posttoday
58โบรกอาเซียนนัดพบภูเก็ต

58โบรกอาเซียนนัดพบภูเก็ต

29 กรกฎาคม 2554

เจรจาจับคู่รับ‘อาเซียนลิงเกจ’กิมเอ็งกำไรโตเอเซียพลัสแผ่ว

เจรจาจับคู่รับ‘อาเซียนลิงเกจ’กิมเอ็งกำไรโตเอเซียพลัสแผ่ว

โบรกเกอร์ไทยและในอาเซียนรวม 58 แห่ง นัดพบที่ภูเก็ตปลายสัปดาห์นี้ หาคู่รองรับอาเซียนลิงเกจ

นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 28-29 ก.ค.นี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดงานเรื่องความร่วมมือระหว่างตลาดหุ้นในอาเซียน รวมถึงการเชื่อมเครือข่ายระหว่างกัน โดยมีผู้บริหารของตลาดหลักทรัพย์ในอาเซียน พร้อมตัวแทนโบรกเกอร์ไทยและในอาเซียนได้ตอบรับเข้าร่วมงานรวมกัน 58 แห่ง เป็นโบรกเกอร์ของไทย 22 แห่ง โบรกเกอร์ในอาเซียน 36 แห่ง

โบรกเกอร์ในอาเซียนที่ตอบรับร่วมงาน ประกอบด้วย สิงคโปร์ 6 แห่ง มาเลเซีย 17 แห่ง ฟิลิปปินส์ 8 แห่ง และเวียดนาม 5 แห่ง ซึ่งจำนวนโบรกเกอร์สิงคโปร์เข้าร่วมอาจน้อย เนื่องจากได้เข้ามาทำธุรกิจในไทยเกือบทั้งหมด และมีความคุ้นเคยใกล้ชิดกับตลาดหุ้นไทยอยู่แล้ว

สำหรับรายละเอียดของงานในวันแรกนั้น จะเป็นการให้ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แต่ละแห่ง ว่ามีขนาดตลาดเท่าไหร่ และมีสินค้าอะไรบ้าง รวมถึงจะมีการหารือกันถึงระบบไอทีที่จะนำมาใช้รองรับอาเซียนลิงเกจด้วย

วันที่ 2 ของการจัดงาน จึงจะเปิดโอกาสให้โบรกเกอร์ทั้งหมดได้ทำความรู้จักกัน และสามารถขอนัดคุยตัวต่อตัวได้

“เป็นการทำความรู้จักเบื้องต้นว่า โบรกเกอร์ที่ต้องการร่วมงานด้วยนั้นมีระบบงานรองรับเพียงพอหรือไม่อย่างไร มีบุคลากรเพียงพอ หรือมีบทวิเคราะห์ครอบคลุมหุ้นหรือไม่อย่างไร หากเป็นที่พอใจค่อยไปติดต่อด้านธุรกิจในภายหลัง งานนี้เพียงแนะนำให้รู้จักกัน” นายกสมาคม บล. กล่าว

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ทางตลาดหลักทรัพย์ไม่ได้มีข้อจำกัดของความร่วมมือ โดยโบรกเกอร์แต่ละแห่งสามารถจับคู่ได้มากกว่า 1 แห่งอยู่แล้ว

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กิมเอ็ง (ประเทศไทย) หรือ KEST แจ้งผลประกอบการไตรมาส 2 ของปีนี้ มีกำไรสุทธิ 185.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.37% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 138 ล้านบาท

บริษัทมีรายได้จากค่านายหน้า 619 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% เป็นผลจากมูลค่าซื้อขายรวมของตลาดหุ้นที่เพิ่มขึ้นจาก 2.3 หมื่นล้านบาทต่อวัน มาอยู่ที่ 3.03 หมื่นล้านบาทต่อวัน ทำให้ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของบริษัทเพิ่มขึ้นจาก 5,072 ล้านบาท เป็น 6,296 ล้านบาท

นอกจากนี้ รายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลก็เพิ่มขึ้น 132% เป็น 46 ล้านบาท และรายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ (มาร์จิน) เพิ่มขึ้น 89% เป็น 61 ล้านบาท

บล.เอเซีย พลัส (ASP) มีกำไรสุทธิเพียง 111.64 ล้านบาท หรือเท่ากับ 0.05 บาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนจำนวน 9.42% ทั้งนี้ยังไม่รวมขาดทุนจากการวัดมูลค่าเงินลงทุนเผื่อขายจำนวน 44 ล้านบาท

สำหรับผลงานรวมครึ่งแรกปีนี้กำไรสุทธิกลับเพิ่มขึ้นถึง 29.15% หรือ 0.14 บาทต่อหุ้น

 

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร