กรณีศึกษาชิลี ฉีดวัคซีนแล้วเกินครึ่งแต่ต้องล็อกดาวน์อีกครั้ง

วันที่ 11 มิ.ย. 2564 เวลา 17:00 น.
กรณีศึกษาชิลี ฉีดวัคซีนแล้วเกินครึ่งแต่ต้องล็อกดาวน์อีกครั้ง
ชิลีต้องกลับไปล็อกดาวน์เมืองหลวงอีกครั้งหลังติดเชื้อพุ่งแม้ฉีดวัคซีนแล้ว 60%

ทางการชิลีประกาศคำสั่งล็อกดาวน์กรุงซานติอาโกและชุมชนใกล้เคียงอีกครั้งโดยจะเริ่มเวลา 05.00 น.ของวันที่ 12 มิ.ย.ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้ประชาชนเกือบ 60% จะฉีดวัคซีนครบ 2 โดสแล้วก็ตาม 

กระทรวงสาธารณสุขชิลีรายงานว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่เฉลี่ยใน 7 วันยังสูงกว่าวันละ 7,000 คน โดยในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มขึ้นถึง 17% ทั่วประเทศ ส่วนในเมืองใหญ่ซึ่งรวมถึงกรุงซานติอาโกที่มีประชากรราว 8 ล้านคน ตัวเลขพุ่งขึ้น 25%

ล่าสุดเมื่อวันพฤหัสบดี (10 มิ.ย.) ชิลีพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 7,716 ราย โดยในจำนวนนี้ 73% ได้รับวัคซีนยังไม่ครบโดส และคนที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 80% ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน

ชิลีเป็นหนึ่งในปรดะเทศที่ฉีดวัคซีนมากที่สุดในโลก โดย 75% ของประชากรทั้งหมด 15 ล้านคนได้รับวัควีนแล้วอย่างน้อย 1 โดส และ 58% ได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว หากนับตามจำนวนหัวประชากรชิลีฉีดวัคซีนมากที่สุดเป็นอันดับ 5 ของโลกตามข้อมูลของรอยเตอร์ส

จนถึงตอนนี้ชิลีฉีดวัคซีนไปแล้วเกือบ 23 ล้านโดส โดย 17.2 ล้านโดสเป็นของ Sinovac, Pfizer/BioNTech 4.6 ล้านโดส, AstraZeneca และ CanSino อย่างละเกือบ 1 ล้านโดส

ทว่าผู้เชี่ยวชาญระบุว่า วัคซีนไม่ได้มีประสิทธิภาพ 100% และต้องใช้เวลาระยะหนึ่งหลังฉีดกว่าวัคซีนจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ยังมีเชื้อกลายพันธุ์ที่ทำให้ประสิทธิภาพของวัคซีนลดลงมาเกี่ยวข้องด้วย

ในกรณีของชิลี การถอดรหัสพันธุกรรมของการติดเชื้อระหว่างเดือน ธ.ค.ปีที่แล้วถึงเดือน มิ.ย. พบว่า สายพันธุ์กลายพันธุ์ P1 ซึ่งพบครั้งแรกที่บราซิลเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในประเทศ ที่นอกจากจะลดประสิทธิภาพวัคซีนแล้ว ยังแพร่กระจายได้ง่ายกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิมถึง 2 เท่า

แม้ชิลีจะฉีดวัคซีนมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลกและจัดหาวัคซีนได้กว่า 40 ล้านโดสสำหรับประชากรราว 19 ล้านคนจนได้รับคำชมจากธนาคารโลกและองค์การอนามัยโลก ทว่ามีเสียงวิจารณ์ว่ารัฐบาลมัวแต่หลงกับความสำเร็จจนประมาท และผ่อนปรนมาตรการสกัด Covid-19 เร็วเกินไป

ชิลีปิดพรมแดนตั้งแต่เดือน มี.ค.ธ.ค.ปีที่แล้ว แต่หลังจาดมาตรการล็อกดาวน์เข้มงวดทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลง รัฐบาลก็เริ่มผ่อนคลาย ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มวันหยุดพิเศษเพื่อให้ประชาชนเดินทางท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อน หรือการกลับมาเปิดร้านอาหาร ร้านค้า รีสอร์ตเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ ยังมีประชาชนบางกลุ่มที่การ์ดตกละเมิดมาตรการป้องกันต่างๆ บางคนถึงขั้นจัดปาร์ตี้แบบลับๆ

สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในชิลีเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับรัฐบาลประเทศอื่นๆ ที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าควรจะกลับมาเปิดประเทศเมื่อใดหลังจากการฉีดวัคซีนมีความก้าวหน้า เพราะหากเปิดเร็วเกินไปโดยที่วัคซีนยังไม่ครอบคลุมหรือยังไม่ถึงช่วงที่วัคซีนเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ตัวเลขผู้ติดเชื้อก็กลับมาได้อีก

Photo by JAVIER TORRES / AFP