
762โรงงานเสียหายหนัก เฉียด3หมื่นล้าน
วิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม สรุปจำนวนโรงงานที่ได้รับความเสียหาย
วิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม สรุปจำนวนโรงงานที่ได้รับความเสียหาย
จากน้ำท่วมถึงวันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา มี 27 จังหวัด จำนวนโรงงานที่เสียหาย 762 โรง จากทั้งหมดใน 27 จังหวัด มี 2.79 หมื่นโรง แบ่งเป็นความเสียหายทางตรง ได้แก่ ทรัพย์สิน 4,004 ล้านบาท แรงงาน 479 ล้านบาท เมื่อประเมินจากจำนวนโรงงานที่ได้รับผลกระทบคูณด้วยจำนวนวันที่หยุดงานของแต่ละจังหวัดหยุดไม่เท่ากัน คูณด้วยค่าแรงเฉลี่ย 250 บาทต่อวัน มีจำนวนแรงงานที่อยู่ในโรงงานที่เสียหาย 1.27 แสนคน รวมความเสียหายทางตรง 4,484 ล้านบาท
ความเสียหายทางอ้อม หรือความเสียหายโอกาสทางธุรกิจ ประมาณการจากมูลค่ารายได้ต่อวัน คูณด้วยจำนวนวันที่สถานประกอบการหยุดดำเนินงาน 2.47 หมื่นล้านบาท รวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมด 2.92 หมื่นล้านบาท บางโรงงานไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แต่ต้องหยุดผลิตเนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ไม่มีชิ้นส่วนส่งเข้ามา
ขณะที่โรงงานฮอนด้า และโรงงานในกลุ่มเครือข่าย 27 โรง ในพื้นที่เฟส 1 ของเขตประกอบการอุตสาหกรรมโรจนะ ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้
ขณะเดียวกันได้คาดการณ์จังหวัดที่มีความเสี่ยง หรือยังมีนิคมฯ ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม มี 13 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรสาคร ชัยนาท อ่างทอง สิงห์บุรี อุทัยธานี ลพบุรี สมุทรปราการ นครสวรรค์ นครปฐม และสุพรรณบุรี จึงได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ไปประจำอยู่ในทุกนิคมฯ ของ 13 จังหวัด โดยจะมีเจ้าหน้าที่จากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ผู้จัดการนิคมฯ รวมทั้งสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเป็นคนดูแล ซึ่งในพื้นที่ดังกล่าวมีนิคมฯ 8 นิคมฯ ประกอบด้วย นิคมฯ บางปะอิน นิคมฯ บ้านหว้า (ไฮเทค) และนิคมฯ สหรัตนนคร ที่ถูกน้ำท่วมไปแล้ว ใน จ.พระนครศรีอยุธยา นิคมฯ สมุทรสาคร นิคมฯ สินสาคร และนิคมมหาราชนคร ใน จ.สมุทรสาคร นิคมฯ บางปู นิคมฯ บางพลี ใน จ.สมุทรปราการ
รวมทั้งยังมีเขตประกอบการอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่พื้นที่ดังกล่าวด้วย กระทรวงได้จัดส่งเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดให้เข้าไปเตรียมความพร้อม เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับให้สถาบันก่อสร้างและสถาบันพลาสติกส่งวิศวกรเข้าไปให้คำปรึกษาเสริมคันดิน โดยจะเข้าไปช่วยสร้างคันดินที่มีความแข็งแรง และประเมินพื้นที่ก่อนสร้างคันดิน เพื่อให้คันดินที่ก่อขึ้นมีความสามารถในการกันน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วิฑูรย์ กล่าวด้วยว่า ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด ดูแลข้อมูลทั้งหมด โดยกระทรวงจะพิจารณาความเสียหายจากมูลค่าการลงทุน และความเสียหายทางตรง เช่น เครื่องจักร อาคารเสียหาย ส่วนค่าเสียโอกาสต้องไปรวบรวมข้อมูลจากผู้ประกอบการ แต่จะพยายามทำข้อมูลที่เป็นบรรทัดฐานนำไปอ้างอิงได้ ในส่วนของโรงงานอุตสาหกรรม
ชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้แจ้งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้กระทรวงอุตสาหกรรมนำข้อมูลดังกล่าวไปเสนอกับคณะกรรมการดูแลด้านเศรษฐกิจ ที่มี กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เป็นประธาน เพราะ ครม.ได้สั่งตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ฟื้นฟูวิกฤตน้ำท่วม
หลังจากการหารือในรายละเอียด ตลอดจนข้อเรียกร้องจากภาคเอกชน ได้ครบถ้วนกับคณะกรรมการดังกล่าวแล้ว เมื่อได้ข้อสรุปแนวทางในการช่วยเหลือ จึงค่อยนำเสนอให้ ครม.พิจารณาอนุมัติต่อไป







