posttoday
ขันนอตต้นทุนพลังงานเพื่อนช่วยเพื่อนแข่งระดับโลก

ขันนอตต้นทุนพลังงานเพื่อนช่วยเพื่อนแข่งระดับโลก

19 กรกฎาคม 2554

จากสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

จากสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมต่างพุ่งความสนใจไปยังการหาพลังงานทดแทน การใช้ให้มีประสิทธิภาพ ล่าสุดคณะกรรมการพลังงานหอการค้าไทย ร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านอนุรักษ์พลังงาน จัดทำโครงการอนุรักษ์พลังงานสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) เปิดโอกาสให้สมาชิกหอการค้าที่มีประสบการณ์ ความรู้ด้านอนุรักษ์พลังงาน ทำ “โครงการประหยัดพลังงานแบบเพื่อนช่วยเพื่อน”

สนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ กล่าวในฐานะประธานกรรมการพลังงานหอการค้าไทย ว่า แนวคิดโครงการประหยัดพลังงานแบบเพื่อนช่วยเพื่อน (Energy Saving Alliance) เกิดขึ้น เนื่องจากเห็นความสำคัญของการใช้พลังงาน ในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ในประเทศไทย จากปัจจุบันหอการค้าไทยมีสมาชิกทั่วประเทศ 2.6 หมื่นราย แบ่งเป็นเอสเอ็มอี 85% ซึ่งจากการสำรวจพบว่ามีเอสเอ็มอีกว่า 71% ที่ยังไม่เข้าใจเรื่องการอนุรักษ์พลังงาน แต่มีถึง 80% สนใจอยากทำเรื่องดังกล่าว

ปัจจุบันมีผู้ประกอบการอุตสาหกรรมรายใหญ่ประเภทต่างๆ ซึ่งดำเนินการประหยัดพลังงานก่อนหน้านี้ ยินดีจะช่วยเหลือเอสเอ็มอีให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยแบ่งออกเป็น 4 ภาคอุตสาหกรรมหลัก คือ กลุ่มเกษตร แปรรูปสินค้าเกษตร และอุตสาห กรรมต่อเนื่อง อุตสาหกรรมอาหารและประมง เช่น แช่เยือกแข็ง ปลาป่น ธุรกิจบริการ เช่น โรงแรม โรงพยาบาล โรงภาพยนตร์ อุตสาหกรรม เช่น โรงงานผลิตสินค้าต่างๆ

ขันนอตต้นทุนพลังงานเพื่อนช่วยเพื่อนแข่งระดับโลก

สำหรับโครงการฯ จะเริ่มดำเนินการ(คิก ออฟ)พร้อมจัดส่งบุคคลากรด้านต่างๆอาทิ วิศวกร ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงไปปฏิบัติงานเพื่อวางแผนการประหยัดพลังงานในภาพรวมขององค์กรหรือโรงงาน ได้ในเดือนส.ค.นี้ โดยวางเป้าโครงการฯเบื้องต้นไม่เกิน 100 โรงงาน คาดเริ่มเห็นผลภายใน 6เดือนแรก ซึ่งหากผู้ประกอบการเอสเอ็มอี รายใดที่ประสบผลสำเร็จจากโครงการฯ ก็จะต้องดำเนินการถ่ายทอดให้กับเอสเอ็มอี หรือ ผู้ประกอบการรายอื่นๆต่อไปด้วย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของกิจกรรมเพื่อมีส่วนช่วยเหลือสังคม(ซีเอสอาร์) ที่ตอบแทนซึ่งกันและกันอีกทางหนึ่งด้วย

ขณะเดียวกันสิ่งนี้ยังเป็นปัจจัยบวกสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจในเซ็กเตอร์ต่างๆ ในการเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันธุรกิจ หลังเปิดสู่การค้าเสรีสมบูรณ์แบบทั้งพหุภาคีและทวิภาคี ซึ่งเป็นส่วนสำคัญมากที่หอการค้าต้องผลักดันและเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในเวทีการค้าโลก เห็นได้ชัดจากบริษัท ศรีไทยฯ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการในอุตสาห กรรมพลาสติก ที่ดำเนินกิจกรรมประหยัดพลังงานมาต่อเนื่องและส่งผลต่อต้นทุนการประหยัดพลังงานได้มากกว่า 40 ล้านบาทต่อปี ซึ่งหมายถึงต้นทุนการผลิตในภาพรวมที่ลดลง ขณะที่มีประสิทธิภาพในการผลิตเต็มที่ โดยไม่ต้องปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบในด้านการทำตลาดในการค้าโลกน

ศิรินา โชควัฒนา ปวโรฬารวิทยา ประธานกรรมการ บริษัท บูติคนิวซิตี้ ผู้ดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมแฟชั่นเครื่องแต่งกายในเครือสหพัฒน์ กล่าวว่า บริษัทเตรียมทำตลาดเครื่องแต่งกายแฟชั่นที่ผ่านกระบวนการผลิตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรืออีโคแฟบริก ยี่ห้ออัลโดโฟ โดมิงกัซ (Adolfo Dominguze) จากประเทศสเปน ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของบริษัท ที่ให้ความสำคัญกับกระบวนการประหยัดพลังงานในการผลิตสินค้าเครื่องแต่งกายมา 4-5 ปี เริ่มตั้งแต่บุคลากรภายในการวางผัง ระบบการเลือกใช้หลอดไฟ ตลอดจนกระบวนการคัดเลือกวัตุดิบเพื่อการตัดเย็บเครื่องแต่งกายต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ “กรีน คอนเซิร์น” ซึ่งบริษัทยังเตรียมแผนติดตั้งหลอดไฟแอลอีดี เพื่อช่วยการประหยัดพลังงานไฟฟ้าในร้านค้า (ช็อปแบรนด์) ทั้งหมดด้วย

“อย่างไรก็ตาม แนวคิดทั้งหมดการประหยัดพลังงานเพื่อลดต้นทุนในภาคการผลิต จะเห็นผลได้ในภาพรวมนั้นจะต้องเริ่มจากทั้งระบบหรือซัพพลายเชน ที่จะต้องไปพร้อมกันด้วย” ศิรินา กล่าว

กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการ บริษัท โตซิบาไทยแลนด์ ผู้ผลิตและทำตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าและไอทีแบรนด์โตชิบา กล่าวว่า บริษัทได้ดำเนินกิจกรรมการประหยัดพลังงานภายในภาคการผลิตอย่างต่อเนื่องหลายปีที่ผ่านมา แม้เบื้องต้นจะใช้งบดำเนินการค่อนข้างสูง แต่ผลตอบรับที่ได้เป็นที่น่าพอใจจากการสร้างความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจบริษัทได้ในระยะยาว ผ่านตัวผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของบริษัท ทั้งการออกแบบสินค้านวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือการเลือกใช้วัสดุในการผลิต เป็นต้น ซึ่งในส่วนของบริษัทจะนำประสบการณ์ต่างๆ จากการดำเนินการภายใน นำไปถ่ายทอดให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอื่นๆ ได้มีส่วนร่วมในการประหยัดพลังงานร่วมกัน

นายรังสรรค์ อัฐมโนลาภ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการด้านการใช้ฟ้าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) กล่าวว่าความร่วมมือในโครงการฯนำร่องดังกล่าว กฟผ.จะใช้ประสบการณ์ด้านต่างๆมาถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้ประกอบการเพื่อพัฒนาและเสริมความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะในภาคเอสเอ็มอี จากปัจจุบันการผลิตไฟฟ้า 1 หน่วย(ยูนิต) จะต้องลดคาร์บอนไดออกไซด์(CO2) ได้.55 กรัม เป็นต้น ซึ่งกฟผ.จะ ร่วมกับหอกการค้าไทยในการร่วมตรวตการใช้พลังงานให้เป็นไปตามาตรฐานหรือมีดัชนีวัดด้านต่างๆ อาทิ ไฟฟ้าจะต้องไม่ดับ, กระบวนการผลิตต่างๆจะต้องเดินสายการผลิตไดเตามปกติ, อุปกรณ์มีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ในส่วนของบุคคลากรภายในองค์กร จะต้องพฤติกรรมการประหยัดพลังงานร่วมกัน ซึ่งระบบงานบางส่วนสามารถลดการใช้พลังงานได้ไม่ต่ำกว่า 20-30% ซึ่งจากการสำรวจพบว่าการประหยัดพลังงานมีผลโดยตรงและเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุกหลักในการผลิตสินค้า และในภาคบริการด้วย ที่จะเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขันระยะยาวของผู้ประกอบการไทย ซึ่งกฟผ.ได้เริ่มรณรงค์แคมเปญการประหยัดไฟฟ้าเบอร์5 มาตั้งแต่ปี2536 ถึงปัจจุบันสามารถลดการใช้ไฟฟ้าได้ถึง 2,100 เมกะวัตต์ และลดค่าCO2 ได้ 7.7 ล้านตัน เทียบกับการสร้างโรงงานไฟฟ้าหนึ่งแห่งใช้พลังงานราว 700 เมกะวัตต์ หรือมูลค่ากว่า 3.5หมื่นล้านบาท


 

 

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่