
บีโอไอเผยยอดลงทุน7เดือนเพิ่ม45.5%
ยอดลงทุน 7 เดือนสดใส มีนักลงทุนยื่นขอส่งเสริมการลงทุน 2.99 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.5% คาดทั้งปีเกินเป้า 4 แสนล้านบาทแน่นอน
ยอดลงทุน 7 เดือนสดใส มีนักลงทุนยื่นขอส่งเสริมการลงทุน 2.99 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.5% คาดทั้งปีเกินเป้า 4 แสนล้านบาทแน่นอน
นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ภาวะการลงทุนในช่วง 7 เดือน (ม.ค.-ก.ค. 2554) มีโครงการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุน ทั้งสิ้น 1,030 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 2.99 แสนล้านบาท โดยจำนวนโครงการ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มี 747 โครงการ หรือเพิ่มขึ้น 37.9% ในขณะที่มูลค่าเงินลงทุนเพิ่มขึ้น 45.5%
ทั้งนี้ การขอรับการส่งเสริมการลงทุนที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงเดือนม.ค. โดยเฉพาะการลงทุนในเดือน ก.ค. เดือนเดียว มีนักลงทุนยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนจำนวนถึง 161 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 5.36 หมื่นล้านบาท สูงที่สุดในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา โดยมีขนาดการลงทุนกระจายทั้งในส่วนของโครงการขนาดกลางและเล็ก จนถึงโครงการขนาดใหญ่ ที่มีมูลค่าเงินลงทุนตั้งแต่ 1,000 ล้านบาท ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนเข้ามามาก เช่น โครงการผลิตเครื่องปรับอากาศ โครงการผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี รวมถึงกิจการขนส่งทางอากาศ กิจการนิคมอุตสาหกรรม เป็นต้น
“เมื่อพิจารณาจากตัวเลขการลงทุนล่าสุด ซึ่งอยู่ที่เกือบ 3 แสนล้านบาท จึงทำให้บีโอไอมั่นใจได้ว่าการลงทุนของไทยปีนี้ จะเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 4 แสนล้านบาทได้ เนื่องจากแนวโน้มความสนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยยังมีการเติบโตไปจนถึงสิ้นปี โดยเฉพาะในช่วงปลายปีซึ่ง บีโอไอ จะมีการจัดงานนิทรรศการใหญ่ บีโอไอแฟร์ 2011 ซึ่งจะยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพและสร้างความเชื่อมั่นในการเป็นฐานการลงทุนของไทยในระดับภูมิภาคได้ยิ่งขึ้น”นางอรรชกา กล่าว
สำหรับกิจการที่มีการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนในช่วง 7 เดือน มีกระจายในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม โดยกิจการที่นักลงทุนให้ความสนใจยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนมากที่สุด ได้แก่ ผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักร และอุปกรณ์ขนส่ง จำนวน 265 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 8.31 หมื่นล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนโครงการและมูลค่าเงินลงทุนเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มี 140 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 2.66 หมื่นล้านบาท
รองมาเป็น กิจการบริการและสาธารณูปโภค จำนวน 222 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 6.15 หมื่นล้านบาท โครงการปรับเพิ่มขึ้นจาก 214 โครงการ ในขณะที่มูลค่าเงินลงทุนปรับลดลงเล็กน้อย
กิจการ เคมี กระดาษ และพลาสติก จำนวน 141 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 4.99 หมื่นล้านบาท จำนวนโครงการและมูลค่าเงินลงทุนเพิ่มขึ้นจาก 93 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 1.62 หมื่นล้านบาท และ กิจการ อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า มีจำนวน 146 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 4.6 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นทั้งจำนวนโครงการและมูลค่าเงินลงทุน จาก 111 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 1.36 หมื่นล้านบาท







