
บอร์ดบินไทยคลอด ไทย สไมล์
บอร์ดบินไทยคลอด ไทย สไมล์ เล็งเปิดปีแรก 5 เส้นทางก่อนสยายปีกตลาดอาเซียน จีน อินเดีย กร้าวชิงลูกค้าแอร์ ไทยแอร์เอเชียใช้บริการ ตั้งเป้าปี 2556 มีรายได้กว่า 5,000 ล้านบาท
บอร์ดบินไทยคลอด ไทย สไมล์ เล็งเปิดปีแรก 5 เส้นทางก่อนสยายปีกตลาดอาเซียน จีน อินเดีย กร้าวชิงลูกค้าแอร์ ไทยแอร์เอเชียใช้บริการ ตั้งเป้าปี 2556 มีรายได้กว่า 5,000 ล้านบาท
นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด) บริษัทการบินไทย ว่า บอร์ดได้อนุมัติแผนธุรกิจและแผนลงทุนธุรกิจสายการบินราคาประหยัด ภายใต้ชื่อ ไทย สไมล์ แทนชื่อเดิม สายการบินไทย วิงส์ เพราะต้องการสะท้อนภาพลักษณ์ประเทศไทยเป็นสยามเมืองยิ้ม โดยชื่อดังกล่าวได้คัดเลือกจากการส่งชื่อเข้าประกวดพนักงานจำนวน 2,229 ชื่อ
ทั้งนี้บอร์ดได้แต่งตั้งนายวรเนติ หล้าพระบาง ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายกลยุทธ์และแผน เป็น กรรมการผู้จัดการหน่วยธุรกิจการบินราคาประหยัด เพื่อดูแลสายการบินไทย สไมล์ โดยการนำเสนอผลิตภัณฑ์มีรูปแบบไลท์ พรีเมี่ยม เน้นราคาที่คุ้มค่าและการบริการที่เหมาะสม เช่น การบริการเครื่องดื่มและอาหาร รวมถึงสามารถสะสมไมล์ได้เช่นเดียวกับการใช้บริการสายการบินไทย
“ราคาของไทย สไมล์ จะมีราคาสูงกว่าโลว์คอสต์ แอร์ไลน์ แต่ถูกกว่าสายการบินไทย โดยเน้นราคาที่สมเหตุสมผล ไม่ใช่ราคาต้นทุนต่ำ เหมือนโลว์คอสต์เมื่อบวกค่าบริการอื่นๆ เช่นค่าสัมภาระแล้วราคาไม่ได้ถูกตามที่โฆษณา” นายปิยสวัสดิ์ กล่าว
นายวรเนติ หล้าพระบาง กรรมการผู้จัดการหน่วยธุรกิจการบินราคาประหยัด เปิดเผยว่า บริษัทจะเปิดให้บริการสายการบินไทย สไมล์ ราววันที่ 1 ก.ค. เนื่องจากรอการส่งมอบเครื่องบิน แอร์บัส เอ 320 จำนวน 11 ลำ โดยทยอยรับมอบเครื่องบินแอร์บัส 320 ความจุ 174 ที่นั่ง จำนวน 11 ลำ โดยปีแรกจะรับมอบจำนวน 4 ลำ และครบตามจำนวนในปี 2558
ทั้งนี้ในปีแรกได้เตรียมเปิดให้บริการเส้นทางรอง 5 เส้นทางได้แก่ กรุงเทพ-อุบลราชธานี กรุงเทพ –อุดรธานี กรุงเทพ-ขอนแก่น กรุงเทพ –เชียงราย และกรุงเทพ-สุราษฎร์ธานี โดยสายการบินไทยจะยกเลิกให้บริการเส้นทางดังกล่าวทั้งหมด เพื่อให้เส้นทาง ไทย สไมล์ให้บริการ
นอกจากนี้ในปีที่ 2 ไทย สไมล์จะขยายเส้นทางการบินไปยังเส้นทางระหว่างประเทศ โดยมุ่งเจาะตลาดอาเซีย ประเทศอินเดีย สาธารณรัฐประชาชนจีน เช่น มาเก๊า เสินเจิน ฯลฯ ซึ่งบริษัทเชื่อว่าในปีที่สองสายไรบินไทย สไมล์จะสามารถทำกำไรได้ และคาดว่าจะมีรายได้กว่า 5,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 5-6% ต่อปี
“ไทย สไมล์ จะมุ่งเจาะกลุ่มลุกค้านักธุรกิจ กลุ่มเอสเอ็มอี คนรุ่นใหม่ ที่เดินทางธุรกิจ ซึ่งปีแรกๆสัดส่วนลูกค้าคนไทยจะมากกว่าต่างชาติ และบริษัทมั่นใจว่าการทำราคาและการบริการ จะสามารถดึงกลุ่มลูกค้าเดิมของไทย แอร์เอเชีย หันมาใช้บริการกับไทย สไมล์อย่างแน่นอน” นายวรเนติ กล่าว
ปัจจุบันการบินไทยมีสัดส่วนลูกค้าในประเทศ 38% การเปิดตัวไทย สไมล์ จะเพิ่มกลุ่มลูกค้าคนไทย ราว 1-2% ในส่วนของการเปิดรับนักบิน 30 คน ส่วนหนึ่งจะมาจากกัปตันการบินไทย และพนักงานต้อนรับ จำนวน 100 คน เน้นคนรุ่นใหม่อายุไม่เกิน 25 ปี มีบุคลิกและหน้าตาดี เพื่อสร้างสีสันและประสบการณ์บินที่ดีให้กับผู้โดยสาร
นายปิยสวัสดิ์ กล่าวอีกว่า ผลประกอบช่วงไตรมาสที่ 4 มีแนวโน้มที่ดี เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกอาจปรับตัวลดลง ทำให้ต้นทุนการบริหารจัดการลดลง ส่วนปัญหาสภาวะเศรษฐกิจสหรัฐถดถอยจะไม่ส่งผลกระทบต่อการเดินทางมากนัก โดยสาเหตุหลักที่ผู้โดยสารจะเลือกบริการหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์และการบริการของสายการบิน รวมถึงการแข่งขันที่รุนแรงของสายการบินทั่วโลก มากกว่าสภาวะเศรษฐกิจอเมริกาถดถอย
ด้านความคืบหน้าของสายการบินไทย ไทเกอร์ ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า ซึ่งการบินไทยเตรียมหารือในรายละเอียดกับรมว.คมนาคมอีกครั้ง ส่วนการขายหุ้นของสายการนกแอร์ จะไม่ส่งผลกระทบการบินไทย แต่บริษัทยืนนโยบายการเพิ่มสัดส่วนในนกแอร์จาก 39% เป็น 49% โดยเจรจาซื้อจากธนาคารกรุงไทย ในราคา 33 บาท
นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการบอร์ด เปิดเผยว่า บอร์ดมีมติรับทราบกรณีที่ผู้ถือหุ้นสายการบินนกแอร์ จำนวน 3 ราย คือ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด(มหาชน) กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ(กบข.) และกองทุนเปิดไทยทวีทุน ซึ่งมีสัดส่วนหุ้นในนกแอร์รวม 25% จะขายหุ้นให้กับบริษัท นกแอร์ แมนเนจเมนท์ ซึ่งก่อตั้งโดยผู้บริหารนกแอร์ ในราคาหุ้นละ 33 บาท โดยคิดเป็นวงเงินรวม 412.5 ล้านบาท







