
ค่ายรถทุ่มผุดโชว์รูม-ศูนย์บริการ
ฮอนด้าเพิ่ม43แห่งรับตลาดโตยูมาฯเล็งเท300ล้านรับรถหรู
ฮอนด้าเพิ่ม43แห่งรับตลาดโตยูมาฯเล็งเท300ล้านรับรถหรู
ฮอนด้าเดินหน้าขยายโชว์รูม 43 แห่ง รับตลาดรถยนต์โต ด้านยูมาทุ่ม 300-400 ล้าน รับลูกค้ารถหรูขยายตัว
นายอาซึชิ ฟูจิโมโตะ ประธานบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า บริษัทได้แต่งตั้งผู้แทนจำหน่ายใหม่ 43 รายในหัวเมืองหลักทั่วประเทศ ซึ่งจะทำให้ฮอนด้ามีผู้แทนจำหน่ายเพิ่มเป็น 194 แห่ง เพื่อรองรับตลาดรถยนต์ที่คาดว่าจะยังเติบโต และรองรับการให้บริการหลังการขายกับรถยนต์ฮอนด้าในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 2.6 ล้านคันภายใน 23 ปีข้างหน้า
จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องขยายโชว์รูมและศูนย์บริการเพื่อรองรับ
“โชว์รูมที่ออกแบบใหม่ของฮอนด้า มีพื้นที่ตั้งแต่ 2,400-5,600 ตารางเมตร ใช้งบประมาณตั้งแต่ 30-200 ล้านบาท ซึ่งการลงทุนขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายครั้งนี้ คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,700 ล้านบาท” นายฟูจิโมโตะ กล่าว
การขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายของฮอนด้าจะเน้นพื้นที่ชานเมืองของกรุงเทพฯ จ.นนทบุรี สมุทรปราการ ขอนแก่น เชียงใหม่ หาดใหญ่ และภูเก็ต และจะส่งช่างเทคนิคกว่า 600 คน ไปประจำโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่เหล่านี้ในอนาคต
ขณะเดียวกันฮอนด้ายังเตรียมพร้อมรับการเติบโตของผู้จำหน่าย ด้วยโรงงานผลิตระดับโลก 2 แห่งใน จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีกำลังผลิตรวมกัน 2.4 แสนคันต่อปี โดยปัจจุบันประกอบและผลิตรถยนต์ 5 รุ่น ได้แก่ ฮอนด้าแจ๊ซ ซิตี้ ซีอาร์วี แอคคอร์ด และบริโอ้
ด้านนายกฤษณยศ บูรณะสัมฤทธิ กรรมการบริหารบริษัท ยูมา มอเตอร์ส เปิดเผยว่า เตรียมทุ่มงบ 300-400 ล้านบาท เพื่อขยายโชว์รูมและศูนย์บริการเพิ่มอีกอย่างละ 1 แห่ง ในปี 2555 โดยอยู่ระหว่างการหาสถานที่ที่เหมาะสม
ดังนั้น ในส่วนของโชว์รูมคาดว่าจะอยู่ที่ย่านรามอินทรา หรือบางนา ใช้งบราว 100 ล้านบาท และศูนย์บริการขนาด 30 ช่องซ่อม จะอยู่ที่พระราม 3 หรือพระราม 9 คาดจะใช้งบสูงถึง 200-300 ล้านบาท
ขณะที่แผนการตลาดในปีนี้จะเดินหน้าการทำตลาดชุดแต่งทั้ง 3 ยี่ห้ออย่างเป็นทางการ ทั้งบราบัส วิสแมน และไนน์เอฟเอฟ โดยจะเริ่มนำเข้าสินค้ามาเปิดตัวพร้อมจำหน่าย ในงานมหกรรมยานยนต์ปลายปีนี้ คาดว่าจะมียอดขายรวมทั้ง 3 ยี่ห้อราว 50 คัน และจะใช้งบการทำตลาดทั้งปี 50 ล้านบาท อาทิ การจัดโรดโชว์กว่า 10 ครั้ง การเข้าร่วมงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป เป็นต้น
“ โดยเน้นไปที่การทำตลาดสินค้าที่แตกต่างจากผู้นำเข้าอิสระรายอื่นเป็นหลัก
“”ปีนี้เราประเมินว่าจะมียอดจำหน่ายรวม 250 คัน คิดเป็นมูลค่า 1,800 ล้านบาท ไม่รวมรายได้จากการให้บริการ ซึ่งเติบโตน่าพอใจเมื่อเทียบกับรายได้ 1,200 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา” นายกฤษณยศ กล่าว







