โฆษณาใน Chatbot ก้าวใหม่ที่อาจเป็นปัญหาของวงการ AI ปี 2026
ChatGPT กำลังก้าวสู่โลกโฆษณา OpenAI ยืนยันไม่กระทบคำตอบ แต่คำถามสำคัญคือ ความเชื่อใจระหว่างผู้ใช้กับ AI จะเหมือนเดิมหรือไม่
KEY
POINTS
- OpenAI เตรียมนำโฆษณามาใช้ใน ChatGPT โดยจะสอดแทรกเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับบทสนทนาของผู้ใช้ทั้งแบบฟรีและเสียเงิน
- การหารายได้จากโฆษณาเป็นโมเดลธุรกิจที่จำเป็นสำหรับ OpenAI เพื่อชดเชยต้นทุนการดำเนินงานที่สูงและสร้างรายได้จากฐานผู้ใช้ขนาดใหญ่
- มีความกังวลว่าการโฆษณาอาจทำลายความไว้วางใจของผู้ใช้ เนื่องจาก AI อาจใช้ความสามารถในการสนทนาเพื่อโน้มน้าวให้ซื้อสินค้า
ในยุคที่ AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เราต่างคุ้นเคยกับการมีผู้ช่วยอัจฉริยะคอยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันแบบฟรีๆ แต่ดูเหมือน ยุคทอง ที่ว่ากำลังจะจบลง เมื่อ OpenAI ประกาศชัดเจนว่า แพลตฟอร์มแชตบอตยอดนิยมอย่าง ChatGPT กำลังจะมีการนำเสนอเนื้อหาใหม่ในชื่อ โฆษณา
เมื่อ AI ไม่ใช่แค่นักตอบคำถาม แต่คือนักขาย
OpenAI ออกมาเปิดเผยล่าสุดว่าจะเริ่มมีการนำเสนอเนื้อหาโฆษณาให้แก่ผู้ใช้งาน โดยผู้ใช้งาน Free Tier และ ChatGPT Plus จะเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่จะได้เห็นโฆษณา โดยรูปแบบจะไม่ใช่แบนเนอร์หรือภาพโฆษณาทั่วไป แต่จะมาในรูปแบบที่แนบเนียนกว่านั้น
ลองจินตนาการว่าคุณกำลังสนทนากับ ChatGPT เพื่อขอคำแนะนำบางอย่าง ระบบจะประมวลผลคำตอบ พร้อมสอดแทรกเนื้อหาโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับบริบทการสนทนาไว้ด้านล่าง อาจเป็นในรูปแบบของเรื่องที่กำลังพูดคุย หรือสินค้าที่อาจช่วยแก้ปัญหา ซึ่งหลายชิ้นสามารถเข้าถึงและสั่งซื้อผ่าน AI Chatbot ได้ทันที
โดยทาง OpenAI ยืนยันหนักแน่นว่า โฆษณาจะไม่มีอิทธิพลต่อคำตอบที่ AI มอบให้ ข้อมูลของผู้ใช้งานจะไม่ถูกนำไปเผยแพร่และแบ่งปันให้กับเจ้าของโฆษณา และเรื่องละเอียดอ่อนอย่างเรื่องการเมืองและสุขภาพ หรือบัญชีเยาวชน จะถูกยกเว้นจากการแสดงผลโฆษณา
การมาถึงโฆษณา เหตุผลที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของบริษัทยักษ์ใหญ่
"If you're not paying for the product, you are the product" วลีคลาสสิกของโลกเทคโนโลยียังคงใช้ได้เสมอ
แม้การมีโฆษณาจะสร้างความรำคาญใจ แต่ต้องยอมรับความจริงว่า OpenAI ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพนั้น กำลังแบกรับต้นทุนมหาศาล ทุกครั้งที่ AI ประมวลผลคำตอบ ต้องแลกมาด้วยการทำงานของชิประดับเทพและการใช้พลังงานไฟฟ้ามหาศาล ปัจจุบัน ChatGPT มีผู้ใช้งานราว 800-1,000 ล้านราย แต่ส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้ฟรีที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้
เมื่อรวมกับภาระผูกพันทางการเงินกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ และเป้าหมายในการเข้าตลาดหุ้น การผลักดันระบบโฆษณาจึงเป็น ทางออก ที่สมเหตุสมผลที่สุดในเชิงธุรกิจ เพื่อเปลี่ยนฐานผู้ใช้งานมหาศาลให้กลายเป็นเม็ดเงิน
หรือจะเรียกว่า เป็นช่วงเวลากอบโกยผลกำไรที่หว่านเอาไว้ก็คงได้
โมเดลธุรกิจที่เลี่ยงไม่ได้
หากมองไปรอบตัว นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ บริการฟรีที่เราเสพติดกันทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็น Google, Facebook หรือ TikTok ล้วนขับเคลื่อนด้วยเม็ดเงินโฆษณาทั้งสิ้น
OpenAI เองแม้ที่ผ่านมาจะเปิดให้เข้าถึงและใช้งานฟรี แต่ข้อมูลการใช้งานของเราก็ถูกนำไปใช้เทรน AI รุ่นใหม่ๆ มาตลอด ผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้ง ChatGPT Search หรือ Atlas Browser ล้วนส่อเจตนาชัดเจนว่า พวกเขากำลังก้าวเข้าสู่สมรภูมิ ข้อมูลและการโฆษณา อย่างเต็มตัว ตามรอย Perplexity ที่เริ่มทดสอบโมเดลนี้ไปก่อนหน้านี้ ในขณะที่ Gemini และ Copilot แม้ไม่ได้โฆษณาผ่าน Chatbot โดยตรง แต่อาศัยการผูกบริการเพื่อไปโฆษณาในผลิตภัณฑ์อื่นแทน
เมื่อเราอาจเชื่อใจ AI ไม่ได้อีกต่อไป
ความน่ากลัวที่แท้จริงของเรื่องนี้ไม่ใช่โมเดลธุรกิจ นี่เป็นแนวทางสร้างรายได้ที่พบได้ทั่วไปของโซเชียลมีเดีย แค่ต้นแบบที่พูดถึงก็เป็นปัญหามากพอ จากความพยายามดึงเราให้อยู่หน้าจอนานที่สุดเพื่อนำเสนอโฆษณาให้มากขึ้นอีกสักชิ้น แต่จะเป็นอย่างไรถ้าสิ่งนี้กำลังจะถูกทำโดย AI Chatbot ที่มีศักยภาพล้ำไปกว่านั้น
ข้อแตกต่างสำคัญที่ AI Chatbot ต่างจากโซเชียลมีเดียคือ มันไม่ได้แค่นำเสนอเนื้อหาของใครก็ไม่รู้ให้เห็น แต่ผู้ใช้งานเชื่อใจว่ามันเป็น เพื่อนคู่คิด หรือ ที่ปรึกษา ซึ่งสามารถพูดคุยตอบโต้กับเราแบบเรียลไทม์ แล้วจะเป็นอย่างไรถ้า AI นำเอาความเชื่อใจและศักยภาพนี้ในเชิงการขาย
หากยังจำกันได้ ChatGPT มีประวัติในการทำให้ผู้ป่วยจิตเภทอาการรุนแรงขึ้น รวมถึงถูกฟ้องร้องในการเป็นสาเหตุการฆ่าตัวตาย เมื่อโมเดลมีศักยภาพทำได้ขนาดนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยากเลยในการโน้มน้าวให้เราสนใจซื้อสินค้าสักชิ้น
แม้ OpenAI จะสัญญาเรื่องความเป็นส่วนตัว แต่ที่ผ่านมาทางบริษัทก็เคยเปลี่ยนนโยบายกลางคันมาหลายครั้ง ทั้งเมื่อก่อนที่ไม่เห็นด้วยกับการนำเสนอโฆษณา หรือการเปลี่ยนโมเดลให้กลายเป็นโมเดลปิด แทนที่จะเผยแพร่นวัตกรรมให้สมกับชื่อบริษัท OpenAI แบบเดิม จึงยังทำให้หลายอย่างตกอยู่ในการตั้งคำถาม
แน่นอนว่าเรายังไม่มีกฎหมายควบคุมที่ไล่ตามเทคโนโลยีทัน และยังไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าทิศทางนี้จะพา OpenAI ไปสู่จุดไหน แต่สิ่งที่แน่นอนที่สุดในตอนนี้คือ สำหรับผู้ใช้งานที่เกลียดโฆษณา ความสัมพันธ์ของคุณกับ ChatGPT อาจจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
และเราคงต้องรอดูกันต่อไปว่า การเดิมพันครั้งนี้ของ OpenAI จะจนสร้างรายได้มหาศาลขับเคลื่อนบริษัท หรือจะสูญเสียศรัทธาจากผู้ใช้งาน
ที่มา
https://techcrunch.com/2026/01/16/chatgpt-users-are-about-to-get-hit-with-targeted-ads/
https://techxplore.com/news/2026-01-openai-ads-chatgpt.html
https://techxplore.com/news/2026-01-chatgpt-convince-buy-threat-looms.html


