
AI กับการดูแลผู้สูงอายุ สู่เทคโนโลยีช่วยดูแลผู้สูงวัย
เมื่อสังคมสูงวัยขยายตัว AI กำลังก้าวสู่บทบาทผู้ช่วยดูแลผู้สูงอายุ ทั้งลดความเหงา กระตุ้นสมอง และติดตามสุขภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตในระยะยาว
สังคมสูงวัย นับเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตกในหลายประเทศ จริงอยู่ที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นมาทดแทนแรงงาน แก้ปัญหาการขาดแคลนวัยทำงานที่ทวีความรุนแรง แต่กลุ่มผู้สูงวัยที่ไม่ได้อยู่ในตลาดแรงงานเองก็ต้องการความดูแลเอาใจใส่ เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
วันนี้เราจึงมาดูเทคโนโลยี AI ที่ช่วยดูแลและแก้ไขปัญหาให้แก่ผู้สูงอายุกันเสียหน่อย
หุ่นยนต์กระต่ายที่ช่วยบำบัดผู้ป่วยสมองเสื่อม
ผลงานนี้เป็นของห้องวิจัยหุ่นยนต์แห่ง Universidad Carlos III de Madrid (UC3M) จากสเปน กับการพัฒนา Mia หุ่นยนต์รูปร่างกระต่าย โดดเด่นในคุณสมบัติการจดจำเสียงของคู่สนทนา พูดคุยเพื่อผ่อนคลายจิตใจ เพื่อช่วยในการบำบัดอารมณ์ให้แก่ผู้ป่วยสมองเสื่อมลดอาการวิตกกังวล
จุดเด่นสำคัญของ Mia อยู่ที่ไม่จำเป็นต้องตั้งค่าหรือติดตั้งใดๆ เพียงเริ่มการสนทนาตัวหุ่นจะเริ่มบันทึกรูปแบบเนื้อหาเสียงเพื่อจดจำแล้วสร้างโปรไฟล์ผู้ใช้ของผู้ใช้งานอัตโนมัติ ทำให้สามารถจดจำคู่สนทนาและเนื้อหาการพูดคุยที่ผ่านมา จากนั้นจึงทำการวิเคราะห์สภาพอารมณ์เพื่อปรับเนื้อหาที่พูดคุยให้เหมาะกับช่วงเวลานั้นๆ
เมื่อตรวจพบว่าคู่สนทนาหรือผู้ใช้งานที่คุยด้วยกำลังกระวนกระวายใจหรือวิตกกังวล ตัวหุ่นจะเริ่มโน้มน้าวชักนำการสนทนาให้ไปในทิศทางปลอบประโลมและผ่อนคลายโดยอัตโนมัติเพื่อลดผลกระทบ สามารถพูดคุยตอบโต้เรื่องราวในชีวิตประจำวัน เพื่อกระตุ้นการทำงานของสมองของผู้สูงอายุที่จำเป็นอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ป่วยสมองเสื่อม
จุดเด่นสำคัญของ Mia อยู่ที่ตัวระบบไม่ได้มีการติดตั้งกล้อง อาศัยเพียงข้อมูลเสียงจึงไม่มีการเก็บข้อมูลเกินจำเป็นจนเสี่ยงต่อการรั่วไหล นอกจากนี้ยังอาศัยการประมวลผลภายในอย่างสมบูรณ์ ไม่มีการส่งเนื้อหาออกสู่คลาวด์หรือระบบภายนอกใดๆ จึงแน่ใจได้ว่าข้อมูลของผู้ใช้งานจะปลอดภัย
Mia ถูกออกแบบให้เป็นหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง ที่ช่วยลดความเครียด วิตกกังวล ตลอดจนกระวนกระวายของคู่สนทนา พร้อมการพูดคุยที่ลื่นไหลเพื่อกระตุ้นการทำงานสมอง ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้ป่วยสมองเสื่อม ที่อาจประสบภาวะสับสนและขาดคนโดดเดี่ยวจนอาการทรุดลง
นี่จึงถือเป็นหุ่นยนต์ที่จะช่วยบรรเทาความโดดเดี่ยวของผู้ป่วยและภาระของผู้ดูแลไปพร้อมกัน
ตุ๊กตา AI ที่ช่วยผู้สูงวัยรับมือความเหงา
ผลงานนี้เป็นของ Hyodol Co., Ltd. บริษัทแพลตฟอร์ม AI ด้านอุปกรณ์อัจฉริยะและการดูแลสุขภาพจากเกาหลีใต้ ที่ได้พัฒนา Hyodol ตุ๊กตาที่ถูกออกแบบให้อยู่ในรูปลักษณ์ของเด็ก 7 ขวบ ที่ได้รับการเชื่อมต่อเข้ากับระบบ ChatGPT จึงสามารถพูดคุยตอบโต้อย่างเป็นธรรมชาติ ที่พร้อมจะเป็นเพื่อนคุยยามเหงาให้แก่ผู้สูงอายุ
ปัญหาใหญ่ในสังคมสูงวัยของเกาหลีใต้คือ ผู้สูงอายุหลายท่านกำลังต่อสู้กับความเหงา จากอัตราการเกิดตกต่ำและสภาพสังคมที่คนรุ่นใหม่ต้องทำงานหาเลี้ยงชีพ ส่งผลให้ผู้สูงอายุที่อยู่บ้านต้องอยู่ตามลำพัง กลายเป็นความเหงา โดดเดี่ยว และทุกข์ใจที่อาจขยายไปเป็นซึมเศร้า นี่เป็นหตุผลให้ทางเทศบาลจัดหาตุ๊กตามาให้แก่ผู้สูงอายุ
จุดเด่นของตุ๊กตา Hyodol คือ การพูดคุยตอบโต้บทสนทนาเจื้อยแจ้ว ด้วยการเชื่อมต่อเข้ากับ AI ยอดนิยมอย่าง ChatGPT ทำให้สามารถพูดคุยตอบโต้บทสนทนาอย่างลื่นไหล แก้ปัญหาผู้สูงอายุให้สามารถบอกเล่าเรื่องร้ายที่เจอมา หรือแบ่งปันช่วงเวลาดีๆ ในชีวิตประจำวันได้เป็นธรรมชาติ
ตัวหุ่นถูกออกแบบด้วยวัสดุอ่อนนุ่มพร้อมติดตั้งเซ็นเซอร์สัมผัสไว้ในศีรษะ มือ หู และลำตัว รองรับปฏิสัมพันธ์ผ่านการลูบหัว จับมือ หรือกอด นอกจากนี้ยังมาพร้อมฟีเจอร์สุขภาพ ที่สามารถแจ้งเตือนเวลานอน กินอาหาร และกินยา สอบถามสภาพร่างกายเพื่อจัดเก็บบันทึกสุขภาพ พร้อมแจ้งเตือนไปยังลูกหลานหรือเทศบาลกรณีมีเสียงผิดปกติหรือหยุดนิ่งนานเกินไป
ในส่วนความปลอดภัยของข้อมูล Hyodol มีระบบจัดการข้อมูลที่เข้มงวดมาก เนื้อหาสนทนาทั้งหมดจะถูกใช้ในการฝึกฝนแชตบอตเท่านั้น ส่วนข้อมูลสุขภาพทั้งในส่วนการนอน มื้ออาหาร หรือสภาพอารมณ์ จะถูกแชร์เพียงกับผู้ดูแลอย่างลูกหลานหรือเจ้าหน้าที่สวัสดิการเท่านั้น พร้อมต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อนทุกครั้ง
โดยพื้นฐานตุ๊กตา AI ตัวถูกออกแบบมาให้เป็นเหมือน หลานที่น่ารัก ที่จะคอยมีปฏิสัมพันธ์ในแง่มุมต่างๆ ชวนคุยหัวข้อบทสนทนาในแต่ละวันและสอบถามชีวิตความเป็นอยู่ ช่วยเป็นเพื่อนคุยและคลายเหงาให้แก่ผู้สูงวัยรู้สึกถึงการต้อนรับอย่างอบอุ่นและเป็นที่ต้องการของใครสักคน เพื่อเติมเต็มความรู้สึกว่างเปล่าจากการอยู่ตามลำพังและแก่ตัวลง
ปัจจุบัน Hyodol เริ่มถูกนำไปใช้งานในเทศบาลเกาหลีใต้กว่า 14,500 ตัว พร้อมพัฒนาเวอร์ชันภาษาอังกฤษและผ่านการอนุมัติจาก FDA ของสหรัฐฯเป็นที่เรียบร้อย
แน่นอนเทคโนโลยี AI สำหรับช่วยดูแลผู้สูงอายุไม่ได้มีเพียง 2 เจ้า ยังมีอุปกรณ์ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อสังคมสูงวัยอีกมาก เช่น Abi หุ่นยนต์รูปร่างมนุษย์ขนาดเล็กสีสันสดใสที่รองรับ 90 ภาษา พร้อมทำกิจกรรมสันทนาการได้, ElliQ หุ่นยนต์โคมไฟชวนคุยจากอิสราเอล หรือ Buddy หุ่นยนต์ที่ช่วยตรวจสัญญาณชีพของผู้สูงอายุเรียลไทม์
คาดว่าในอนาคตเราจะได้เห็นเทคโนโลยี AI ที่ช่วยเหลือและสนับสนุนผู้สูงอายุอีกมากทีเดียว
ที่มา







