
งบไทยเข้มแข็งลงพื้นที่2แสนล้าน
โพสต์ทูเดย์ — คลังกระตุกเร่งเบิกจ่ายไทยเข้มแข็งฟื้นเศรษฐกิจ สั่งตัดงบโครงการที่ไม่พร้อมทิ้ง 7,000 ล้านบาท
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า ได้รายงานการเบิกจ่ายงบโครงการไทยเข้มแข็งให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบว่าการเบิกจ่ายงบเริ่มดีขึ้นโดยมีการเบิกจ่ายไปแล้วกว่า 3 หมื่นล้านบาท และมีการทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างโครงการไปแล้วกว่า 1 แสนล้านบาท จึงมั่นใจว่าจะมีการเบิกจ่ายงบจำนวนมากในปีงบประมาณ 2553
ขณะเดียวกัน ก็ได้มีการตัดงบในโครงการที่ไม่มีความพร้อมในการใช้เงินจากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาทออกไป 7,000 ล้านบาท สำหรับโครงการของกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการ ที่เสนอโครงการไม่ทันก็ได้ขยายเวลาออกไปอีกระยะหนึ่ง
รมว.คลัง กล่าวว่า การเบิกจ่ายงบประมาณไทยเข้มแข็งถือว่าสำคัญเพราะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพราะมีมูลค่าลงทุนถึง 3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ซึ่งขณะนี้กระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณได้จัดตั้งคณะทำงานขึ้นมาดูแลเป็นการเฉพาะ และขอให้ปลัดกระทรวงเข้ามาร่วมประชุมทุกครั้งเพื่อติดตามการใช้งบไทยเข้มแข็ง
“
เป้าหมายเบิกจ่าย 2 แสนล้านบาท ในปีงบประมาณ 2553 ก็น่าจะเป็นไปได้” นายกรณ์ กล่าวสำหรับการออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เป็นเรื่องการพิจารณาของรัฐสภา ซึ่งคณะกรรมาธิการร่วมได้พิจารณาอยู่ และที่ผ่านมาได้ชี้แจงให้วุฒิสภารับทราบว่าปัจจุบันเศรษฐกิจดีขึ้น รายได้ของรัฐบาลดีขึ้น จึงสามารถเอาเงินลงทุนที่เคยจะใช้ในพ.ร.บ.มาบรรจุในงบประมาณปี 2554 ได้ ก็จะช่วยให้มีการพิจารณาที่รัดกุมรักษาระเบียบวินัยได้ดีขึ้น แต่รัฐบาลก็จำเป็นต้องขอเดินหน้าพ.ร.บ.ต่อไป เพราะยังมีความจำเป็นใช้เงินแต่อาจจะไม่ถึง 4 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ เพราะทุกโครงการที่รัฐบาลกำหนดว่ามีความจำเป็นในไทยเข้มแข็ง ทั้งลงทุนระบบราง ระบบชลประทาน หรือโครงการอื่นๆ เช่น พัฒนาโรงเรียน โรงพยาบาล สถานพยาบาลทั้งประเทศนั้น ยังจำเป็นต้องเดินหน้าต่อไป แต่ต้องเปลี่ยนแหล่งใช้เงินเท่านั้น







