
ราคาทองพักสักครู่
ดอกเบี้ยสหรัฐต่ำดันหุ้นทั่วโลกไทยได้บาทแข็ง-การเมืองหนุน
ดอกเบี้ยสหรัฐต่ำดันหุ้นทั่วโลกไทยได้บาทแข็ง-การเมืองหนุน
เฟดทำหุ้นทั่วโลกคึกคัก เตือนอย่าไล่ซื้อ ฟื้นแค่ช่วงสั้น ราคาทองทรงตัว เตือนกองทุนใหญ่เริ่มขายออก
คณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศใช้มาตรการดอกเบี้ยต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ 0-0.25% ต่อไปถึงกลางปี 2556 และเดินหน้าซื้อคืนพันธบัตรที่ครบกำหนดเข้าพอร์ตต่อไป ได้ทำให้ดัชนีหุ้นทั่วโลกพุ่งขึ้น ขณะที่ราคาทองคำขึ้นลงผันผวนหนัก
ด้านตลาดหุ้นไทยเจอแรงขายทำกำไรระหว่างวัน ส่งผลให้ดัชนีแกว่งขึ้นถึง 24 จุด หลังจากเจอทุบเหลือบวก 4.9 จุด แต่สุดท้ายดัชนีบวก 17.67 จุด หรือ 1.69% มาปิดที่ 1,060.21 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 35,299 ล้านบาท
สำหรับนักลงทุนต่างชาติขายน้อยลง จำนวน 1,790 ล้านบาท แต่กลับเข้าไปซื้อตราสารหนี้สูงกว่า 9,316 ล้านบาท และกองทุนในประเทศซื้อมากถึง 47,478 ล้านบาท ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น
มาร์เก็ตติง กล่าวว่า สถานการณ์การลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงยังไว้วางใจไม่ได้ เพราะนักลงทุนต่างชาติยังคงต้องขายหุ้นออกมาเพื่อปรับพอร์ต ขณะที่มาตรการของเฟดก็ไม่ได้ช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัว แต่ดอกเบี้ยที่ต่ำช่วยเรื่องภาระหนี้ของสหรัฐได้
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า หุ้นไทยที่ดีดขึ้นแรงนอกจากเป็นไปตามภาวะตลาดหุ้นทั่วโลกแล้ว ยังเกิดจากค่าเงินบาทแข็งขึ้นอีกด้วย
“ดัชนียืนเหนือ 1,050 จุดได้ ทำให้เชื่อว่าจะปรับตัวสูงขึ้นต่อ โดยมีเป้าหมายที่ 1,072 จุด และ 1,100 จุด ตามลำดับ เพราะการดีดกลับรอบนี้น่าจะต่อเนื่อง ไม่ใช่เป็นการดีดกลับเพียงวันเดียวเพื่อลงต่อ”
นักวิเคราะห์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) เชื่อว่าหุ้นไทยดีดขึ้นนอกจากปัจจัยต่างประเทศแล้ว การเมืองยังชัดเจนขึ้น คาดว่าการดำเนินนโยบายที่ได้หาเสียงไว้จะช่วยหนุนการบริโภคและการลงทุนในประเทศให้ต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นของตลาดอาจเป็นแค่ชั่วคราว เพราะนักลงทุนบางกลุ่มมองว่ามาตรการที่สหรัฐใช้อาจไม่เพียงพอที่จะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัว และปัญหาหนี้สินยุโรปยังคงกดดัน
ด้านการซื้อขายทองคำในตลาดโลก ราคายังคงเคลื่อนไหวผันผวน แกว่งอยู่ระหว่าง 1,740-1,766 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ทรงตัวจากวันก่อน
น.ส.ฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส เปิดเผยว่า ราคาทองคำในตลาดโลกผันผวนอย่างหนัก 50-80 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ เมื่อตลาดรับข่าวผลการประชุมเฟด แต่ท้ายที่สุดกลับมาปิดตัวในระดับใกล้เคียงวันก่อน
ล่าสุด ราคาอยู่ที่ 1,750 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ หรือ 2.48 หมื่นบาทต่อบาททองคำ คิดเป็นเหรียญสหรัฐทรงตัวจากราคาเดิม แต่คิดเป็นบาทราคาลดลงจาก 2.51 หมื่นบาทเมื่อวันก่อน เนื่องจากเงินบาทที่แข็งค่ามาอยู่ที่ 29.83 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จากวันก่อน 29.97 บาท
น.ส.ฐิภา กล่าวว่า ภาพใหญ่ของทองคำยังเป็นขาขึ้น เพราะสถานการณ์ยังคงเดิม เศรษฐกิจสหรัฐยังไม่ฟื้น โดยให้แนวรับไว้ที่ 1,700 เหรียญสหรัฐ และแนวรับต่อไป 1,640 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์
อย่างไรก็ตาม แนะนำให้นักลงทุนระมัดระวังในการซื้อขาย เพราะการขึ้นของทองคำรอบนี้ไม่มั่นคง เป็นการปรับขึ้นอย่างก้าวกระโดด ย่อมมีโอกาสพักฐานบ้าง และมีสัญญาณลบว่ากองทุน SPDR กองทุนอีทีเอฟทองคำรายใหญ่ที่สุดของโลก เพิ่งขายทองคำออกไปเมื่อวันที่ 9 ส.ค. จำนวน 13 ตัน จากวันก่อนซื้อ 20 ตัน







