
ผู้ส่งออกแห่ซื้อบาทล่วงหน้า
ผู้ส่งออกค้าทองแห่ซื้อประกันความเสี่ยงหลังเจอค่าเงินผันผวนหนัก ยอดซื้อฟอร์เวิร์ดพุ่งถึงสิ้นปี
ผู้ส่งออกค้าทองแห่ซื้อประกันความเสี่ยงหลังเจอค่าเงินผันผวนหนัก ยอดซื้อฟอร์เวิร์ดพุ่งถึงสิ้นปี
นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ในช่วง 12 สัปดาห์ที่ผ่านมา ปริมาณการจองสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (Forward Contact) ของลูกค้าธุรกิจกลุ่มนำเข้าส่งออกของธนาคารปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาเหตุหลักมาจากความกังวลต่อทิศทางของค่าเงินบาทที่ผันผวน
นอกจากนี้ เป็นเพราะสัญญาอายุ 3 เดือน 6 เดือน ที่ลูกค้าผู้ส่งออก นำเข้าซื้อเอาไว้ล่วงหน้าบางส่วนเริ่มทยอยหมดอายุลง
“ค่าเงินบาทในปัจจุบันที่ยังแข็งค่าขึ้นไม่มาก ทั้งๆ ที่เงินเหรียญสหรัฐเริ่มอ่อนตัว เป็นผลมาจากแรงเข้าซื้อทองคำที่มีราคาสูงในช่วงนี้ หากราคาทองคำเริ่มลงเงินบาทจะเริ่มแข็งค่าเร็วขึ้น ทำให้กลุ่มผู้ส่งออกเริ่มสั่งซื้อฟอร์เวิร์ดเพื่อลดความเสี่ยงมากขึ้น ด้านผู้นำเข้าเองแม้ว่าจะได้ประโยชน์แต่บางรายที่ต้องการรู้ต้นทุนและผลกำไรที่แน่นอน ก็เริ่มซื้อประกันความเสี่ยงระยะสั้นๆ เพิ่มขึ้น” นายทรงพล กล่าว
นายทรงพล กล่าวว่า จากนี้ไปคาดว่าปริมาณการจองสัญญาซื้อขายเงินล่วงหน้าจะเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจโลกมีความไม่มั่นคงสูง นอกจากนี้ในช่วงครึ่งปีหลังยังเป็นฤดูกาลส่งออก แม้ว่าเงินบาทแข็งอาจกระทบภาคการส่งออก แต่เชื่อว่ากลุ่มสินค้าประเภทอาหารและเกษตร ยางพารา ปลากระป๋อง และสินค้าแปรรูปจะยังเติบโตได้ดี ดังนั้นลูกค้ากลุ่มนี้ จะทำประกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนสูง
“ระยะยาวเงินบาทจะแข็งค่าขึ้น จึงอยากแนะนำให้กลุ่มผู้ส่งออกเพิ่มสัดส่วนการซื้อสัญญาฟอร์เวิร์ดเป็น 50% ของมูลค่าสินค้า จากปัจจุบันมีเพียง 3040% เพื่อให้สามารถคาดเดาต้นทุน ผลกำไร และบริหารความเสี่ยงได้ดีขึ้น” นายทรงพล กล่าว
นายตรรก บุนนาค ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายบริหารการเงิน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ช่วงไตรมาส 3 และ 4 ผู้ส่งออกจะเริ่มทำประกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นตามปริมาณการส่งออกและค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าในระยะยาว จากภาวะเงินทุนไหลเข้าเพื่อมากินส่วนต่างดอกเบี้ย จึงต้องจับตาดูว่าทิศทางดอกเบี้ยในประเทศจะเป็นอย่างไร หากดอกเบี้ยยังขึ้นไม่หยุดก็มีโอกาสที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้องเข้าแทรกแซงค่าเงิน







