posttoday
โยกผู้ว่าฯ ภูเก็ตสายฟ้าแลบ เขย่าเกมอำนาจ-ทุนเทา พื้นที่เศรษฐกิจใหญ่

โยกผู้ว่าฯ ภูเก็ตสายฟ้าแลบ เขย่าเกมอำนาจ-ทุนเทา พื้นที่เศรษฐกิจใหญ่

18 มิถุนายน 2569

โยกผู้ว่าฯ ภูเก็ตสายฟ้าแลบ สะท้อนเกมอำนาจการเมืองและผลประโยชน์ในพื้นที่เศรษฐกิจใหญ่ ท้าทายนโยบายปราบมาเฟีย-ทุนเทาของรัฐบาล

KEY

POINTS

  • คำสั่งย้ายผู้ว่าฯ ภูเก็ตเกิดขึ้นรวดเร็วผิดปกติ จนถูกตั้งคำถามว่ามีการเตรียมการล่วงหน้า
  • ภูเก็ตเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจและการเมือง ทำให้การโยกย้ายถูกมองว่าเกี่ยวพันเกมอำนาจ
  • นโยบายปราบมาเฟียและทุนเทาอาจกระทบกลุ่มผลประโยชน์ จนนำไปสู่แรงต้านและการย้ายผู้ว่าฯ

โยกผู้ว่าฯ ภูเก็ตสายฟ้าแลบ สะท้อนเกมอำนาจ-ผลประโยชน์ในพื้นที่เศรษฐกิจใหญ่

กรณีการโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตและรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตอย่างรวดเร็ว กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตาในทางการเมืองและระบบราชการ นายศักดา นพสิทธิ์ นักวิเคราะห์การเมือง มองว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงความขัดแย้งภายในทีมบริหารจังหวัด แต่สะท้อนความซับซ้อนของโครงสร้างอำนาจ การเมือง และผลประโยชน์ในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของประเทศ

คำสั่งย้ายที่รวดเร็วผิดปกติ

ประเด็นที่ถูกตั้งคำถามมากที่สุด คือความรวดเร็วของคำสั่งโยกย้าย โดยก่อนหน้านั้นเพียงหนึ่งวัน ในที่ประชุมกระทรวงมหาดไทย นายกฯอนุทิน ได้กล่าวในเชิงปกป้องนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต หรือ “ผู้ว่าฯ เซมเบ้” ว่า รองผู้ว่าฯ จะมาขู่ย้ายผู้ว่าฯ ได้อย่างไร

แต่ในเช้าวันถัดมา กลับมีมติคณะรัฐมนตรีโยกย้ายผู้ว่าฯ ภูเก็ตไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทยทันที ทำให้เกิดข้อสังเกตว่า กระบวนการดังกล่าวอาจถูกเตรียมการไว้ล่วงหน้า เพราะการโยกย้ายข้าราชการระดับสูง โดยเฉพาะระดับ 10 ตามปกติมีขั้นตอนซับซ้อนและต้องใช้เวลา

ความรวดเร็วของคำสั่งครั้งนี้จึงถูกเปรียบเปรยว่าเป็นลักษณะ “สั่งวันนี้ เสร็จเมื่อวาน” และกลายเป็นคำถามสำคัญว่าใครคือผู้มีอำนาจผลักดันคำสั่งดังกล่าว 

เกมอำนาจการเมืองและการชิงพื้นที่ยุทธศาสตร์

ภูเก็ตเป็นจังหวัดเศรษฐกิจขนาดใหญ่ และเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางการเมืองที่หลายพรรคให้ความสำคัญ โดยเฉพาะในการเลือกตั้งครั้งหน้า จึงมีการวิเคราะห์ว่าเหตุการณ์นี้อาจเกี่ยวข้องกับการช่วงชิงอำนาจระหว่างกลุ่มการเมืองต่างขั้ว

ในมุมหนึ่ง ผู้ว่าฯ เซมเบ้ถูกมองว่าใกล้ชิดกับขั้วการเมือง “สีแดง” ขณะที่รองผู้ว่าฯ บางคนถูกมองว่ามีแรงสนับสนุนจากขั้ว “สีน้ำเงิน” หรือกลุ่มอำนาจในกระทรวงมหาดไทย

นอกจากนี้ ยังมีการมองว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการวัดพลังระหว่างกลุ่มอำนาจภายในกระทรวงมหาดไทย และสะท้อนให้เห็นว่าอำนาจตัดสินใจในกระทรวงไม่ได้รวมศูนย์อยู่ที่จุดเดียว แต่มีหลายกลุ่มอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้อง

 

ศักดา นพสิทธิ์

 

ผลประโยชน์ในพื้นที่และแรงต้านต่อ “ภูเก็ตโมเดล”

อีกประเด็นสำคัญคือการขับเคลื่อน “ภูเก็ตโมเดล” ซึ่งเป็นแนวทางจัดระเบียบพื้นที่ ปราบปรามกลุ่มมาเฟีย ทุนเทา การบุกรุกที่สาธารณะ รวมถึงการตรวจสอบการออกใบอนุญาตโรงแรมและสถานบันเทิง

มาตรการดังกล่าวถูกมองว่าอาจกระทบต่อผลประโยชน์ของกลุ่มอิทธิพลในพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว โรงแรม สถานบันเทิง และการใช้ประโยชน์ที่ดิน

เมื่อการบังคับใช้กฎหมายเริ่มแตะ“หม้อข้าว”ของกลุ่มผลประโยชน์ จึงอาจเกิดแรงต้านกลับมายังฝ่ายปกครองจังหวัด และนำไปสู่ความขัดแย้งภายในทีมบริหารจังหวัดระหว่างผู้ว่าฯ กับรองผู้ว่าฯ บางคนที่อยู่ในพื้นที่มายาวนาน

คำถามเรื่องธรรมาภิบาลและอำนาจนอกระบบ

คำสั่งโยกย้ายครั้งนี้ยังถูกตั้งคำถามเรื่องหลักธรรมาภิบาล เนื่องจากมีการย้ายผู้ว่าฯ และทีมงานรวมหลายราย โดยยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างชัดเจนว่าใครผิดหรือใครถูก

ผลที่เกิดขึ้นคือผู้ที่ผลักดันนโยบายจัดระเบียบและปราบปรามกลุ่มอิทธิพลกลับถูกย้ายออกจากพื้นที่ ขณะที่ปัญหาเชิงโครงสร้างยังไม่ได้รับคำตอบ

นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวถึงตัวละครเบื้องหลังในอักษรย่อ “ผอ. ห.” ซึ่งถูกระบุว่าเป็นผู้มีบทบาทในเครือข่ายธุรกิจฝั่งอันดามัน และมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับแกนนำพรรคการเมืองใหญ่ ทำให้ประเด็นนี้ยิ่งขยายไปสู่คำถามเรื่อง “อำนาจนอกระบบ” ที่อาจมีอิทธิพลต่อการบริหารราชการแผ่นดิน

การโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องความขัดแย้งภายในจังหวัด แต่เป็นภาพสะท้อนของความสัมพันธ์ระหว่างระบบราชการ การเมือง และกลุ่มผลประโยชน์ในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ

บทสรุป

กรณีนี้ยังทำให้เกิดคำถามว่า นโยบายปราบปรามมาเฟียและทุนเทาของรัฐบาลจะเดินหน้าต่อได้จริงเพียงใด หากเจ้าหน้าที่ที่ขับเคลื่อนนโยบายกลับต้องเผชิญแรงกดดันจากกลุ่มอำนาจในพื้นที่และเครือข่ายการเมือง

ท้ายที่สุด เหตุการณ์นี้อาจกลายเป็นบททดสอบสำคัญของรัฐบาลว่า จะยืนอยู่ข้างหลักธรรมาภิบาลและการบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา หรือปล่อยให้ระบบราชการถูกใช้เป็นเครื่องมือในเกมอำนาจและผลประโยชน์ทางการเมือง

แหล่งที่มาประกอบเนื้อหา : รายการคมชัดลึก (คลิก)
 

ข่าวล่าสุด

EV โตไม่หยุด แต่ธุรกิจประกันภัยรับศึกหนักจากค่าซ่อม-แบตเตอรี่!

EV โตไม่หยุด แต่ธุรกิจประกันภัยรับศึกหนักจากค่าซ่อม-แบตเตอรี่!