
ตลท.ชี้9บจ.เหนื่อยลดราคาน้ำมัน
เสี่ยงยอดขายสินค้าทรุดช่วงสั้นบริษัทโดยรวมได้ดีดอกเบี้ยลด
เสี่ยงยอดขายสินค้าทรุดช่วงสั้นบริษัทโดยรวมได้ดีดอกเบี้ยลด
ตลาดหลักทรัพย์วิเคราะห์มาตรการลดราคาน้ำมัน 9 บริษัทเสี่ยงยอดขายลด บจ.โดยรวมได้ประโยชน์ดอกเบี้ยคงที่หรือลด
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลัก ทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า มาตรการในการลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นการชั่วคราวจะส่งผลกระทบต่อบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับพลังงานทดแทนน้ำมันเบนซินและดีเซล ได้แก่ ธุรกิจน้ำตาล ปาล์ม และมันสำปะหลัง
สำหรับบริษัทที่ได้รับผลลบมีประมาณ 9 บริษัท ได้แก่ บริษัทน้ำตาลขอนแก่น (KSL) บริษัท สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม (UPOIC) บริษัท ยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม (UVAN) บริษัท ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม (CPI) บริษัท ผาแดงอินดัสทรี (PDI)
ธุรกิจโรงกลั่นเอทานอล เช่น บริษัท บางจากปิโตรเลียม (BCP) บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) หรือ ESSO บริษัท ไทยออยล์ (TOP) บริษัท ลานนารีซอร์สเซส (LANN) และ KSL มีความเสี่ยงจากความต้องการสินค้าที่อาจจะลดลงในช่วงสั้นๆ โดยเฉพาะในช่วงที่กระทรวงการคลังลดภาษีสรรพสามิตสำหรับแก๊สโซฮอล์ เพื่อคงส่วนต่างระหว่างน้ำมันเบนซินกับน้ำมันแก๊สโซฮอล์
ขณะที่ธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน อาทิ บริษัท ซัลโก้ (SUSCO) ไม่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนสต๊อกน้ำมันเดิม เพราะรัฐจะจ่ายเงินชดเชยให้ภายใน 1 เดือน ส่วน BCP อาจมียอดขายน้ำมันลดลงเนื่องจากปั๊มบางจากจำนวน 600 แห่ง ได้ยกเลิกการจำหน่ายน้ำมันเบนซิน 91 แล้วทั้งนี้ต้องรอดูพฤติกรรมผู้บริโภคอีกครั้ง
สำหรับบริษัทจดทะเบียน (บจ.) โดยรวมอาจจะได้ประโยชน์ไม่มากนักกับมาตรการนี้ ขณะเดียวกันอาจจะส่งผลดีต่อผลประกอบการของบจ.โดยภาพรวม เนื่องจากยอดใช้ภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้น แรงกดดันต่ออัตราเงินเฟ้อและการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายจะลดลง ซึ่งจะทำให้ดอกเบี้ยจ่ายคงที่หรือลดลง แต่ธุรกิจธนาคารพาณิชย์อาจจะได้รับผลลบจากส่วนต่างดอกเบี้ยที่ลดลง (NIM)
“ราคาน้ำมันที่ลดลงช่วยลดค่าครองชีพ ประชาชนจะได้รับประโยชน์โดยตรง ไม่ใช่ผู้ประกอบการ” นายจรัมพร กล่าว







