เปิดแผนจราจร "พระราม 2" ปิดแค่ กม.29-32 ซ่อม M82 ไม่ปิดถาวร
“พิพัฒน์” ย้ำปิดพระราม 2 แค่ช่วง กม.29-32 ซ่อมโครงสร้าง M82 ไม่ใช่ปิดทั้งสาย สั่ง ทล. คุมเข้มจราจร เร่งจบใน 60 วัน ผู้รับเหมาจ่ายเองทั้งหมด
KEY
POINTS
- ปิดการจราจรบนถนนพระราม 2 เฉพาะช่องทางหลัก ช่วง กม.29-32 เพื่อซ่อมแซมโครงสร้างมอเตอร์เวย์ M82
- การปิดถนนเป็นมาตรการชั่วคราว ไม่ใช่การปิดถาวร โดยมีกำหนดแล้วเสร็จภายใน 60 วัน
- ประชาชนยังสามารถใช้ช่องทางขนาน 2 เลนได้ตามปกติ และมีแผนเปิดช่องทางพิเศษเพื่อบรรเทาผลกระทบ
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม ยืนยันปิดพื้นที่ก่อสร้างมอเตอร์เวย์ M82 บนถนนพระราม 2 เฉพาะจุดเสี่ยง กม.29-32 เพื่อซ่อมโครงสร้างด่วน ไม่ใช่การปิดถนนถาวรทั้งเส้น สั่งกรมทางหลวงคุมเข้มการจราจรและเร่งงานให้จบใน 60 วัน โดยผู้รับเหมาต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกรณีการแก้ไขอุบัติเหตุจากการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ M82 ตอนที่ 7 บนถนนพระราม 2 โดยเฉพาะประเด็น “การปิดพื้นที่ก่อสร้าง 100%” ที่สร้างความกังวลให้แก่ประชาชน
“คำว่าปิด 100% ไม่ใช่การปิดถนนพระราม 2 ทั้งเส้นเป็นการถาวร หรือผลักภาระให้ประชาชนต้องเผชิญปัญหารถติดโดยไม่จำเป็น แต่เป็นการปิดถนนเฉพาะจุดที่จำเป็นต้องเร่งปรับปรุงซ่อมแซมงานก่อสร้างที่เสียหายโดยเร็วที่สุด เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด ภายใต้หลักการความปลอดภัยต้อง 100%”
นายพิพัฒน์ กล่าวเน้นย้ำถึงมาตรการควบคุมผู้รับเหมาว่า กระทรวงคมนาคมไม่มีนโยบายอุ้มผู้รับเหมาที่ประมาทเลินเล่อ และพร้อมดำเนินมาตรการทางกฎหมายรวมถึงการพิจารณาขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) อย่างเฉียบขาด
โดยเฉพาะในจุดที่มีความเสี่ยงรุนแรง เช่น การยกวัสดุเหนือเส้นทางสัญจร จำเป็นต้องปิดกั้นพื้นที่เด็ดขาดเป็นการชั่วคราว เพื่อความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด
เปิดแผนจราจรช่วงซ่อมแซม
ด้านนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า พื้นที่ที่จะดำเนินการปิดซ่อมแซมคือ ช่วง กม.29+100 ถึง กม.32+100 รวมระยะทาง 3 กิโลเมตร เพื่อรื้อถอนพื้นสะพานที่เสียหายจากเหตุเครน LG ถล่ม และดำเนินการเทคอนกรีตเชื่อมสะพานคานยื่นข้ามแม่น้ำท่าจีน โดยมีการจัดการจราจรดังนี้
- พื้นที่ปิดซ่อมแซม: ปิดช่องทางหลัก (Main Road) ทั้ง 3 เลน (100%) เพื่อความปลอดภัยขณะรื้อถอนและเทคอนกรีต
- ช่องทางที่สัญจรได้: ประชาชนยังสามารถใช้ ช่องทางขนาน (Frontage Road) จำนวน 2 เลน ได้ตามปกติ
- มาตรการลดผลกระทบ: กรมทางหลวงจะปรับกายภาพทางเชื่อมและจุดเข้า-ออกเพื่อลดปัญหาคอขวด พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาจราจรประจำจุดทางเบี่ยงตลอด 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้ กรมทางหลวงประเมินว่าการปิดช่องทางหลักจะทำให้ความสามารถในการรองรับปริมาณรถลดลงประมาณ 60% และอาจส่งผลให้มีรถสะสมยาวประมาณ 4 กิโลเมตรในช่วงเวลาเร่งด่วน จึงได้เตรียมแผนเปิดช่องทางพิเศษ (Reversible lane) ในบางช่วงเวลาตามความเหมาะสม
สำหรับการดำเนินการซ่อมแซมในครั้งนี้ มีกำหนดระยะเวลาไม่เกิน 60 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม 2569 ถึง 27 มีนาคม 2569 โดยบริษัทผู้รับจ้าง (ITD) จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทั้งค่ารื้อถอน ค่าจ้างผู้เชี่ยวชาญ และค่าใช้จ่ายด้านมาตรการความปลอดภัย
กรมทางหลวง ขออภัยในความไม่สะดวกและขอความร่วมมือประชาชนวางแผนการเดินทางล่วงหน้า หรือตรวจสอบสภาพการจราจรผ่านแอปพลิเคชันของกรมทางหลวงก่อนออกเดินทาง


