
รฟท.เลิกจ้าง7หัวโจกสุพจน์แบะท่าขอหารือ
ร.ฟ.ท.ตัดสินใจเลิกจ้าง 7 สหภาพรถไฟฯ หลังคาดศาลมีแนวโน้มไม่รับอุทธรณ์อีก
ร.ฟ.ท.ตัดสินใจเลิกจ้าง 7 สหภาพรถไฟฯ หลังคาดศาลมีแนวโน้มไม่รับอุทธรณ์อีก
แหล่งข่าวจากฝ่ายบริหารการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า ร.ฟ.ท. ได้ส่งหนังสือเลิกจ้างสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ ร.ฟ.ท. (สร.รฟท.) ทั้ง 7 คน ที่หยุดงานโดยไม่ได้รับอนุญาตไปเมื่อวันที่ 13 ส.ค. ซึ่งจะมีผลในอีก 30 วัน โดย ร.ฟ.ท. ถือว่าคดีดังกล่าวสิ้นสุดแล้ว โดยหากรฟท.จะยกเลิกหรือชะลอการเลิกจ้างจะต้องวางเงินจำนวน 15 ล้านบาทให้กับรฟท. เพื่อเป็นการประกันความเสียหายให้กับรฟท.
ในส่วนการอุทธรณ์คดีดังกล่าวนั้น ศาลจะรับพิจารณาอุทธรณ์ต่อเมื่อมีประเด็นใหม่เพิ่มเติม ในแง่ของข้อมูล หลักฐาน เพื่อพิจารณาในการยื่นอุทธรณ์เท่านั้น
สำหรับสร.รฟท.ทั้ง7คน ที่ถูกศาลพิพากษาเลิกจ้างก่อนหน้านี้ ประกอบด้วย 1.นายภิญโญ เรือนเพชร 2.นายบรรจง บุญเนตร์ 3.นายสาวิทย์ แก้วหวาน 4.นายธารา แสวงธรรม 5.นายเหลี่ยม โมกงาน 6.นายสุพิเชฐ สุวรรณชาตรี และ7.นายอรุณ ดีรักชาติ
ด้านนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังการหารือร่วมกับสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ว่า สรส.ได้ขอให้ชะลอการเลิกจ้างกรรมการบริหาร สร.รฟท. จำนวน 7 คน จนกว่าขบวนการดำเนินคดีระหว่าง ร.ฟ.ท. ฝ่ายโจทก์ กับ สร.รฟท.ทั้ง 7 ฝ่ายจำเลยจะถึงที่สุด ซึ่งจะหารือกับผู้บริหาร ร.ฟ.ท. โดยฝ่ายโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันไม่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ในการหาทางปรองดองและระงับข้อขัดแย้งในรัฐวิสาหกิจ และกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของศาลจังหวัดสงขลา
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา ศาลแรงงานกลางได้พิพากษาให้โจทก์เลิกจ้างจำเลยทั้งเจ็ดได้และให้จำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 15 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี นับตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น นอกจากนั้น ยังขอให้รฟท.รับกรรมการสร.รฟท. สาขาหาดใหญ่ทั้ง 6 คน กลับเข้าทำงานด้วย
ทั้งนี้ ตนได้รับเรื่องดังกล่าวไว้และจะไปหารือกับผู้บริหาร รฟท. รวมทั้งพิจารณาคำพิพากษาและข้อกฎหมายว่าจะสามารถดำเนินการตามที่ สรส. เสนอไว้ได้หรือไม่
ที่ผ่านมา สร.รฟท.ก็ปฏิบัติหน้าที่อย่างดี และไม่น่าเกิดปัญหาอย่างเดิมอีกซึ่งส่วนตัวเห็นใจสร.รฟท. และจากการทำงานร่วมกันช่วงที่ผ่านมา พบว่า สร.รฟท.ให้ความร่วมมือกับฝ่ายบริหารเป็นอย่างดี และเชื่อว่าหลังจากนี้สร.รฟท.จะไม่มีการหยุดเดินรถไฟเหมือนที่ผ่านมาอีก ขณะที่ระยะเวลากระบวนการดำเนินคดีจนกว่าจะถึงที่สุดก็น่าจะใช้เวลาประมาณปีเศษเท่านั้น ดังนั้นหากสามารถประนีประนอมกันได้ก็เป็นสิ่งที่ดี
“สิ่งใดที่สามารถอะลุ้มอล่วยกันได้ ก็เป็นสิ่งที่ดีเพื่อให้การทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายบริหารและสหภาพฯ ไม่เกิดปัญหาร้าวฉาน แต่สิ่งที่ทำต้องมีกฎหมายรองรับ ซึ่งปัจจุบันสร.รฟท.ทั้ง 7 คน ยังถือว่าเป็นพนักงานรฟท.” นายสุพจน์ กล่าว







