posttoday
สรุปสถานการณ์วิกฤต Heatwave  "คลื่นความร้อน" ถล่มโลก!

สรุปสถานการณ์วิกฤต Heatwave "คลื่นความร้อน" ถล่มโลก!

29 มิถุนายน 2569

สรุปสถานการณ์วิกฤต Heatwave คลื่นความร้อน ถล่มโลก! 29 มิถุนายน 2569 พบบางประเทศอุณหภูมิจริงสูงเกิน 50 องศาเซลเซียสไปแล้ว

อากาศร้อนจัดจากปรากฏการณ์ Heat Dome และ Omega Block ยังคงสร้างวิกฤตด้านอุณหภูมิให้แก่หลายพื้นที่ทั่วโลก โดยเฉพาะในทวีปยุโรป ซึ่งศูนย์กลางความร้อนกำลังเคลื่อนจากฝั่งตะวันตกของทวีปเข้าสู่คาบสมุทรบอลข่าน ขณะที่ทางฝั่งอเมริกาเหนือและเอเชียต้องเผชิญกับภัยพิบัติซ้ำซ้อนทั้งไฟป่ารุนแรงและอุณหภูมิที่พุ่งสูงอย่างรุนแรง รวมไปถึงประเทศไทย และพื้นที่อีกหลายแห่งซึ่งเป็นประเทศหมุดหมายท่องเที่ยวของนักเดินทางชาวไทย

 

สถานการณ์รายประเทศในยุโรป

 

องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่าพบผู้เสียชีวิต (Excess Deaths) หรือ ผู้เสียชีวิตที่ไม่ควรเสียชีวิตหากอยู่ในสถานการณ์ปกติ เพราะในความเป็นจริง เมื่อเกิดคลื่นความร้อนรุนแรง คนไม่ได้เสียชีวิตจากโรคลมแดด เสมอไป แต่ความร้อนจัดเป็นตัวเร่งที่ทำให้โรคประจำตัวของกลุ่มเปราะบางกำเริบเฉียบพลัน 

ซึ่งมีตัวเลขทั่วภูมิภาคทะลุ 1,300 ราย แล้ว (นับตั้งแต่วันที่ 21 มิ.ย.) เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับความร้อนระดับนี้

 

  • ฝรั่งเศส   วิกฤตหนักที่สุด รายงานพบผู้เสียชีวิตส่วนเกินราว 1,000 ราย อุณหภูมิพุ่งทะลุ 43.8 องศาเซลเซียส (ที่เมือง Pulluau) ยอดอุบัติเหตุจมน้ำเสียชีวิตพุ่งสูงจากการลงเล่นน้ำเพื่อคลายร้อน

 

  • สาธารณรัฐเช็ก ทุบสถิติอุณหภูมิสูงสุดในประวัติศาสตร์ชาติที่ 41.9 องศาเซลเซียส (ที่ Doksany)

 

  • เยอรมนี  อุณหภูมิแตะ 41.7 องศาเซลเซียส เกิดไฟป่าในเขต Gohrischheide การรถไฟเยอรมัน (Deutsche Bahn) ต้องประกาศเตือนให้เลี่ยงการเดินทางเนื่องจากรางรถไฟเสี่ยงโก่งตัวจากความร้อนจัด

 

  • โปแลนด์  อุณหภูมิแตะ 40.5 องศาเซลเซียส (ที่ Słubice) ทำลายสถิติสูงสุดในรอบ 105 ปี รัฐบาลต้องติดตั้ง "ม่านน้ำ" ตามเมืองใหญ่เพื่อบรรเทาความร้อน

 

  • ฮังการี  เผชิญความร้อนทะลุ 40.7 องศาเซลเซียส ติดต่อกัน ระบบสาธารณสุขประกาศเฝ้าระวังระดับสูงสุด

 

 

อเมริกาเหนือ วิกฤตไฟป่าระดับรุนแรงเฉียบพลัน

 

อุณหภูมิทางตอนใต้และฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ ยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติและเผชิญลมกระโชกแรง ส่งผลให้เกิดไฟป่าปะทุรุนแรงพร้อมกันหลายจุด

ล่าสุด ไฟป่าคอตตอนวูด (Cottonwood Fire) ในรัฐยูทาห์ขยายวงกว้างจนกลายเป็นไฟป่าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ณ ขณะนี้ โดยเผาไหม้ไปแล้วมากกว่า 92,000 เอเคอร์ (ราว 370 ตารางกิโลเมตร) ภายในเวลาไม่กี่วัน และยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้เลย

นอกจากนี้ยังมีรายงานนักดับเพลิงเสียชีวิตแล้ว 3 นายจากการเข้าควบคุมเพลิงบริเวณชายแดนรัฐโคโลราโด-ยูทาห์ ส่งผลให้ผู้ว่าการรัฐต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

 

 

เอเชียใต้และตะวันออกเฉียงใต้ระอุ 

 

แม้อุณหภูมิจริงในบางพื้นที่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีตัวเลขที่ดูต่ำกว่ายุโรป แต่ด้วยปัจจัยความชื้นสัมพัทธ์ที่สูงจัดทำให้ร่างกายระบายความร้อนได้ยาก ขณะที่เอเชียเหนือและเอเชียกลางก็เริ่มเผชิญความร้อนระลอกแรกของฤดูร้อนที่รุนแรงกว่าปีก่อนๆ แล้ว!

 

  • ประเทศไทย กรุงเทพมหานครรายงานค่า ดัชนีความร้อน (Heat Index) พุ่งสูงถึง 51.9 องศาเซลเซียส ซึ่งอยู่ในระดับอันตรายขั้นรุนแรง เสี่ยงต่อการเกิดภาวะฮีทสโตรกเฉียบพลัน

 

  • เอเชียใต้ (อินเดีย & ปากีสถาน) กลายเป็นอีกหนึ่งศูนย์กลางความร้อนของทวีป ส่งผลให้เมือง Churu ในรัฐราชสถานของอินเดียอุณหภูมิพุ่งสูงถึง 50.3 องศาเซลเซียส ขณะที่เมือง Sukkur และ Dadu ในปากีสถาน อุณหภูมิแตะระดับ 50 องศาเซลเซียส

 

  • จีน   สำนักอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติจีนออกประกาศเตือนภัยคลื่นความร้อนระดับสีส้ม ครอบคลุมพื้นที่ตอนเหนือและภาคตะวันออก รวมถึง กรุงปักกิ่งและนครเซี่ยงไฮ้ อุณหภูมิทะลุ 40 องศาเซลเซียส ทางการต้องออกเตือนนักท่องเที่ยวให้เลี่ยงการเดินชมสถานที่กลางแจ้ง (เช่น กำแพงเมืองจีน) ในช่วงเที่ยงวัน

 

  • ญี่ปุ่น  ความกดอากาศสูงแผ่ปกคลุมส่งผลให้อุณหภูมิใน โตเกียว เกียวโต และโอซาก้า พุ่งสูงเกิน 35-38 องศาเซลเซียส เร็วกว่าปกติ ยอดผู้ป่วยถูกนำส่งโรงพยาบาลด้วยอาการลมแดดเฉียบพลัน (Heatstroke) พุ่งสูงขึ้น และมีการประกาศเตือนภัย "Heatstroke Alert" ในหลายจังหวัด 

 

  • คาซัคสถาน  แม้จะเป็นประเทศที่มีภูมิประเทศแบบกึ่งทะเลทรายและภูเขาสูง แต่ในเขตเมืองใหญ่อย่าง อัลมาตี (Almaty) และอัสตานา (Astana) กลับเผชิญกับ อากาศร้อนระลอกสั้นที่ดันอุณหภูมิพุ่งสูงเกิน 38-40 องศาเซลเซียส ในพื้นที่ราบ ตอกย้ำว่าคลื่นความร้อนได้ขยายตัวขึ้นไปถึงภูมิภาคเอเชียกลางแล้ว

 

....

 

หลายฝ่ายในต่างประเทศต่างออกมาส่งสัญญาณเตือนภัยที่มากกว่าเรื่องของ สภาพอากาศ แต่มันกำลังสั่นคลอนระบบเศรษฐกิจ ทัศนคติการท่องเที่ยว และสาธารณสุขอย่างมีนัยสำคัญ โดยมี 3 ประเด็นหลัก ที่น่าจับตามองในฐานะผลกระทบระยะยาว ได้แก่

 

  • วิกฤตนี้ชี้ให้เห็นว่าโครงสร้างพื้นฐานเดิมไม่เท่าทันความเปลี่ยนแปลง บ้านเรือนและโรงแรมขนาดเล็กจำนวนมาก (โดยเฉพาะในยุโรปและเมืองเก่าในเอเชีย) ถูกสร้างขึ้นเพื่อกักเก็บความอบอุ่นไม่ใช่ระบายความร้อน ทำให้กลุ่มผู้มีรายได้น้อยรวมถึงนักท่องเที่ยวแบบประหยัดที่ไม่สามารถเข้าถึงที่พักที่มีระบบปรับอากาศประสิทธิภาพสูง กลายเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุดที่ต้องเผชิญกับอุณหภูมิในอาคารที่ทะลุขีดความปลอดภัย

 

  • ความร้อนส่งผลต่อชั่วโมงการทำงานที่มีประสิทธิภาพของแรงงานนอกระบบ เช่น ภาคก่อสร้าง ขนส่ง และเกษตรกรรม ลดฮวบ ซ้ำร้ายความต้องการพลังงานเพื่อเปิดเครื่องปรับอากาศพร้อมกันทั่วโลก รวมถึงในภาคบริการและการท่องเที่ยว กำลังสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าทั่วโลก

 

  • โรงพยาบาลในประเทศใหญ่รวมถึงเมืองท่องเที่ยวสำคัญ เริ่มเผชิญภาวะตึงตัวจากการเข้ารับการรักษาโรคที่เกี่ยวเนื่องจากความร้อนเฉียบพลัน ทั้งจากประชากรท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติ 

ข่าวล่าสุด

เกาหลีใต้จัดเต็ม! ทุ่ม 1,000 ล้านล้านวอน ปั้นฮับชิป และ AI ภูมิภาค

เกาหลีใต้จัดเต็ม! ทุ่ม 1,000 ล้านล้านวอน ปั้นฮับชิป และ AI ภูมิภาค