
เมื่อละครแนวตั้ง AI นำเราไปเป็นดาราโดยไม่ได้รับอนุญาต
ด้านมืดละครแนวตั้ง เมื่อ AI นำใบหน้าคนจริงไปสร้างตัวละครโดยไม่ได้รับอนุญาต จุดชนวนคดีความและคำถามใหญ่เรื่องสิทธิในตัวตนยุคดิจิทัล
KEY
POINTS
- อินฟลูเอนเซอร์ถูกเทคโนโลยี AI ขโมยใบหน้าไปใช้เป็นตัวละครร้ายในละครสั้นแนวตั้งของจีนโดยไม่ได้รับอนุญาต
- ปัญหาเกิดจากการใช้เทคโนโลยี AI และ Deepfake ที่สามารถนำภาพใบหน้าของบุคคลใดก็ได้จากอินเทอร์เน็ตมาสร้างเป็นนักแสดงในละครได้อย่างง่ายดาย
- แม้การกระทำดังกล่าวจะผิดกฎหมาย แต่การบังคับใช้และติดตามผู้กระทำผิดมาลงโทษเป็นเรื่องยาก ทำให้เกิดผู้เสียหายจำนวนมากที่อาจไม่รู้ตัว
ละครแนวตั้ง กลายเป็นสื่อความบันเทิงแบบใหม่ที่มีการถ่ายทำและนำเสนอเป็นแนวตั้งทั้งหมด เพื่อให้สอดคล้องกับการฉายให้รับชมผ่านทางสมาร์ทโฟน ด้วยเนื้อหาเข้าใจง่ายที่มีความสั้นและกระชับเป็นพิเศษ เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้รับชมอย่างต่อเนื่อง ทำให้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน
วันนี้เราจึงมาพูดถึงด้านมืดของซีรีส์แนวตั้งที่ทยอยโผล่ออกมาให้เห็นกันบ้าง
เมื่อหน้าเราถูกใช้เป็นดาราบนซีรีส์แนวตั้งอย่างไม่เต็มใจ
กรณีนี้เกิดขึ้นกับ Christine Li นางแบบและอินฟลูเอนเซอร์ท่านหนึ่ง ที่ไม่เคยรับงานแสดงจากที่ใดเลย กลับมีใบหน้าปรากฏอยู่ในละครสั้นเรื่อง The Peach Blossom Hairpin ที่ออกอากาศบนแพลตฟอร์ม Hongguo ของบริษัท ByteDance บริษัทแม่ของแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง Tiktok
ประเด็นนี้ได้รับการพูดถึงเมื่อแฟนคลับของเธอไปพบละครแนวตั้งเรื่องนี้แล้วนำไปให้เธอรับชม นั่นทำให้เธอตกใจเป็นอย่างมากที่ใบหน้าของตนถูกนำไปใช้ในซีรีส์โดยไม่ได้รับอนุญาต ซ้ำยังถูกนำไปทำเป็นตัวร้ายของเรื่อง ที่มีพฤติกรรมใช้ความรุนแรงและทารุณกรรมสัตว์ในเนื้อหา
ไม่เพียงแค่นางแบบคนดังกล่าวที่ถูกนำไปใช้เป็นตัวร้าย ภายในเรื่องยังมีตัวละครที่รับบทเป็นสามีของเธอและอยู่ในบทบาทตัวร้ายด้วย แต่ในความจริงชายคนดังกล่าวเองก็ไม่ได้เป็นดารา แต่เป็นสไตลิสต์ผู้เชี่ยวชาญด้านเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย ที่ถูกนำรูปและใบหน้าที่อัปโหลดสู่แพลตฟอร์มไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเช่นกัน
สิ่งนี้ทำให้ทั้งสองท่านที่ถูกนำใบหน้าและอัตลักษณ์ไปใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาตไม่พอใจ จนนำไปสู่ความพยายามในการฟ้องร้องทั้งผู้ผลิตละครและแพลตฟอร์มดังกล่าวที่นำเนื้อหามาเผยแพร่ แม้สุดท้ายละครเรื่องดังกล่าวจะถูกถอดออกไปจากแพลตฟอร์ม แต่ผลกระทบก้เกิดขึ้นไปแล้วและนำไปสู่การตั้งคำถามในหลายด้าน
การปลอมแปลงด้วย AI โดยไม่ได้รับอนุญาต
โดยพื้นฐาน Hongguo เป็นแพลตฟอร์มที่ถูกออกแบบมาเพื่อเผยแพร่ละครสั้นโดยเฉพาะ และมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดตามการขยายตัวของตลาดละครสั้น มีโมเดลธุรกิจแบบให้รับชมฟรีแบบมีโฆษณา จนมียอดผู้ใช้งานสูงเฉลี่ย 245 ล้านราย/เดือน และมียอดวิวสูงสุดหลักพันล้านวิว/เรื่อง
ด้วยการสร้างง่าย นำเสนอรวดเร็ว ถ่ายจบในเวลาสั้นๆ ทำให้ซีรีส์แนวตั้งถูกอัปโหลดนับร้อยเรื่องในแต่ละวัน หลายเรื่องเริ่มนำเทคโนโลยี AI มาช่วยทุ่นแรงและงบประมาณเพิ่มลูกเล่นในการนำเสนอ โดยเฉพาะ ByteDance ที่มีชื่อเสียงในโมเดล Seedance 2.0 จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากจะมีละครสั้นที่ถูกเนรมิตขึ้นมาจาก AI ทั้งเรื่อง
สิ่งนี้กลับกลายเป็นปัญหาเมื่อ AI นำภาพใบหน้าที่ถูกอัปโหลดลงบนอินเทอร์เน็ตหรือโซเชียลมีเดียมาใช้ จากนั้นจึงดำเนินเรื่องผ่านละครสั้นด้วยรูปร่างหน้าตาดังกล่าว นำเอาเทคโนโลยี Deepfake มาผสมผสานกับการสร้างเนื้อหาด้วย AI จนสามารถสวมรอยหรือใช้รูปลักษณ์ของใครก็ได้มาถ่ายทอดเนื้อหาตามต้องการ
แน่นอนการนำภาพลักษณ์และหน้าตาของผู้อื่นไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นเรื่องผิด โดยนักกฎหมายจีนระบุว่า ถือเป็นการละเมิดสิทธิในภาพลักษณ์และชื่อเสียง นับเป็นการลดทอนศักดิ์ศรีของบุคคล ที่สามาถแจ้งไปยังหน่วยงานกำกับดูแลไซเบอร์ของจีน เพื่อกำหนดบทลงโทษทางปกครองต่อไป
จริงอยู่ละครเรื่องที่ว่าถูกถอดออกจากช่องทางการรับชม แม้จะไม่มีตัวเลขยืนยันแน่ชัดแต่ก็ขึ้นแท่นซีรีส์เรื่องฮิตบนแพลตฟอร์ม คาดว่าอาจมียอดวิวตั้งแต่หลักสิบถึงร้อยล้านวิว การนำภาพใบหน้าไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต อีกทั้งยังเผยแพร่เนื้อหาไปในเชิงเสื่อมเสีย จึงอาจสร้างภาพแง่ลบต่อเจ้าของอัตลักษณ์ ที่ส่งผลกระทบต่ออาชีพและโอกาสในการทำงาน
ในทางหนึ่งนี่จึงถือเป็นด้านมืดของ AI และวงการละครแนวตั้งของจีนที่กำลังคุกรุ่นในปัจจุบัน
แนวทางรับมือแก้ไขที่ยังไม่เพียงพอ
ทางรัฐบาลจีนเองก็มีกฎข้อบังคับเพื่อควบคุมเรื่องนี้เช่นกัน ทั้งการกำหนดใบอนุญาตในการสร้างและถ่ายทำละครสั้นขึ้นเป็นการเฉพาะ ทาง Hongguo ก็อ้างว่ามีการจัดการถอดละครสั้น AI ที่ละเมิดกฎไปแล้วกว่า 670 เรื่อง แต่เมื่อมีการร้องขอข้อมูลจากบริษัทผู้ผลิตละคร ทางแพลตฟอร์มกลับไม่มีการตอบรับใดๆ
ในช่วงที่ผ่านมาจีนประสบปัญหาเกี่ยวกับประเด็นด้าน AI อย่างต่อเนื่อง ในปี 2024 ศาลได้สั่งให้บริษัทขอโทษและจ่ายค่าชดเชยแก่ผู้เสียหาย หลังโมเดล AI ของบริษัทแห่งหนึ่งจำลองภาพคนดังมาใช้ในการส่งข้อความเชิงชู้สาว แต่ข้อมูลจากสำนักข่าว AFP คาดว่า ผู้เสียหายอาจได้ค่าชดเชยไม่มาก ด้วยข้อจำกัดของมูลค่าเชิงพาณิชย์ของบุคคลทั่วไป
แม้จะทยอยมีการควบคุมและบังคับใช้กฎหมายแต่ดูจะยังไม่ได้ผลนัก ปัจจุบันผู้ผลิตทุนต่ำหลายส่วนอาศัยการจดทะเบียนบริษัทมาบังหน้าแล้วชิงปิดหนี หรือลอบใช้เซิร์ฟเวอร์ต่างประเทศเพื่อปกปิดตัวตน ทำให้การสืบหาหรือไล่ตามร่องรอยให้มารับโทษทางกฎหมายเป็นเรื่องยาก
สำหรับคนธรรมดายิ่งเลวร้ายนอกจากการฟ้องร้องจะให้ค่าชดเชยไม่คุ้มกับเงินและเวลาที่เสียไป ปริมาณของซีรีส์แนวตั้งในแต่ละเดือนยังมีมหาศาล กระจายตัวไปตามแพลตฟอร์มมากมายทั่วจีน การตรวจสอบให้ครบถ้วนรอบด้านแทบเป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะกับคนทั่วไปที่ไม่ได้เด่นดังมีแฟนคลับคอยช่วยสอดส่อง
คาดว่ายังมีเหยื่อที่ถูกขโมยรูปร่างหน้าตาอีกมาก ที่ยังไม่เคยรับรู้ว่าตนถูกนำไปใช้เป็นดาราจำเป็น
ฟังดูสิ้นหวังเมื่อการกำกับดูแลและควบคุมยังไม่ปรากฏ เนื่องด้วยนี่เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ยังต้องอาศัยเวลาศึกษาทำความเข้าใจ อีกทั้งยังได้รับการส่งเสริมผลักดันจากรัฐบาลในหลายประเทศ อาจต้องใช้เวลาอีกหลายปีจึงจะมีการกำหนดกฎเกณฑ์ที่เป็นธรรมสำหรับรองรับคนทั่วไป
ที่มา
https://www.france24.com/en/live-news/20260424-clearly-me-ai-drama-accused-of-stealing-faces
https://chinamediaproject.org/2025/01/22/chinas-fastest-growing-app/
https://www.globaltimes.cn/page/202604/1358317.shtml







