posttoday
กสิกรทุ่ม2.4พันล้านขึ้นผู้นำตลาดรายย่อย

กสิกรทุ่ม2.4พันล้านขึ้นผู้นำตลาดรายย่อย

25 สิงหาคม 2554

กสิกรทุ่มงบ 2,400 ล้านบาท กวาดธุรกิจรายย่อยแบบครบวงจร

กสิกรทุ่มงบ 2,400 ล้านบาท กวาดธุรกิจรายย่อยแบบครบวงจร หวังครองเจ้าตลาด ตั้งเป้ามีลูกค้าใหม่ 2 ล้านราย

นายอำพล โพธิ์โลหะกุล รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารได้ทุ่มงบประมาณกว่า 2,400 ล้านบาท เพื่อพัฒนาธุรกิจลูกค้าบุคคล เพื่อสร้างความเป็นผู้นำในตลาดลูกค้ารายย่อยในปีนี้

งบทั้งหมดจะแบ่งใช้ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของธนาคาร แบ่งเป็นงบเพื่อการพัฒนาพนักงาน 100 ล้านบาท งบเพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการตลาด 300 ล้านบาท และงบสำหรับพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ 2,000 ล้านบาท

นายอำพล กล่าวว่า ในปีนี้ธนาคารตั้งเป้าว่า จะเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ทั้งปีให้ได้ 2 ล้านราย เพิ่มฐานเงินฝากและกองทุนรวมขึ้นเป็น 2 ล้านล้านบาท เพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมขึ้นเป็น 20% และตั้งเป้าเพิ่มการใช้ผลิตภัณฑ์ขึ้นมาทุกกลุ่มภายใน 3 ปี

“ในครึ่งปีแรกฐานลูกค้าใหม่ของเราเติบโตขึ้นมาแล้ว 1 ล้านราย ขณะที่สินเชื่อเติบโตไปแล้ว 7% จากเป้าหมาย 7-9% เงินฝากและกองทุนรวมโตขึ้น 8% มียอดรวม 1.7 ล้านล้านบาท ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมก็เติบโตขึ้นถึง 20% หรือ 6,400 ล้านบาท ในครึ่งปีหลังเราจะบุกตลาดนี้ต่อเนื่องเพื่อเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ขึ้นอีก 1 ล้านราย ซึ่งจะทำให้มีฐานลูกค้าทั้งหมด 10 ล้านราย” นายอำพล กล่าว

ผู้บริหารธนาคารกสิกรไทยชี้แจงว่า ธนาคารจะใช้กลยุทธ์บุกตลาดครึ่งปีหลังผ่าน 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์สินเชื่อบุคคล ผลิตภัณฑ์การออมและการลงทุน ผลิตภัณฑ์ธนาคารอิเล็กทรอนิกส์และบริการให้คำปรึกษา เพื่อเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจแบงก์แอสชัวรันส์ เงินโอน บัตรเครดิตและกองทุนรวม โดยคาดว่าการเติบโตของค่าธรรมเนียมหลักจะมาจากปริมาณธุรกรรมที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนด้านไอที

“ในครึ่งปีหลังเราได้เตรียมผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองลูกค้าเอาไว้มากมาย เช่น โครงการเดินบัญชีเพื่ออนาคต ที่เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าที่ไม่มีหลักฐานเงินเดือนสำหรับขอกู้เงิน กองทุนแอลทีเอฟ อาร์เอ็มเอฟที่คุ้มครองเงินต้น บริการธนาคารผ่านโทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ต นี่คือบริการที่ธนาคารจะให้ความสำคัญ” นายอำพล กล่าว

นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการถือครองผลิตภัณฑ์ในกลุ่มลูกค้าบุคคลทั่วไปที่มีเงินฝากน้อยกว่า 1.5 หมื่นบาท เพิ่มขึ้นจากที่ใช้บริการธนาคารอยู่คนละ 2.72 ผลิตภัณฑ์ เป็น 4.03 ผลิตภัณฑ์ สำหรับกลุ่มลูกค้าบุคคลระดับกลางที่มีเงินฝากตั้งแต่ 1.5 หมื่นบาท-10 ล้านบาท จะเพิ่มการใช้บริการผลิตภัณฑ์ของธนาคารจากคนละ 3.05 ผลิตภัณฑ์ เป็น 4.5 ผลิตภัณฑ์ ขณะที่กลุ่มลูกค้าบุคคลพิเศษที่มีเงินฝากหรือเงินลงทุนตั้งแต่ 10-50 ล้านบาท จะเพิ่มการใช้บริการผลิตภัณฑ์จาก 5.41 ผลิตภัณฑ์ เป็นคนละ 6.65 ผลิตภัณฑ์ภายใน 3 ปี

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร