posttoday
เมื่อละครแนวตั้ง AI นำเราไปเป็นดาราโดยไม่ได้รับอนุญาต

เมื่อละครแนวตั้ง AI นำเราไปเป็นดาราโดยไม่ได้รับอนุญาต

13 พฤษภาคม 2569

ด้านมืดละครแนวตั้ง เมื่อ AI นำใบหน้าคนจริงไปสร้างตัวละครโดยไม่ได้รับอนุญาต จุดชนวนคดีความและคำถามใหญ่เรื่องสิทธิในตัวตนยุคดิจิทัล

KEY

POINTS

  • อินฟลูเอนเซอร์ถูกเทคโนโลยี AI ขโมยใบหน้าไปใช้เป็นตัวละครร้ายในละครสั้นแนวตั้งของจีนโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • ปัญหาเกิดจากการใช้เทคโนโลยี AI และ Deepfake ที่สามารถนำภาพใบหน้าของบุคคลใดก็ได้จากอินเทอร์เน็ตมาสร้างเป็นนักแสดงในละครได้อย่างง่ายดาย
  • แม้การกระทำดังกล่าวจะผิดกฎหมาย แต่การบังคับใช้และติดตามผู้กระทำผิดมาลงโทษเป็นเรื่องยาก ทำให้เกิดผู้เสียหายจำนวนมากที่อาจไม่รู้ตัว

ละครแนวตั้ง กลายเป็นสื่อความบันเทิงแบบใหม่ที่มีการถ่ายทำและนำเสนอเป็นแนวตั้งทั้งหมด เพื่อให้สอดคล้องกับการฉายให้รับชมผ่านทางสมาร์ทโฟน ด้วยเนื้อหาเข้าใจง่ายที่มีความสั้นและกระชับเป็นพิเศษ เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้รับชมอย่างต่อเนื่อง ทำให้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน

 

วันนี้เราจึงมาพูดถึงด้านมืดของซีรีส์แนวตั้งที่ทยอยโผล่ออกมาให้เห็นกันบ้าง

 

เมื่อละครแนวตั้ง AI นำเราไปเป็นดาราโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

เมื่อหน้าเราถูกใช้เป็นดาราบนซีรีส์แนวตั้งอย่างไม่เต็มใจ

 

กรณีนี้เกิดขึ้นกับ Christine Li นางแบบและอินฟลูเอนเซอร์ท่านหนึ่ง ที่ไม่เคยรับงานแสดงจากที่ใดเลย กลับมีใบหน้าปรากฏอยู่ในละครสั้นเรื่อง The Peach Blossom Hairpin ที่ออกอากาศบนแพลตฟอร์ม Hongguo ของบริษัท ByteDance บริษัทแม่ของแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง Tiktok

 

ประเด็นนี้ได้รับการพูดถึงเมื่อแฟนคลับของเธอไปพบละครแนวตั้งเรื่องนี้แล้วนำไปให้เธอรับชม นั่นทำให้เธอตกใจเป็นอย่างมากที่ใบหน้าของตนถูกนำไปใช้ในซีรีส์โดยไม่ได้รับอนุญาต ซ้ำยังถูกนำไปทำเป็นตัวร้ายของเรื่อง ที่มีพฤติกรรมใช้ความรุนแรงและทารุณกรรมสัตว์ในเนื้อหา

 

ไม่เพียงแค่นางแบบคนดังกล่าวที่ถูกนำไปใช้เป็นตัวร้าย ภายในเรื่องยังมีตัวละครที่รับบทเป็นสามีของเธอและอยู่ในบทบาทตัวร้ายด้วย แต่ในความจริงชายคนดังกล่าวเองก็ไม่ได้เป็นดารา แต่เป็นสไตลิสต์ผู้เชี่ยวชาญด้านเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย ที่ถูกนำรูปและใบหน้าที่อัปโหลดสู่แพลตฟอร์มไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเช่นกัน

 

สิ่งนี้ทำให้ทั้งสองท่านที่ถูกนำใบหน้าและอัตลักษณ์ไปใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาตไม่พอใจ จนนำไปสู่ความพยายามในการฟ้องร้องทั้งผู้ผลิตละครและแพลตฟอร์มดังกล่าวที่นำเนื้อหามาเผยแพร่ แม้สุดท้ายละครเรื่องดังกล่าวจะถูกถอดออกไปจากแพลตฟอร์ม แต่ผลกระทบก้เกิดขึ้นไปแล้วและนำไปสู่การตั้งคำถามในหลายด้าน

 

เมื่อละครแนวตั้ง AI นำเราไปเป็นดาราโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

การปลอมแปลงด้วย AI โดยไม่ได้รับอนุญาต

 

โดยพื้นฐาน Hongguo เป็นแพลตฟอร์มที่ถูกออกแบบมาเพื่อเผยแพร่ละครสั้นโดยเฉพาะ และมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดตามการขยายตัวของตลาดละครสั้น มีโมเดลธุรกิจแบบให้รับชมฟรีแบบมีโฆษณา จนมียอดผู้ใช้งานสูงเฉลี่ย 245 ล้านราย/เดือน และมียอดวิวสูงสุดหลักพันล้านวิว/เรื่อง

 

ด้วยการสร้างง่าย นำเสนอรวดเร็ว ถ่ายจบในเวลาสั้นๆ ทำให้ซีรีส์แนวตั้งถูกอัปโหลดนับร้อยเรื่องในแต่ละวัน หลายเรื่องเริ่มนำเทคโนโลยี AI มาช่วยทุ่นแรงและงบประมาณเพิ่มลูกเล่นในการนำเสนอ โดยเฉพาะ ByteDance ที่มีชื่อเสียงในโมเดล Seedance 2.0 จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากจะมีละครสั้นที่ถูกเนรมิตขึ้นมาจาก AI ทั้งเรื่อง

 

สิ่งนี้กลับกลายเป็นปัญหาเมื่อ AI นำภาพใบหน้าที่ถูกอัปโหลดลงบนอินเทอร์เน็ตหรือโซเชียลมีเดียมาใช้ จากนั้นจึงดำเนินเรื่องผ่านละครสั้นด้วยรูปร่างหน้าตาดังกล่าว นำเอาเทคโนโลยี Deepfake มาผสมผสานกับการสร้างเนื้อหาด้วย AI จนสามารถสวมรอยหรือใช้รูปลักษณ์ของใครก็ได้มาถ่ายทอดเนื้อหาตามต้องการ

 

แน่นอนการนำภาพลักษณ์และหน้าตาของผู้อื่นไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นเรื่องผิด โดยนักกฎหมายจีนระบุว่า ถือเป็นการละเมิดสิทธิในภาพลักษณ์และชื่อเสียง นับเป็นการลดทอนศักดิ์ศรีของบุคคล ที่สามาถแจ้งไปยังหน่วยงานกำกับดูแลไซเบอร์ของจีน เพื่อกำหนดบทลงโทษทางปกครองต่อไป

 

จริงอยู่ละครเรื่องที่ว่าถูกถอดออกจากช่องทางการรับชม แม้จะไม่มีตัวเลขยืนยันแน่ชัดแต่ก็ขึ้นแท่นซีรีส์เรื่องฮิตบนแพลตฟอร์ม คาดว่าอาจมียอดวิวตั้งแต่หลักสิบถึงร้อยล้านวิว การนำภาพใบหน้าไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต อีกทั้งยังเผยแพร่เนื้อหาไปในเชิงเสื่อมเสีย จึงอาจสร้างภาพแง่ลบต่อเจ้าของอัตลักษณ์ ที่ส่งผลกระทบต่ออาชีพและโอกาสในการทำงาน

 

ในทางหนึ่งนี่จึงถือเป็นด้านมืดของ AI และวงการละครแนวตั้งของจีนที่กำลังคุกรุ่นในปัจจุบัน

 

แนวทางรับมือแก้ไขที่ยังไม่เพียงพอ

 

ทางรัฐบาลจีนเองก็มีกฎข้อบังคับเพื่อควบคุมเรื่องนี้เช่นกัน ทั้งการกำหนดใบอนุญาตในการสร้างและถ่ายทำละครสั้นขึ้นเป็นการเฉพาะ ทาง Hongguo ก็อ้างว่ามีการจัดการถอดละครสั้น AI ที่ละเมิดกฎไปแล้วกว่า 670 เรื่อง แต่เมื่อมีการร้องขอข้อมูลจากบริษัทผู้ผลิตละคร ทางแพลตฟอร์มกลับไม่มีการตอบรับใดๆ

 

ในช่วงที่ผ่านมาจีนประสบปัญหาเกี่ยวกับประเด็นด้าน AI อย่างต่อเนื่อง ในปี 2024 ศาลได้สั่งให้บริษัทขอโทษและจ่ายค่าชดเชยแก่ผู้เสียหาย หลังโมเดล AI ของบริษัทแห่งหนึ่งจำลองภาพคนดังมาใช้ในการส่งข้อความเชิงชู้สาว แต่ข้อมูลจากสำนักข่าว AFP คาดว่า ผู้เสียหายอาจได้ค่าชดเชยไม่มาก ด้วยข้อจำกัดของมูลค่าเชิงพาณิชย์ของบุคคลทั่วไป

แม้จะทยอยมีการควบคุมและบังคับใช้กฎหมายแต่ดูจะยังไม่ได้ผลนัก ปัจจุบันผู้ผลิตทุนต่ำหลายส่วนอาศัยการจดทะเบียนบริษัทมาบังหน้าแล้วชิงปิดหนี หรือลอบใช้เซิร์ฟเวอร์ต่างประเทศเพื่อปกปิดตัวตน ทำให้การสืบหาหรือไล่ตามร่องรอยให้มารับโทษทางกฎหมายเป็นเรื่องยาก

 

สำหรับคนธรรมดายิ่งเลวร้ายนอกจากการฟ้องร้องจะให้ค่าชดเชยไม่คุ้มกับเงินและเวลาที่เสียไป ปริมาณของซีรีส์แนวตั้งในแต่ละเดือนยังมีมหาศาล กระจายตัวไปตามแพลตฟอร์มมากมายทั่วจีน การตรวจสอบให้ครบถ้วนรอบด้านแทบเป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะกับคนทั่วไปที่ไม่ได้เด่นดังมีแฟนคลับคอยช่วยสอดส่อง

 

คาดว่ายังมีเหยื่อที่ถูกขโมยรูปร่างหน้าตาอีกมาก ที่ยังไม่เคยรับรู้ว่าตนถูกนำไปใช้เป็นดาราจำเป็น

 

 

 

 

ฟังดูสิ้นหวังเมื่อการกำกับดูแลและควบคุมยังไม่ปรากฏ เนื่องด้วยนี่เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ยังต้องอาศัยเวลาศึกษาทำความเข้าใจ อีกทั้งยังได้รับการส่งเสริมผลักดันจากรัฐบาลในหลายประเทศ อาจต้องใช้เวลาอีกหลายปีจึงจะมีการกำหนดกฎเกณฑ์ที่เป็นธรรมสำหรับรองรับคนทั่วไป

 

 

 

ที่มา

 

https://www.france24.com/en/live-news/20260424-clearly-me-ai-drama-accused-of-stealing-faces

 

https://chinamediaproject.org/2025/01/22/chinas-fastest-growing-app/

 

https://www.globaltimes.cn/page/202604/1358317.shtml

 

ข่าวล่าสุด

SET ชน 1,500 ไม่ผ่าน! โบรกชี้อัพไซด์จำกัด จับตาเจรจา "ทรัมป์-สี จิ้นผิง" ชี้ชะตาตลาดโลก

SET ชน 1,500 ไม่ผ่าน! โบรกชี้อัพไซด์จำกัด จับตาเจรจา "ทรัมป์-สี จิ้นผิง" ชี้ชะตาตลาดโลก