
ยอดธุรกิจเกิดใหม่ก.ค.ลด12%
เงินเฟ้อ-ขึ้นค่าแรงทำธุรกิจเกิดใหม่ก.ค.ลด 12% ทุนหดเฉียด 3 พันล้านบาท ส่วนยอดเลิกกิจการพุ่ง 116% ทุนหาย 5 พันกว่าล้านบาท
เงินเฟ้อ-ขึ้นค่าแรงทำธุรกิจเกิดใหม่ก.ค.ลด 12% ทุนหดเฉียด 3 พันล้านบาท ส่วนยอดเลิกกิจการพุ่ง 116% ทุนหาย 5 พันกว่าล้านบาท
นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ยอดการจัดตั้งนิติบุคคลจดทะเบียนเดือนก.ค. 2554 มีจำนวน 4,746 ราย ลดลง 12% หรือลดลง 687 ราย เทียบกับมิ.ย. 2554 แต่ถ้าเทียบเดือนก.ค.2553 เพิ่มขึ้น 24% หรือเพิ่มขึ้น 921 ราย ส่งผลให้ยอดจัดตั้งนิติบุคคลจดทะเบียนช่วง 7 เดือน (ม.ค.-ก.ค.) 2554 มีจำนวน 3.62 หมื่นราย เพิ่มขึ้น 25% หรือเพิ่มขึ้น 7,300 ราย เทียบกับช่วงเดียวกันปี 2553
ด้านทุนจัดตั้งนิติบุคคลเดือนก.ค. 2554 มีทุนจดทะเบียน 2.29 หมื่นล้านบาท ลดลง 11% หรือลดลง 2,867 ล้านบาท เทียบกับมิ.ย.2554 แต่เพิ่มขึ้น 63% หรือเพิ่ม 8,880 ล้านบาท เทียบกับก.ค. 2553 ส่งผลให้ทุนจดทะเบียนสะสมช่วง 7 เดือน 2554 มีมูลค่า 1.91 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% หรือเพิ่มขึ้น 1,840 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปี 2553
สำหรับยอดจำนวนการเพิ่มทุนจดทะเบียนเดือนก.ค. 2554 มีจำนวน 1,128 ราย ลดลง 5% เทียบกับมิ.ย. 2554 แต่ถ้าเทียบก.ค. 2553 เพิ่มขึ้น 1% ส่วนมูลค่การเพิ่มทุนจดทะเบียนก.ค. 2554 ลดลง 40% หรือลดลง 3.53 หมื่นล้านบาท เทียบกับมิ.ย. 2554 แต่เพิ่มขึ้น 1% เทียบกับก.ค. 2553 ส่งผลให้ช่วง 7 เดือนเพิ่มทุนแล้ว 7.98 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 92% หรือเพิ่มขึ้น 3.82 แสนล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปี 2553
ขณะที่ยอดการจดทะเบียนยกเลิกจัดตั้งนิติบุคลก.ค. 2554 เพิ่มขึ้น 116% เทียบกับก.ค. 2553 หรือเพิ่มขึ้น 571 ราย เมื่อเทียบกับมิ.ย. 2554 เพิ่มขึ้น 15% หรือเพิ่มขึ้น 144 ราย ส่วนทุนจดทะเบียนยกเลิกก.ค. 2554 มีมูลค่า 5,724 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 159% หรือเพิ่มขึ้น 3,516 ราย เทียบกับก.ค. 2553 และเพิ่มขึ้น 3% หรือ 211 ล้านบาท เทียบกับมิ.ย. 2554 ส่งผลให้มีทุนจดทะเบียนยกเลิกสะสมช่วง 7 เดือน 2554 มูลค่า 2.29 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 56% มูลค่า 8,288 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ยอดการจดทะเบียนมีแนวโน้มชะลอตัว คืออัตราเงินเฟ้อภายในประเทศที่ขยายตัวสูงขึ้น โดยเงินเฟ้อขยายตัวในระดับสูงถึง 4% ต่อเนื่อง 4 เดือน อาจทำให้ธุรกิจชะลอการตัดสินใจจัดตั้งธุรกิจและชะลอการลงทุนเพิ่มได้ ประกอบกับการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเชิงนโยบายจาก 3% เป็น 3.25% ส่งผลต่อต้นทุนการประกอบธุรกิจสูงขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นผลจากความไม่แน่ใจในนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ โดยเฉพาะการปรับขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำ 300 บาท/วัน และการปรับขึ้นเงินเดือนขั้นต่ำ 1.5 หมื่นบาท/เดือน ซึ่งต้องรอความชัดเจนในการแถลงนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ต่อสภาฯ







