
บอดี้เชพชิงเค้กความงาม
ปรับแผนครั้งใหญ่ในรอบ18ปีลุยเพิ่มทัพสินค้ากระจายเสี่ยง
ปรับแผนครั้งใหญ่ในรอบ18ปีลุยเพิ่มทัพสินค้ากระจายเสี่ยง
บอดี้เชพ ปรับครั้งใหญ่ในรอบ 18 ปี เปิดแนวรบสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อความงาม หวังกระจายความเสี่ยงธุรกิจ
นายภูพงษ์ สืบวงศ์ลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท บอดี้เชพ คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป ผู้บริหารสถาบันลดน้ำหนักและความงาม “บอดี้เชพ” เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับแผนธุรกิจครั้งใหญ่ในรอบ 18 ปี โดยขยายธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อความงามอย่างจริงจัง หลังเห็นการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเพื่อกระจายความเสี่ยงธุรกิจความงามบอดี้เชพ
ล่าสุด ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมแบรนด์เรโนคิน จากประเทศเกาหลีใต้ เข้ามาทำตลาดเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์สินค้าอุปโภคบริโภค ภายใต้แบรนด์บอดี้เชพ 11 รายการ และในปีหน้ามีแผนทำตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าแบรนด์อัลพายน์ ซิลค์ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวรกแกะจากประเทศนิวซีแลนด์ และผลิตภัณฑ์อิริคสัน แลบบอราทอรี ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเพื่อลดเลือนริ้วรอยจากประเทศฝรั่งเศสมาทำตลาดต่อไป
ขณะเดียวกันบริษัทอยู่ระหว่างศึกษาผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและบำรุงผิวแบรนด์อื่นเข้ามาเปิดตัวอย่างต่อเนื่อง คาดว่าภายใน 5-10 ปีข้างหน้า หลังจากบริษัทได้ปรับกลยุทธ์ธุรกิจอย่างจริงจังแล้ว จะทำให้ภาพลักษณ์ของบริษัทเปลี่ยนจากสถาบันลดน้ำหนัก และเพื่อความงาม ไปสู่ผู้ประกอบธุรกิจตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและผู้นำในตลาดสถาบันลดน้ำหนัก
นอกจากนี้ ยังเป็นการขยายฐานลูกค้าเป้าหมายของบอดี้เชพไปสู่กลุ่มวัยรุ่นและคนเริ่มต้นทำงานอายุ 20 ปีขึ้นไป จากเดิมกลุ่มลูกค้าหลักของบอดี้เชพจะมีอายุ 28 ปีขึ้นไป
สำหรับช่องทางการกระจายสินค้า จะเน้นวางจำหน่ายผ่านช่องทางห้างค้าปลีกและผ่านร้านบอดี้เชพ ไลฟ์สไตล์ ซึ่งเป็นร้านที่จำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์บอดี้เชพ และแบรนด์สินค้าอื่นๆ มีขนาดพื้นที่ประมาณ 920 ตร.ม. จากปัจจุบันมีสาขารวม 10 สาขา และวางเป้าหมายเปิดสาขาเพิ่มปีละ 2-3 สาขา ซึ่งใช้งบเปิดสาขาแต่ละแห่งจะอยู่ที่ 2 แสนบาท
ดังนั้น ในปีนี้บริษัทเตรียมเปิดร้านบอดี้เชพ ไลฟ์ สาขาสไตล์ใหม่ที่ เซ็นทรัล ลาดพร้าว โดยเน้นการออกแบบที่ล้ำสมัยมากขึ้น คาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการได้ภายใน 12 เดือนข้างหน้า
ขณะที่เป้าหมายรายได้ของบริษัทคาดว่าในอีก 3 ปีข้างหน้า สัดส่วนรายได้จากธุรกิจบริการของร้านบอดี้เชพ จะอยู่ที่ 80% และธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อความงาม 20% จากปัจจุบันรายได้ของบริษัทมาจากธุรกิจบริการ 65% และธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค 35%
“หลังจากเปิดตัวผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมภายใต้แบรนด์เรโนคินแล้ว รายได้จากผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ที่บริษัทนำเข้าจากต่างประเทศจะมีสัดส่วนเพิ่มเป็น 40% และอีก 60% มาจากแบรนด์ของบอดี้เชพ จากปัจจุบันรายได้จากผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์บอดี้เชพ อยู่ที่ 70% และอีก 30% มาจากแบรนด์อื่นๆ ที่นำเข้ามาทำตลาดแล้ว” นายภูพงษ์ กล่าว







