสม่ำเสมอด้วยจำนวนเงินที่ไม่มากนัก อาจจะชอบเอไอเอลิงค์มากกว่า เพราะสามารถใส่เงินออมเพิ่มครั้งละเพียง 1,000 บาท ขณะที่เมืองไทยยูนิตลิงค์1 กำหนดไว้ที่ 5,000 บาท

ทีนี้ลองหันมามองเรื่องการลงทุน ถ้าวัดกันที่จำนวนกองทุนที่มีให้เลือกการลงทุนก็ต้องบอกว่า เมืองไทยยูนิตลิงค์1 มีมากกว่า เพราะในปัจจุบันมีให้เลือกลงทุน 7 กองทุน จากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) 1 แห่ง คือ บลจ.กสิกรไทย ขณะที่ เอไอเอลิงค์ มีอยู่ 5 กองทุน แต่เป็น 5 กองทุน จาก บลจ. 4 แห่ง

ขณะที่การลงทุนกับเอไอเอลิงค์ จะถูกจำกัดรูปแบบการลงทุนอยู่ 3 แบบตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ โดยเอไอเอลิงค์ จะกำหนดสัดส่วนการลงทุนมาให้ และเราเพียงเลือกว่าจะลงทุนในกองทุนไหนเท่านั้น

แต่ถ้าเป็นเมืองไทยยูนิตลิงค์ จะไม่ได้กำหนดสัดส่วนการลงทุนที่ตายตัวให้กับนักลงทุน เพียงแต่กำหนดว่าจากกองทุนที่มี 7 กองทุน เราจะเลือกการลงทุนได้ไม่เกิน 5 กองทุน และต้องลงทุนกองทุนละไม่ต่ำกว่า 10%

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเมืองไทยยูนิตลิงค์ จะเปิดช่องให้เลือกการลงทุนได้ถึง 5 กองทุน แต่ถ้ามองไปที่กองทุนที่มีให้เลือกจะเห็นว่า อาจจะลงทุนได้มากสุดแค่ 3 กองทุน เท่านั้น คือ กองทุนตราสารหนี้ กองทุนหุ้น และกองทุนทองคำ

เพราะถ้าเลือกการลงทุนตามอายุ หรือปีเกิด ก็ไม่จำเป็นต้องลงทุนกองทุนอื่นๆ อีก เพราะในกองทุนกลุ่มเค ไลฟ์สไตล์ จะเป็นกองทุนผสมที่จัดสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะกับคนในแต่ละช่วงวัยอยู่แล้ว

แต่ไม่ว่าจะเลือกกองทุนอะไร ทั้งเอไอเอลิงค์ และเมืองไทยยูนิตลิงค์1 จะยอมให้เราสับเปลี่ยนกองทุนได้ฟรีปีละ 4 ครั้งเหมือนกัน เพราะฉะนั้นถ้าลงทุนไปแล้วไม่พอใจ หรือสถานการณ์เปลี่ยนไป เราก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความพอใจ

ถ้าเกิดเป็นคนหลายใจมากไปสับเปลี่ยนมากกว่า 4 ครั้ง ก็ต้องเสียค่าธรรมเนียมให้บริษัทประกันด้วย โดยเอไอเอเรียกเก็บครั้งละ 100 บาท และเมืองไทยคิดครั้งละ 200 บาท

นอกจากนี้ เอไอเอลิงค์ ยังเพิ่มบริการสับเปลี่ยนกองทุนอัตโนมัติ และบริการปรับสัดส่วนลงทุนอัตโนมัติ เพื่อให้นักลงทุนเดินหน้าตามแผนการลงทุนได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

บริการสับเปลี่ยนกองทุนอัตโนมัติ คือ บริการที่เอไอเอจะจัดการสับเปลี่ยนกองทุนตามจำนวนเงินและจำนวนครั้งที่ลูกค้ากำหนด ตามกลยุทธ์การลงทุนแบบเฉลี่ยต้นทุน เช่น เราต้องการการลงทุนในกองทุนหุ้นไม่รู้จะเลือกลงทุนตอนไหนดี ก็เลือกการลงทุนแบบเฉลี่ยเดือนละครั้ง โดยใส่เงินไว้ในกองทุนตลาดเงินแล้วค่อยๆ ทยอยโอนไปลงทุนในกองทุนหุ้น

บริการปรับสัดส่วนลงทุนอัตโนมัติ คือ บริการเอไอเอจะปรับสัดส่วนการลงทุนในกองทุนให้เป็นไปตามที่ลูกค้ากำหนดทุกไตรมาส เพื่อคงระดับความเสี่ยงในการลงทุนที่ลูกค้าต้องการ เช่น เรารับความเสี่ยงในระดับปานกลาง ลงทุนกองทุนหุ้น 50% และกองทุนตราสารหนี้ 50%

แต่พอระยะเวลาผ่านไปเงินลงทุนในกองทุนหุ้นเติบโตขึ้นจนกลายเป็น 60% กองทุนตราสารหนี้ลดลงเหลือ 40% เอไอเอก็จะขายกองทุนหุ้นออกไปให้เหลือสัดส่วน 50% และเพิ่มการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ให้เพิ่มเป็น 50% ตามเดิม

ทั้ง เอไอเอลิงค์ และเมืองไทยยูนิตลิงค์1 ยังสามารถถอนเงินบางส่วนออกจากกรมธรรม์ได้ โดยเอไอเอลิงค์ไม่คิดค่าธรรมเนียม แต่การถอนแต่ละครั้งต้องไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นบาท และต้องเหลือเงินไว้ไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นบาท แต่ถ้าเป็นเมืองไทยยูนิตลิงค์กำหนดให้เหลือเงินหลังการถอนไม่ต่ำกว่า 7.5 หมื่นบาท และเสียค่าธรรมเนียมครั้งละ 200 บาท

แล้วคุณล่ะชอบแบบไหน

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่