ในนาม "ประชาธิปไตย" สหรัฐจะแทรกแซงชาติไหนก็ได้

วันที่ 26 ต.ค. 2563 เวลา 21:39 น.
ในนาม "ประชาธิปไตย" สหรัฐจะแทรกแซงชาติไหนก็ได้
จริงหรือไม่ที่สหรัฐยืมมือองค์กรที่เหมือนจะเป็นอิสระเพื่อที่จะแทรกแซงกิจการภายในของประเทศต่างๆ แล้วเปลี่ยนรัฐบาลให้ตอบสนองผลประโยชน์ของสหรัฐ

เมื่อปี 1984 หนังสือพิมพ์ Wall Street Journal ฉบับวันที่ 20 มิถุนายนได้ตีพิมพ์บทความหนึ่งชื่อว่า "กองทุนตัวปัญหาที่ได้รับการสนับสนุนจากเงินภาษีประชาชน" บทความนี้เริ่มต้นด้วยการบอกว่า "หากจะมีใครสักคนต้องการจะตั้งกลุ่มขึ้นมาสักกลุ่มที่จะช่วยออกเงินให้พวกเขาไปเที่ยวต่างประเทศ ได้คลอเคลียกับผู้นำต่างประเทศ และสนับสนุนขบวนการทางการเมืองที่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง และถึงแม้ว่าจะใช้เงินสาธารณะ พวกเขายังสามารถปกปิดข้อมูลและไม่ต้องถูกตรวจสอบโดยตรง ... แล้วตั้งชื่อเสียสวยหรูอย่างกองทุนแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย"

กองทุนแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย ก็คือ National Endowment for Democracy เป็นองค์กรกึ่งภาครัฐที่ได้รับเงินสนับสนุนจากสภาคองเกรสเพื่อนำเงินนั้นไปสนับสนุนองค์กรเอกเช่นเช่น เอ็นจีโอ ที่ทำงานด้านประชาธิปไตยในประเทศต่างๆ ซึ่งฟังดูแล้วเหมือนจะดี

แต่บทความข้างต้นติติงว่า "กลุ่มนี้มอบเงินบริจาคให้กับอุดมการณ์อันยิ่งใหญ่อย่างการส่งเสริมประชาธิปไตยทั่วโลก มันยิ่งใหญ่เสียจนไม่มีใครกล้าตรวจสอบว่าพวกเขาจะทำแบบนั้นอย่างไร แถมกองทุนนี้ยังรับประกันด้วยว่าเงินบริจาคที่ให้ไปจะไปถึงมือองค์กรที่ทรงอิทธิพลที่เป็นตัวแทนภาคธุรกิจ แรงงาน และนักการเมือง ทุกๆ คนมีส่วนกับผลประโยชน์นี้ หากมีใครคัดค้าน คนๆ นั้นจะถูกเตือนให้ระลึกถึงอุดมการณ์อันสูงส่งของกองทุนนี้"

บทความนี้อาจเตือนให้เราระมัดระวังกับขบวนการ/องค์กรที่ชูธงประชาธิปไตย เพราะในฉากหน้านั้นพวกเขาอาจเรียกร้องประชาธิปไตยก็จริง แต่ในฉากหลังอาจเป็นกลุ่มผลประโยชน์ที่หลบอยู่หลังคำว่าประชาธิปไตย ซึ่งเป็นคำที่สูงส่งเสียจนไม่มีใครกล้าที่จะตรวจสอบ

เพราะหากมีใครสักคนตั้งคำถามกับขบวนการประชาธิปไตย แม้ว่ามันจะอื้อฉาวแค่ไหนก็ตาม คนๆ นั้นเสี่ยงที่จะถูกตราหน้าว่าเป็น "เผด็จการ"

National Endowment for Democracy หรือ NED ถูกกล่าวหามานานนับสิบปีแล้วว่าอยู่เบื้องหลังความวุ่นวายทางการเมืองของหลายๆ ประเทศ โดยดำเนินการสนับสนุนทางการเงินให้ขบวนการเอกชนในหลายประเทศที่มีการปกครองที่ "ไม่ค่อยเป็นประชาธิปไตย" ซึ่งเป็นเรื่องบังเอิญอีกที่ประเทศเหล่านั้นมีท่าทีเป็นปฏิปักษ์กับสหรัฐ

ดังนั้นแม้ว่า NED "อาจจะ" ทำงานเพื่อประชาธิปไตยจริงๆ ปละองค์กรที่รับเงินจาก NED มากจะทำเพื่อประชษธิปไตนโดยไม่หวังผลอะไร แต่มันยังมีเงื่อนงำทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับองค์กรนี้มากจนอดคิดไม่ได้ว่ากิจกรรมของ NED ไม่เป็นไปเพื่อประชาธิปไตยอย่างบริสุทธิ์ใจ

ปัญหาเรื่องความบริสุทธ์ใจถูกหยิบยกมาพูดถึงตั้งแต่ที่ NED ถูกตั้งขึ้นในสมัยอดีตประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน โดยสื่อในสหรัฐเองที่ชี้ให้เห็นง่าองค์กรที่รับเงินจากรัฐบาลจะสามารถสร้างประชาธิปไตยในประเทศอื่นได้อย่างไร เพราะการสนับสนุนประชาธิปไตยควรเป็นกิจกรรมระหว่างประชาชนกับประชาชนด้วยกัน NED จึงเป็นแค่เครื่องมือของรัฐบาลสหรัฐในการแสวงหาผลประโยชน์เสียมากกว่า

หรือพูดกันตรงๆ ก็คือ มันอาจจะเป็นเงินตอบแทนให้องค์กรที่รัฐบาลสหรัฐชักใยอยู่เบื้องหลัง

ทำไมชวนให้คิดแบบนั้น?

ก่อนอื่นเราต้องย้อนกลับไปดูก่อนว่า NED ถูกตั้งขึ้นในสมัยอดีตประธานาธิบดีรอนัลด์ เรแกนจากพรรครีพับลิกัน และเรแกนมีจุดยืนทางการเมืองที่แข็งกร้าวในเรื่องการใช้ประชาธิปไตยเป็นธงนำกำจัดศัตรูของสหรัฐ แนวคิดแบบนี้เรียกว่า "ลัทธิเรแกน" (Reagan Doctrine)

หลักการลัทธิเรแกนก็คือการที่สหรัฐจะร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กับ "ประชาชน" ในประเทศต่างๆ เพื่อลุกฮือต่อต้าน "ฝ่ายเผด็จการ"

เราต้องทำความเข้าก่อนว่า "ฝ่ายเผด็จการ" ในที่นี้อาจไม่ใช่เผด็จการจริงและ "ประชาชน" ในที่นี้ก็อาจไม่ใช่ประชาชนที่เป็นพลังบริสุทธิ์ เพียงแต่ "ฝ่ายเผด็จการ" คือฝ่ายที่ขัดผลประโยชน์ของสหรัฐ และ "ประชาชน" คือฝ่ายที่จะทำให้สหรัฐได้ประโยชน์

เผด็จการที่เรแกนต้องการทำลายคือพวกสหภาพโซเวียตและสมุนโซเวียต ใครก็ตามที่เป็นศัตรูกับโซเวียตก็ถือเป็นนักสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพกับเขาด้วย

ตัวอย่างเช่น รัฐบาลสหรัฐให้การสนับสนุนเงินและอาวุธแก่กลุ่มติดอาวุธคอนทรา (Contra) ซึ่งเป็นกลุ่มฝ่ายขวาที่ต่อต้านรัฐบาลฝ่ายซ้ายซันดินิสต้า (Sandinista) หรือพรรค FSLN ในนิคารากัว เพราะรัฐบาลซันดินิสต้าสนับสนุนขบวนการฝ่ายซ้ายในลาตินอเมริกาอันจะเป็นอันตรายต่ออิทธิพลของสหรัฐในภูมิภาคนี้

รัฐบาลซันดินิสต้ามีการกระทำที่บั่นทอนสิทธิเสรีของประชาชนเฉกเช่นรัฐบาลคอมมิวนิสต์/สังคมนิยมโดยทั่วไป แต่กลุ่มคอนทราที่เป็นมือเป็นไม้ให้รัฐบาลสหรัฐมีการกระทำที่ทารุณยิ่งกว่า มีการโจมตีประชาชนในเขตชนชทที่เป็นฐานเสียงสนับสนุนรัฐบาลฝ่ายซ้าย มีทั้งการฆ่า ข่มขืน และทรมานเพื่อบีบให้คนเหล่านี้กลัว

เราจะเห็นได้ว่าในนามของประชาธิปไตยและลัทธิเสรีนิยม รัฐบาลสหรัฐสามารถทำเรื่องที่ "อั๊กลี่" ได้ถึงขนาดนี้

เกรก แกรนดิน (Greg Grandin) ศาสตราจารย์ด้านประวัติศาตร์ชาวอเมริกันถึงกับบอกว่า "สิ่งที่คล้องจองกับอุดมคตินิยมที่ได้รับการยอมรับจากพรรครีพับลิกัน ... จึงเป็นความหวาดกลัวทางการเมือง ในสงครามสกปรกที่สกปรกที่สุดในละตินอเมริกา ศรัทธาของพวกเขาในภารกิจของอเมริกาสร้างความชอบธรรมให้กับการสังหารโหดในนามของเสรีภาพ "

ปฏิบัติการในนิคารากัวเป็นปฏิบัติการปกปิด แต่มีข้อมูลหลุดออกมาสู่สาธารณชนจนสภาคองเกรสสั่งให้รัฐบาลเรแกนหยุดการกระทำนี้ในปี 1984 แต่เรแกนยังแอบทำลับๆ ต่อไป

ด้วยลัทธิเรแกน สหรัฐจึงสามารถบั่นทอนฝ่ายสหภาพโซเวียตลงทีละน้อยๆ จนกระทั่งโลกหลังม่านเหล็กพังทลายลงอีกไม่กี่ปีหลังจากนั้น

แต่ปฏิบัติการในนิคารากัวยังไม่จบลง ในสงครามครั้งก่อนสหรัฐ CIA ในปฏิบัติการลับสนับสนุนพวกคอนทรา ทุกวันนี้สหรัฐกลับไปที่นิคารากัวอีกครั้ง โดยไม่ได้ใช้องค์การที่อันตรายอย่าง CIA และไม่ใช่ปฏิบัติการลับที่อื้อฉาว เพราะพวกเขาใช้ NED เป็นเครื่องมือ

นั่นก็เพราะสหรัฐยังกำจัดพวกฝ่ายซ้ายในนิคารากัวคือพวก FSLN ไม่ได้ พวกนี้ยังกุมการเมืองและศรัทธาของประชาชนส่วนใหญ่เอาไว้ ในระยะหลัง NED จึงทุ่มเงินส่งเสริมขบวนการเยาวชนคนรุ่นใหม่เกี่ยวกับเรื่องประชาธิปไตย (ที่เป็นประโยชน์กับสหรัฐ) และสอนให้ "โค่นล้มเผด็จการ" ทั้งๆ ที่พรรค FSLN ชนะเลือกตั้ง 3 ครั้งหลังมาทุกครั้ง

อันที่จริงแล้วในช่วงสงครามคอนทรา NED ก็เคลื่อนไหวในนิคารากัวอยู่แล้ว ขณะที่ CIA ช่วยปฏิบัติการลับที่เน้นการเข่นฆ่าและทารุณประชาชน NED ก็ทำหน้าที่เหมือนช่วย "ฟอกขาว" ให้ฝ่ายคอนทรา จากบทความวิชาการเรื่อง "นิคารากัวและจักรพรรดินิยมอเมริกันยุคร่วมสมัย" เผยว่า NED ให้เงินช่วยเหลือหนังสือพิมพ์ La Prensa ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของพวกคอนทราเป็นเงินถึง 250,000 เหรียญสหรัฐซึ่งเป็นเงินที่สูงมากแม้แต่ในยุคนี้

งานของ La Prensa ก็คือการล้างภาพที่โหดร้ายของพวกคอนทราและสร้างภาพที่ชั่วร้ายของรัฐบาล บทความเรื่องนิคารากัวและจักรพรรดินิยมอเมริกันยุคร่วมสมัยบอกว่า "เงินทุนเข้าไปบงการความคิดเห็นของประชาชน โดยมีการจัดฉากเหตุการณ์เพื่อสร้างข่าวเท็จและเรื่องเล่าที่อาจบั่นทอนการสนับสนุนของสาธารณชนต่อการปฏิวัติซันดินิสตา"

เมื่อรบกันตรงๆ ไม่ได้ NED จึงไม่ได้ใช้วิธีฟอกขาวให้กลุ่มก่อการร้ายในนามประชาธิปไตยอเมริกันอีก แต่พวกเขาใช้แท็คติก "ย้อมดำ" เพื่อทำให้เป้าหมายเป็นพวกที่ชั่วร้ายในสายตาชาวโลก

สิ่งที่ NED ทำจึงไม่ใช้ปฏิบัติการปิดลับ แต่เป็นองค์กรที่โปร่งใสมากๆ เราจะพบว่า NED ให้เงินสนับสนุนใครบ้าง ประเทศไหนบ้าง กิจกรรมแบบใดบ้าง และองค์กรที่รับเงินจาก NED ก็เปิดเผยที่มาของเงินอย่างโปร่งใส

ที่เป็นเช่นนี้เพราะ NED เป็นองค์กรที่ส่งเสริมประชาธิปไตย เสาหลักของระบอบประชาธิปไตยต้องตั้งอยู่บนการมีสวนร่วมของประชาชน, ความโปร่งใส และการตรวจสอบได้ หากองค์กรที่เป็นปากเสียงให้ประชาธิปไตยไม่ทำตามหลักการนี้ก็เท่ากับทรยศหลักการตัวเอง

แต่ "ที่ที่อันตรายที่สุด คือที่ที่ปลอดภัยที่สุด" ฉันใด องค์กรที่เป็นประชาธิปไตยและตรวจสอบได้มากเท่าไร คนก็ยิ่งเกรงใจจนไม่กล้าตั้งคำถามกับองค์กรนั้น เหมือนกับบทความของ Wall Street Journal ได้ตั้งข้อสังเกตเอาไว้

แต่ในความเป็นจริงมันไม่ใช่แค่ข้อสังเกต มันเป็นข้อเท็จจริงได้เลยด้วยซ้ำ อัลเลน ไวนสไตน์ (Allen Weinstein) ผู้ร่วมก่อตั้ง NED เคยบอกเองว่า “หลายสิ่งที่เราทำในวันนี้เราเคยทำอย่างลับๆ เมื่อ 25 ปีก่อนโดย CIA ความแตกต่างที่ชัดที่สุดคือเมื่อทำกิจกรรมดังกล่าวอย่างเปิดเผย โอกาสที่จะล้มเหลวก็ใกล้เคียงกับศูนย์ การเป็นองค์กรเปิดคือสิ่งที่ปกป้องตัวมัน (NED) เอง”

ดังนั้น NED จึงไม่ใช่องค์กรที่ไร้ข้อครหา เพราะมันเป็นด้านสว่างของ CIA นั่นเอง

คำถามก็คือ หากองค์กรหนึ่งรับเงินสนับสนุนจาก NED แล้วเกิดมีบทบาทในการชี้นำประเทศขึ้นมา เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าโรดแมปที่ชี้นำประเทศนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศจริงๆ มิใช่มีนัยซ่อนเร้นเพื่อเอื้อกับประเทศเจ้าของเงินสนับสนุนองค์กรนั้น?

บทความโดย กรกิจ ดิษฐาน

Photo by Sue Gerrits/AFP