
ชงครม.ใหม่เลิกสัญญาสัมปทาน3ค่ายมือถือ
ไอซีทีเสนอครม.ใหม่ยกเลิกสัญญาสัมปทาน 3 ค่ายมือถือ ยืนยันไม่กระทบลูกค้า 70 ล้านราย
ไอซีทีเสนอครม.ใหม่ยกเลิกสัญญาสัมปทาน 3 ค่ายมือถือ ยืนยันไม่กระทบลูกค้า 70 ล้านราย
รายงานข่าวจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที เปิดเผยว่า มีความเป็นไปด้สูงมากที่จะยกเลิกสัญญาสัมปทานของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 3 ราย คือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค และ ทรูมูฟ ที่แก้ไขโดยไม่ผ่านคณะกรรมการมาตรา 22 และ 13 ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมหรือดำเนินงานในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 หรือ พ.ร.บ.ร่วมทุน และเตรียมนำเสนอให้ครม.ชุดใหม่พิจารณา
ที่ผ่านมา ครม.ชุดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้มีมติให้ไอซีทีไปเจรจากับผู้ให้บริการมือถือทุกรายที่แก้ไขสัญญาโดยไม่ผ่าน พ.ร.บ.ร่วมทุนและสร้างความเสียหายรวมกันกว่า 1 แสนล้านบาท แต่หลังจากการเจรจาไม่สำเร็จ คณะกรรมการเจรจาชุดนี้จึงได้ข้อสรุปว่าให้ยกเลิกหรือเพิกถอนสัญญาที่ไม่ถูกต้อง
นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดไอซีที ในฐานะประธานคณะกรรมการเจรจาค่าเสียหายที่เกิดจากการแก้ไขสัญญาโทรศัพท์เคลื่อนที่ กล่าวว่า ได้ให้กสท โทรคมนาคม และทีโอทีเตรียมแผนรองรับหากมติครม.ให้ยกเลิกเพิกถอนสัญญาว่าจะทำอย่างไร ซึ่งยืนยันว่าการยกเลิกเพิกถอนสัญญาดังกล่าว จะไม่มีผลกระทบกับประชาชนที่ใช้บริการโทรศัพท์มือถือที่มีอยู่เกือบ 70 ล้านรายในขณะนี้อย่างแน่นอน
ทั้งนี้ เพราะได้ปรึกษากับรักษาการคณะกรรมการกิจการโทรทัศน์ กิจการกระจายเสียง และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. แล้ว ซึ่งทาง กสทช. แจ้งว่า มีประกาศคุ้มครองผู้บริโภค ที่กำหนดให้ผู้ให้บริการจะต้องดูแลลูกค้าอย่างน้อย 1 ปี ในระหว่างที่เกิดการเปลี่ยนแปลงสัญญาให้บริการ และหากเอกชนไม่ยอมรับการยกเลิกเพิกถอนสัญญา ก็สามารถฟ้องร้องต่อศาลปกครองเพื่อให้ศาลชี้ขาดได้
ไข้อเสนอที่คู่สัญญาได้เสนอมาเพื่อชดใช้ค่าเสียหาย ก็กลายเป็นการเปลี่ยนสัญญาสัมปทานเป็นใบอนุญาต หรือการแปลงค่าเสียหายเป็นการถือหุ้นในคู่สัมปทานตามสัดส่วนของมูลค่าความเสียหาย ซึ่งเป็นแนวทางที่ไม่สามารถเป็นไปได้เพราะอยู่นอกเหนืออำนาจของคณะกรรมการเจรจา"นางจีราวรรณ กล่าว
สำหรับการแก้ไขสัญญาที่ผ่านมาสร้างมูลค่าความเสียหายรวมกันกว่า 1 แสนล้านบาท คือ การปรับลดส่วนแบ่งบริการเติมเงิน หรือ พรีเพด ของเอไอเอสจาก 25% เหลือ 20% และหักส่วนแบ่งรายได้เป็นภาษีสรรพสามิต มูลค่า7.6 หมื่นล้านบาท การขอขยายระยะสัญญาจากเดิม 15 ปี เป็น 22 ปี และ 22 ปี เป็น 27 ปี ของดีแทคมูลค่า2.2 หมื่น ล้านบาท และ ทรูมูฟ มูลค่า 8,208 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ทีโอที และ กสทฯ ได้ขอเข้าไปถือหุ้นในคู่สัญญาสัมปทานแทนการชดเชยมูลค่าความเสียหาย แต่เอกชนไม่ยอมรับว่าการแก้ไขสัญญาทำให้เกิดความเสียหาย เนื่องจากได้รับความเห็นชอบจากผู้ที่เกี่ยวข้องในตอนนั้น







