
กสิกรรุกคุ้มครองเงินฝาก
ออกกองทุนน้องใหม่ขายวันนี้ชูเสี่ยงต่ำ-ลุ้นผลตอบแทนเพิ่ม
ออกกองทุนน้องใหม่ขายวันนี้ชูเสี่ยงต่ำ-ลุ้นผลตอบแทนเพิ่ม
บลจ.กสิกรไทย ส่งกองทุนน้องใหม่ “เค คุ้มครองเงินต้น” อายุ 3 และ 11 เดือน ขานรับกระแสลดวงเงินคุ้มครองเงินฝาก ชูเงินต้นไม่หาย โอกาสได้เพิ่ม
นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า บลจ.กสิกรไทยมีแผนเสนอขายกองทุนเปิดเค คุ้มครองเงินต้น เพื่อเป็นทางเลือกเพิ่มเติมให้ผู้ลงทุนที่ต้องการลดผลกระทบจากการลดวงเงินคุ้มครองเงินฝาก ตลอดจนรองรับความต้องการของผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ แต่ยังต้องการโอกาสรับผลตอบแทนที่น่าสนใจ
บลจ.กสิกรไทยจึงเปิดขายกองทุนเปิดเค คุ้มครองเงินต้นตราสารหนี้ไทย 3 เดือน เอ (KPPTF3MA) และกองทุนเปิดเค คุ้มครองเงินต้นตราสารหนี้ต่างประเทศ 11 เดือน เอ (KPPFF3MA) ในวันที่ 16-22 ส.ค.นี้ โดยทั้งสองกองทุนมีโอกาสรับผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายกองทุนที่ 3.1% ต่อปี และ 3.7% ต่อปี ตามลำดับ คาดว่ารองรับเม็ดเงินได้ 1.5 หมื่นล้านบาท
“กองทุนเปิดเค คุ้มครองเงินต้น มีจุดเด่นที่เหนือกว่ากองทุนตราสารหนี้ประเภทกำหนดอายุโครงการอื่นๆ ของบลจ.กสิกรไทย คือ มีความเสี่ยงต่ำกว่า เนื่องจากกองทุนมุ่งคุ้มครองเงินต้น โดยจะลงทุนในพันธบัตรหรือตราสารภาครัฐและตราสารหนี้ต่างประเทศที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ใน 2 อันดับแรก โดยไม่ลงทุนในตราสารหนี้เอกชนเลย” นายพัชร กล่าว
ทั้งนี้ กองทุนเปิด KPPTF3MA มีขนาดกองทุน 1 หมื่นล้านบาท เน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทย พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทยและเงินฝากธนาคารพาณิชย์
ด้านกองทุนเปิด KPPFF3MA มีขนาดกองทุน 5,000 ล้านบาท มีนโยบายลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลประเทศเกาหลีใต้ พร้อมนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน
สำหรับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ แต่ต้องการโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้นจากการลงทุนในตราสารหนี้ภาคเอกชน บลจ.กสิกรไทยได้เสนอขายกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ 6 เดือน เอซี (KFI6MAC) ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทย ตราสารหนี้ระยะสั้น ICBC สาขาซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เงินฝาก Bank of China สาขาฮ่องกง และเงินฝาก Agricultural Bank of China สาขาฮ่องกง ประมาณการผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายที่ 3.4% ต่อปี
ด้านนายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างเปิดจำหน่ายกองทุนกรุงไทยสมาร์ท อินเวสท์ 6 เดือน 5 (KTSIV6M5) ตั้งแต่วันนี้-19 ส.ค. 2554 ซึ่งเป็นกองทุนประเภท Roll Over ที่เปิดให้นักลงทุนซื้อขายคืนหน่วยลงทุนได้ทุก 6 เดือน คาดว่าผลตอบแทนประมาณ 3.4% ต่อปี
กองทุนจะเน้นลงทุนในตราสารการเงินระยะสั้นของสถาบันการเงินและบริษัทเอกชนในประเทศทั้งหมดที่มีอันดับความน่าเชื่อถือ A ขึ้นไป เช่น ตั๋วแลกเงินของธนาคารนครหลวงไทย ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) ธนาคารเกียรตินาคิน บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ บริษัท ภัทรลิสซิ่ง บริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์
สำหรับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในประเทศยังอยู่ในช่วงรอผลการตัดสินใจของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่จะมีการประชุมเพื่อกำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในกลางสัปดาห์หน้า โดย กนง.แสดงความเห็นในทิศทางที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องจากปัจจุบัน 3.25%
อย่างไรก็ตาม ด้วยตัวแปรทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการดำเนินนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ซึ่งจะแถลงต่อรัฐสภาในสัปดาห์นี้คาดว่าจะมีส่วนสำคัญต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย ทั้งนี้ การคาดการณ์ของตลาดการเงินเริ่มมีมุมมองว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะเป็นลักษณะค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากมีปัจจัยเศรษฐกิจ กระแสการไหลเข้าออกของเงินทุนระหว่างประเทศ การแข็งค่าของเงินบาทเป็นตัวกดดันที่มีบทบาทสำคัญเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากตัวแปรอัตราเงินเฟ้อ







