logo-pwa

เพิ่ม Post Today

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด
ทำไมคนเก่งมากมายจึงไปไม่รุ่ง

ทำไมคนเก่งมากมายจึงไปไม่รุ่ง

29 มกราคม 2557

"แม้ความฉลาดในธุรกิจ จะเป็นคุณสมบัติที่สำคัญของผู้นำ แต่กระนั้นไม่เพียงพอ"

โดย...ดร.อัจฉรา จุ้ยเจริญ

ดิฉันเคยได้รับเชิญไปเป็นหนึ่งในผู้บรรยายเรื่อง Emotional Intelligence  EQ (ความฉลาดด้านอารมณ์ หรือวุฒิภาวะด้านอารมณ์) ที่ฮ่องกง ซึ่งจัดโดย Hong Kong General Chamber of Commerce ร่วมกับ Hongkong Telecom CSL ดิฉันได้ทานข้าวกลางวันร่วมกับผู้บรรยายและผู้เชี่ยวชาญด้านนี้จากหลายประเทศ โดยเฉพาะนั่งติดกับ ดร.แดเนียล โกลแมน ปรมาจารย์และนักเขียนหนังสือขายดี Emotional Intelligence และเป็นผู้พัฒนาแบบประเมินสมรรถนะด้านวุฒิภาวะทางอารมณ์ อีกทั้งเป็นผู้เชื่อมโยงเรื่อง EQ เข้ากับประสิทธิผลของผู้นำ นั่นเป็นโอกาสให้ดิฉันได้พูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องการพัฒนาต่างๆ รวมถึง ทำไมคนเก่งมากมายจึงไปไม่รุ่ง

ดร.โกลแมน กล่าวว่า ถึงแม้ IQ (ความฉลาดทางสติปัญญา) เป็นสิ่งจำเป็นในการเรียนรู้ และต่อความสำเร็จในการก้าวเข้ามาสู่การทำงานและความก้าวหน้า แต่คุณสมบัติด้าน EQ คือตัวบ่งบอกที่ดีกว่าว่าคนเราจะก้าวต่อไปได้หรือไม่ พูดอีกแบบคือ สมัครเข้ามาทำงานสำเร็จเพราะ IQ แต่จะก้าวหน้าหรือไม่ จะมีชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวที่สำเร็จและมีความสุขหรือไม่ขึ้นอยู่กับ EQ มากกว่า จากการศึกษากลุ่มนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดจากหลากหลายคณะและหลายครั้งท่านชี้ว่า IQ ส่งผลต่อความสำเร็จของกลุ่มทดลองเพียง 4% เท่านั้นเอง

จากการศึกษาบริษัทระดับโลก 200 บริษัทครั้งหนึ่ง ดร.โกลแมน พบว่า ถึงแม้ความฉลาดในธุรกิจ วิสัยทัศน์และการตัดสินใจแน่วแน่ จะเป็นคุณสมบัติที่สำคัญของผู้นำ แต่กระนั้นไม่พอเพียง ผู้นำที่มีประสิทธิผลแท้จริงคือคนที่เห็นได้ชัดว่ามีระดับ EQ สูง การเข้าใจบทบาทของ EQ ในสถานที่ทำงานนั้น ทำให้เราเป็นผู้นำที่เหนือกว่าผู้นำคนอื่นๆ ได้ ทักษะด้าน EQ มีผลต่อผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้ เช่น ผลกำไรและการดึงดูดให้คนเก่งอยู่กับองค์กร นอกจากนี้ยังส่งผลต่อขวัญกำลังใจ แรงจูงใจและความรักองค์กรของคนที่ทำงานด้วย

คุณสมบัติของ EQ ประกอบด้วยคุณสมบัติด้านการบริหารจัดการตนเอง และด้านสังคม ด้านตนเองคือ หนึ่ง ตระหนักในข้อดีข้อเสียของตน สอง การบริหารจัดการตนเอง ซึ่งรวมถึงการตัดสินใจ การเปิดรับการเปลี่ยนแปลง และสาม การสร้างแรงจูงใจให้ตนเอง ส่วนด้านสังคมคือ หนึ่ง การเข้าอกเข้าใจผู้อื่น เข้าใจบริบทแวดล้อมอย่างลึกซึ้ง และสอง ทักษะทางสังคมหรือการสร้างสัมพันธภาพและเครือข่ายสายสัมพันธ์ซึ่งเรามักรู้จักสมรรถนะเหล่านี้ว่าเป็น Soft Skills

การเจริญเติบโตทางธุรกิจและการขยายตัวของการค้าออกไปในต่างประเทศ องค์กรจำเป็นต้องเร่งพัฒนาความรู้ด้านเทคนิค และกลยุทธ์ในการทำธุรกิจ (Hard Skills)

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงและการแข่งขัน รวมถึงสภาวะความขัดแย้งทั้งแหล่งทรัพยากรและผลประโยชน์ จะเห็นว่าความสามารถในการบริหารอารมณ์ของเราและของผู้อื่น “เป็นความฉลาดที่แตกต่าง” เป็นกุญแจสำคัญในการรับมือกับสถานการณ์ตึงเครียด ในการบริหารอารมณ์ตนเอง เช่น จะโฟกัสอะไรและอย่างไร และการบริหารอารมณ์ผู้อื่น เช่น จะประสานพลังจากความแตกต่าง เช่นด้านวัฒนธรรมหรือค่านิยมอย่างไร ที่สำคัญการแข่งขันที่ตัวสินค้า สามารถลอกเลียนแบบกันได้ในพริบตา แต่การที่ผู้นำเข้าอกเข้าใจลูกค้าอย่างแท้จริง และพัฒนาให้บุคลากรทำเช่นนั้นได้ เป็นการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้ดีกว่า

ข่าวดีคือ EQ เป็นความสามารถที่พัฒนาให้เพิ่มสูงขึ้นได้ การพัฒนา EQ เริ่มต้นจากการยอมรับในตนเองก่อน ว่าถึงเวลาแล้วที่จะพัฒนาการประเมินระดับ EQ มักใช้การประเมินแบบ 360 ด้วย

โค้ชผู้บริหารด้าน EQ มักต้องเป็นตัวอย่างที่ดี และอำนวยการให้เกิดการพัฒนาในพฤติกรรมที่คาดหวัง ผ่านความเป็นคู่คิดและสนับสนุนให้ผู้นำปฏิบัติแตกต่างไป จนเกิดการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดค่ะ