
ชงครม.สัปดาห์นี้ลดภาษีนิติบุคคล
เสนอลดตามนโยบายรัฐบาลพ่วงเงื่อนไขรถคันแรกเพิ่มอีก
เสนอลดตามนโยบายรัฐบาลพ่วงเงื่อนไขรถคันแรกเพิ่มอีก
คลังชง ครม.ลดภาษีเงินได้นิติบุคคล เข้า ครม.สัปดาห์นี้
นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 11 ต.ค.นี้ พิจารณาปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลง จาก 30% เหลือ 23% ในวันที่ 1 ม.ค. 2555 และเหลือ 20% ในปี 2556 โดยการลดภาษีดังกล่าว จะมีผลถึงบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ขณะนี้เสียภาษีในอัตรา 25% จะลดลงเหลือเท่ากับบริษัทเอกชนอื่น
สำหรับบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ mai จะมีมาตรการลดหย่อนภาษีให้เหลือ 20% ไปจนถึงสิ้นปีนี้เท่านั้น หลังจากนั้นก็ต้องเสียในอัตราเดียวกับบริษัททั่วไป ส่วนในเรื่องสิทธิประโยชน์คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่จะต้องลดลงให้สอดคล้องกับการลดภาษีเงินได้นิติบุคคล จะยังไม่เสนอเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ในครั้งนี้ เพราะต้องมีการหารือกันอย่างละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากต้องมีการแก้กฎหมายของบีโอไอ
ทั้งนี้ การลดภาษีนิติบุคคลทำให้กรมสรรพากรสูญเสียภาษี 1.5 แสนล้านบาท โดยกรมสรรพากรคาดว่าจะเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้นในอนาคต
นายบุญทรง กล่าวว่า นอกจากนี้คลังยังมีการเสนอให้ ครม.เห็นชอบมาตรการรถคันแรกเพิ่มเติม แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ โดยอาจจะปลดล็อกการโอนรถคันแรกให้กับไฟแนนซ์ที่ต้องยึดรถมาก่อน 5 ปีนั้น ขณะนี้กรมสรรพสามิตกำลังเร่งสรุปว่าจะมีเงื่อนไขใดบ้างที่ไฟแนนซ์จะสามารถโอนรถได้ก่อน 5 ปี เพื่อให้มีความชัดเจนก่อนการเปิดงานมหกรรมเปิดตัวรถคันแรกที่จะเริ่มวันที่ 11-14 ต.ค.นี้
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า สศค.ต้องการเร่งปฏิรูประบบภาษี นอกจากการลดภาษีนิติบุคคลแล้ว ยังมีการศึกษาเรื่องภาษีบุคคลธรรมดา ที่จะจัดเก็บให้เป็นธรรมมากขึ้น ซึ่งจะต้องพิจารณาปรับลดค่าลดหย่อนบางส่วนที่ไม่เป็นธรรมให้เกิดความเหมาะสมมากขึ้น
นอกจากนี้ จะมีการพิจารณาปรับภาษีสรรพสามิตบางรายการ อาทิ ภาษีสรรพสามิตน้ำมันทั้งระบบ ภาษีสิ่งแวดล้อมบางรายการ ขณะเดียวกันยังจะมีการยกเลิกภาษีบางรายการที่ต้นทุนสูง จัดเก็บได้ไม่คุ้มค่า เช่น ภาษีแก้วคริสตัล
“การปรับโครงสร้างภาษีน้ำมัน จะต้องดูไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกัน หากรัฐบาลสนับสนุนให้ใช้น้ำมันตัวไหน ภาษีก็จะถูกลง แต่ตัวไหนไม่สนับสนุนก็จะแพง การปรับโครงสร้างภาษีน้ำมัน จะสอดรับกับการกลับมาจัดเก็บภาษีน้ำมันดีเซลเหมือนเดิม เพราะประมาณการปีงบประมาณ 2555 ได้รวมผลจากการที่จะได้ภาษีน้ำมันดีเซลคืนมา 4.9 หมื่นล้านบาท” นายสมชัย กล่าว







